ตอนที่ 1

 

    สำหรับใครที่อยากไป work&travel แต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน คิดว่าบล็อกที่เราเขียนคงช่วยได้บ้างนะคะ (พยายามเขียนให้ละเอียดที่สุด)

เราไป Alaska เมือง Anchorage ไม่ใช่เมืองหลวง แต่ก็ถือว่าเป็นเมืองเจริญที่สุดแล้ว จะรีวิวการใช้ชีวิต ความเป็นอยู่ที่นี่ แนะนำทริคการใช้ชีวิตให้คุ้มค่า แทบจะทุกอย่างเลยละค่ะ ติดตามกันได้ 

 

 

ขั้นตอนการเตรียมตัว

เราจะคำนวณเงินคร่าวๆนะคะ ที่เราไป ค่าเอเจนรวมเบ็ดเสร็จทั้งหมด 50,000 กว่าบาท +ค่าตั๋วเครื่องบิน 47,610 บาท+poket money 30000 บาท

 

 

 

 

แนะนำการจองตั๋วเครื่องบิน เมื่อรู้ว่าเราได้ไปแน่ๆแล้ว เราเข้าเว็บ https://www.expedia.co.th  เข้าไปดูทุกวันเลยค่ะ พยายามกำหนดวัน เลื่อนวัน แรกๆที่ดูเจอแต่ ห้าหมื่นอัพ ทั้งนั้น แต่เหมือนเป็นความโชคดีเจอ 47,610 เราก็จองทันที โดยที่ตอนนั้นยังไม่สัมภาษณ์วีซ่าเลยด้วยซ้ำ (ซัมเมอร์ช่วงมิ.ย.-ส.ค. ที่อลาสก้าจะเป็นช่วงไฮซีซั่น แน่นอนว่าตั๋วก็จะแพง)

ก่อนหน้านั้น เราได้แวะเที่ยวญี่ปุ่น หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าควรจะจองตั๋วแบบไหนนะ ของเราไม่ใช่แบบ stop (คือแบบรอเปลี่ยนเครื่อง บางที่อาจนานถึง 10ชม. ก็จะขอทำเรื่องแว๊ปออกไปข้างนอกสนามบินได้) วิธีก็คือ เข้าไปที่เว็บจองตั๋ว เลือก Multiple destinations(ปลายทางหลายแห่ง) จากนั้นเราก็ใส่สถานที่ที่เราจะแวะเที่ยว ใส่วัน ที่จะเดินทางออกจากประเทศนั้นๆ

ตอนที่สัมภาษณ์งานกับนายจ้าง ของเราไม่ใช่นายจ้างโดยตรง แต่เป็นเอเจนซี่ที่อยู่ที่นู้นอีกทีผ่านทาง skype (แอบกระซิบว่าเป็นคนจีน) เขาก็ถามคำถามง่ายมากค่ะ เราโดนให้แนะนำตัว แล้วถามว่าชอบนักร้องคนไหน คือแค่ฟังออกตอบได้นี่ก็ผ่านฉลุยแล้วค่ะ แรกๆตื่นเต้นแล้วก็กังวลยิ่งกว่าตอนสอบ 55555 แต่พอสัมภาษณ์เสร็จ ด้วยความรู้สึกงงๆว่า ห้ะ! เสร็จแล้วหรอ?

ต่อมาที่สัมภาษณ์วีซ่า อันนี้กังวลหนักมากค่ะ เตรียมตัวไปอย่างดีมากกกกก เราได้สัมภาษณ์กับผู้ชายตัวสูงๆหล่อๆ ที่หลายคนแอบบอกว่าโหด แต่เราคิดว่ามันคงไม่มีอะไรยากเกินความสามารถ แค่เราพอฟังออกและพยายามตอบคำถามเขา อันนี้ก็โดนถามว่าไปที่ไหน ทำงานอะไร จากนั้นเค้าก็ชวนเราคุยซะเป็นส่วนใหญ่ค่ะ เราได้ทำงานที่ Carl’s Jr เขาก็ถามชอบกินแฮมเบอเกอร์มั้ย อะไรแบบนี้ ตอนที่เขาชวนเราคุยก็พยายามทำหน้าเข้าใจไว้ค่ะ อย่าทำหน้างง 555555

