//ζρξΛκΣR_

ζρξΛκΣR ||ℵ|| ρΠMPκιηζ

  • howto อันนี้ ตั้งใจเขียนให้เพื่อนๆใน irc เป็นหลักอาจจะมีศัพท์เฉพาะบ้าง นิดๆหน่อย ถ้างงก็ปล่อยมันไปละกันนะครับ ส่วนเรื่องเนื้อหา ก็มาจากที่ันั่งดูงานคนอื่นบ้าง แต่ส่วนใหญ่ ก็หยืบยืมมาจากหนังสือ cg ของคุณ Garun นะจ๊ะ

 

  • โหมดสีที่เราจะใช้ในการอธิบายครั้งนี้ ใช้แบบ RGB นะ  มาจากสี Red Green Blue เป็น "สีของแสง" โดยมีหลักการคือ  การผสมสี  ถ้าสามสีนี้มาผสมกันทั้งหมดจะกลายเป็นแสงขาว (สีขาว) นั่นเอง  ถ้าทั้งสามสีเป็นศูนย์ก็จะเป็นสี ดำ  (ไม่มีแสง)

 

  • สีหลักๆ แดง เหลือ น้ำเงิน เรียกว่าสีขั้นที่ 1 (ปฐมภูมิ)  เมื่อเอามาผสมกัน จะได้ชุดต่อมา (ทุติยภูมิ)และมาผสมกันอีกรอบจะได้ ขั้นที่ 3 (ตติยภูมิ) และเอาไปผสมเพิ่มเติมอีกก็จะมีสีอีกมากมายหลายแบบ
 
 
(ภาพจากเวป Thai good view ครับ ขอบคุณจ้า) 
   
  • อยากให้ลองผสมสีเองเรื่อยๆนะ เพราะถึงแม้ว่าในคอมเราจะจิ้มสีที่ชอบได้เลย แต่ถ้าเราดึงสีรอบข้างจากภาพมาใช้ จะทำให้ภาพของเรา มีความเป็นเอกภาพมากขึ้น และสีต่างๆ ดูไม่โดดออกมาจากภาพโดยรวมนะ
 

 (ภาพโดย Puichii จ้า)
 
 
 
  • สีต่างๆก็จะให้ความรู้สึกต่อความคิดมนุษย์ต่างๆกันไปนะ เช่น สีแดง แสดงถึงความรัก ความเร่าร้อน รุนแรงอันตราย    สีเขียว สดชื่อน เติบโต เหมือนต้นไม้ เย็นสบาย  คล้ายๆกับสีฟ้า   สีเหลือง ให้ความสว่าง สดชื่นร่ำรวย  สีดำ  หนัก ตัน ทึบ หดหู่    เป็นต้น  เรื่องพวกนี้เป็นเหมือนสัญชาติญาณเหมือนกัน ลองค้นหาด้วยตัวเองดูเพิ่มเติมนะ
 
 
 
สีฟ้าเป็นหลัก  แสดงความร่าเริงสดชื่น ความเคลื่อนไหว(ของลม หรือ แม่น้ำ)

 

ต่อไป เราจะสร้างจุดสนใจด้วยการใช้สียังไงดี ?

 

  • ตอนแรกแกต้องรู้จักวาง จุดสนใจให้ภาพก่อน ( Focal point )  จุดสนใจควรจะอยู่ที่ระยะ กลาง หรือ ระยะหน้าของภาพ  แล้วควรจะอยู่ที่จุดตัด จากการแบ่งภาพเป็น 3x3 เช่น

 
 
 

 

 

(ไม่ต้องเป๊ะหรอก ประมาณๆเอาก็ได้)

 

  • ในตัวอย่างคือการใช้สีสองสีที่ตัดกันนะ  (ตัดแบบเสร่อๆด้วย)ทำให้ภาพมันดูขัดแย้งเกินไป เพราะสีมันสดทั้งคู่แข่งกันสด   การใช้สีที่ดี ควรจะไม่ "กลมกลืน" จนเกินไป เพราะภาพจะน่าเบื่อ  แต่ก็ไม่ควรขัดแย้งจนเกินไปเพราะภาพจะดูไม่เข้าที่เข้าทาง   เพราะงั้นเพื่อความพอดีที่ลงตัว ก็มีหลักนิดหน่อยที่ต้องรู้คือ

 
 1. พื้นที่ การใช้ีสีที่ตัดกัน ถ้าเป็นไปได้ควรแบ่งพื้นการใช้งานมัน ให้อยู่ที่ประมาณ  70 ต่อ 30 หรือ 80 ต่อ 20 กำลังงาม  แถมยังใช้สร้างจุดเด่นให้ภาพอีกตะหาก

 2. แต่ถ้าจำเป็นต้องใช้สีที่มีพื้นที่เท่ากัน เราก็ต้อง Tint , Shade คือการผสมสี ขาว เทา ดำ เข้าไปในสีหลักนั้นๆ เพื่อลดความสด ความจ้า ( Saturate ) ของสี  เพื่อให้มันขัดแย้งกันน้อยลง (เพราโดนสีกลาง ปนมากขึ้น)

3.การเบรกสี  คล้ายๆกับกรณีข้างบน  แต่จะทำด้วยการ ผสมสีตรงข้ามลงไปแทน(ยิ่งผสมกันมาก จะยิ่งกลายเป็นสีน้ำตาลนะ ต้องระวังด้วย)

 

4. การสลับลาย  เช่นลายขวาง หรือลายตาราง ก็ทำให้สีสอดคล้องกันได้นะ (แต่บางทีก็ยิ่งลายตากว่าเดิม)

5. ใช้สีกลางมาคั่นระหว่างคู่สีที่ตัดกัน เช่น สีเทา สีน้ำตาล 

 

  •  สีส่วนรวม หรือสีครอบงำ  คือ สีที่จะให้อารมณ์หลักกับภาพทั้งภาพ  สีนี้จะเป็นอิทธิพลหลักในภาพ มีสีนี้กระจายอยู่ทั้งภาพ  เรียกได้ว่าเป็นธีมหลักของแต่ละภาพนั่นล่ะ  สีตัวนี้จะให้ความเป็นเอกภาพให้กับภาพ ในขณะเดียวกันก็จะช่วยขับจุดเด่นให้ออกมาด้วยเหมือนกัน

 

 

 
อย่างของภาพนี้ก็เป็นสีเขียวล่้ะ
 
 
 
  •  สีกลาง  คือสีที่จะเอามาใช้ในการผสมกับสีต่างๆ เพื่อลดความขัดแย้งตามที่บอกไปข้างบนหลักๆมันก็มีอยู่สองสีนะ คือสีเทา กับสีน้ำตาล

 

  • สีน้ำตาล เกิดจากสีสองสีที่มาผสมกันแบบครึ่งๆ ถ้าเราเอาสีน้ำตาลไปผสมสีต่างๆ จะมีผลคือ สีนั้นจะเข้มขึ้น แต่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงค่าสี  (เปลี่ยน value แต่ไม่เปลี่ยน Hue กับ Saturation )

 

  • สีเทา   เกิดจากสีทุกสีมาผสมกัน (สีเน่าๆที่เรารู้จักตอนผสมสีน้ำมั่วๆนั่นแหละ)สีเทานี่เมื่อไปผสมสีอื่นจะมีผลคือ ทำให้สีนั้นดูหม่นลง สดน้อยลง มีน้ำหนักมากขึ้น เอาไว้ใช้เป็นเงาได้ ก็จะอ่อนแก่ในระดับต่างๆกัน ถ้าผสมมากๆก็จะกลายเป็นสีเทาแก่ (เปลี่ยน value และ saturation ด้วย )

  • ระยะของสี  ตามหลักของการมองเห็นก็คือ วัตถุที่อยู่ใกล้แสงเงาจะชัดเจน มีการตัดกันที่มองเห็นได้ง่าย มองปุ้บ สามารถรู้น้ำหนัก พื้นผิว ของวัตถุนั้นได้เลย แต่ถ้ามันไกลออกไป วัตถุนั้นก็จะเริ่มเบลอ ดีเทลน้อยลง ความสดของสีน้อยลง กลายเป็นสีกลางๆ เทาๆ ขาวๆ (หรือสีบรรยากาศ ณ ตอนนั้น เช่นสีส้มจากท้องฟ้าตอนเย็น) แล้วค่อยๆกลืนไปกับฉากหลังในที่สุด  ยิ่งไกลออกไป แสงเงาก็จะยิ่งแบนลง กลายเป็นภาพแบนๆไป