เมื่อวีซ่าผ่าน ก็เตรียมตัวไปกันได้เล้ยยยย (แต่อย่าพึ่งดีใจไปนะคะ จนกว่าจะไปถึงที่นั่น และไม่โดนลอยแพหรือแคนเซิลงาน)

 

จัดกระเป๋า+สภาพอากาศ

จากประสบการณ์ของเรา เน้นตัวโตๆเลยนะคะ เสื้อผ้าอย่าเอาไปเยอะ!!! เมื่อไปถึงที่นั่นและเริ่มได้เงิน จะพบว่าสวรรค์ของการช้อปปิ้งมีจริงๆ 5555  แนะนำคือสำหรับคนที่จะไปอลาสก้านะคะ

เราไปช่วงปลายเดือนพ.ค. ช่วงนั้นยังหนาวอยู่ ก็ใส่พวกสเวตเตอร์ แล้วฮู้ดทับอีกที แต่พออยู่ๆไปเริ่มชินกับอากาศ ก็เปลี่ยนมาใส่เสื้อแขนยาวก็พอ แต่พอเริ่มเดือนก.ค.-ส.ค. เริ่มร้อนแล้วค่ะ มีฝนตกบ้างบางวัน (จะบอกว่าฝนที่อลาสก้าจะตกแบบปรอยๆ ไม่มีเสียงฟ้าร้องฟ้าผ่าอะไรทั้งนั้น ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกันค่ะ 5555 คนไทยที่อยู่ที่นั่นบอกมา) แดดที่อลาสก้าแรงมากกกกกกก พอๆกับไทยเลย เราปั่นจักรยานไปทำงานมือและหน้าเป็นส่วนที่โดนแดด บอกเลยว่าเกรียม! แต่ทั้งๆที่แดดแรง แต่ก็ไม่ได้รู้สึกอบอ้าว

เน้นของกินไว้ดีกว่าค่ะ สำหรับคนที่ทำอาหารไม่เป็น ไปที่นั่นและอยากประหยัดเงินค่าอาหารการกิน ก็เอามาม่า ของแห้งต่างๆ ไปเยอะๆเน้อออ มันจำเป็นมากจริงๆ เพราะที่นั่นอาหารไม่หลากหลาย ก็มีแต่พวกแป้งของอวบๆอ้วนๆ ที่ฝรั่งนิยมทานกัน น้ำปลา ซอสปรุงรสต่างๆเราว่าก็สำคัญนะ ถึงแม้จะไปซื้อที่นั่นได้ แต่ตอนแรกเราก็คงไม่รู้ว่าร้านขายของเอเชียมันอยู่ส่วนไหน มันจะมีไหมนะ ? ก็คงต้องเตรียมไปก่อน

 

                                                                                                                                    (c)www.americastandswithpp.org

 

เสร็จแล้วก็เตรียมใจตะลุยต่างแดนกันได้เล้ยยยย

edit @ 8 Jan 2016 22:48:41 by Pattie

edit @ 8 Jan 2016 23:47:30 by Pattie

edit @ 9 Jan 2016 16:20:15 by Pattie

edit @ 30 Oct 2016 18:34:25 by Pattie

Comment

  • #2 sthepakul

    2016-05-16 05:58

    รออ่านตอนต่อไปอยู่นะครับ

  • #1 Ann-na-log

    2016-04-15 10:50

    รอตอนต่อไปนะคะ

View Desktop Version

Hot Vote

กรุณา Login เข้าสู่ระบบก่อนทำการโหวตค่ะ

Report

กรุณา Login เข้าสู่ระบบก่อนทำการโหวตค่ะ