  • น้ำหนักของสี   น้ำหนักของสี(Value) คือความเข้มของสีนั้นๆในภาพ สามารถสังเกตได้ชัดจากการแปลงภาพทั้งภาพเป็นสีขาวเทาดำ ( GreyScale ) ภาพไหนที่ มีน้ำหนักของภาพ ไล่ระดับ มีมิิติชัดเจน ก็จะเกิดความสวยงามและความน่าสนใจในตัวมันเอง     หลักการให้น้ำหนักของสีนี้สามารถนำไปใช้สร้างจุดเด่นของภาพได้อีกด้วย เช่นการ ให้จุดเด่น มีค่าน้ำหนักไปในทางเข้ม  แต่แบ็คกราวนด์สว่าง ก็จะช่วยขับภาพออกมาให้น่าสนใจมากขึ้น ด้วยวิธีนี้ ถึงแม้เราจะใช้สีแค่ไม่กี่สี  แต่ตัวภาพก็น่าสนใจขึ้นได้ไม่อยากเลย (ใช้สีน้อยๆ ก็ยิ่งจัดให้มันกลมกลืนกันได้ง่ายขึ้นด้วย)

 

 

 

 ภาพโดย Elsevilla ( Hector Sevilla Lujan ) http://elsevilla.deviantart.com/art/SONRIE-107790387

 

  • ถ้าหากจะลงสีตัวละครหลัก  พื้นหลังไม่ควรเป็นสีขาวล้วนๆนะ เพราะสีขาวมันจะหลอกตาเรา ทำให้สีที่สว่าง มันมืดกว่าที่ควรจะเป็น   จะเป็นการดีมากถ้าเรารู้จักคุมสีบรรยากาศให้เป็นนิสัย  อาจจะแค่เทสีพื้นหลัง เป็นสีหลักๆไปก็ได้   แล้วเอาสีนั้นๆมาผสมกับสีในตัวละครเรา จะทำให้ภาพดูน่าสนใจมากขึ้นได้ด้วยนะ

 

 

 
(อย่างภาพนี้เป็นสีเหลืองอ่อนนิดๆ)

 


  • โครงสี    คือการวางรูปแบบการใช้สี ในงานๆนั้น เพื่อเป็นการกำหนดสีคร่าวๆที่เราจะใช้ ให้มันมีจุดหมายและขอบเขตการใช้งานให้เป็นแนวทาง แบ่งได้ง่ายๆตามวงล้อสีดังนี้จ้า

 


Monochrome คือการใช้สีหลักสีเดียว แต่ผสมด้วยสีคู่ตรงข้ามของสีรองสองสี หรือการไล่ด้วยค่าน้ำหนัก

จากไซต์ แอปเปิ้ล

 

 

 

 

 

 

Analogous (สีข้างเคียง) คือการใช้สีที่อยู่ติดกันในวงล้อสี สองสีมาเป็นหลักในการใช้งาน โดยมีการกำหนดสีหลักไว้ด้วย

 

 

 

 

 

 

Split Complementary  คือการใช้สีที่มีระยะห่างเท่ากันสองสี และสีตรงข้าม 1 สี มาใช้งาน

 

 

http://i41.photobucket.com/albums/e298/BOBOVERLORD/Sampfulluseitnow.jpg

 

 

 

 

 

Double Complementary  คือการใช้สีแบบ สีคู่ตรงข้ามสองคู่ ที่อยู่ใกล้กัน

 

 

 

 

 

 

  •  แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่อยากให้จำไว้คือ   สิ่งเหล่านี้เป็นแค่ทฤษฏีนะ  ศิลปะมันต้องการ การทดลองอะไรแปลกๆใหม่ๆอยู่เสมอ  บางครั้งการอ่านอย่างเดียว มันไม่เข้าใจ ก็ลองวาดภาพ ลงสี แล้วเอาเทคนิคพวกนี้ไปลองใช้จริงดู  บางที่พวกคุณอาจจะพบการใช้โครงสีแบบใหม่ที่มันลงตัวในแบบของตัวเองก็ได้  ขอให้โชคดีจ้า ขอบคุณที่ตามอ่าน