It's a ployd .

Life's a journey not a destination .

 

 

วันนี้มีโอกาสได้แนะนำแนวเพลงที่ตัวเองชอบให้เพื่อนฟัง

ความจริงแล้วเราแทบไม่ค่อยได้บอกใครว่าเราชอบอะไร แบบไหน ยังไง

ส่วนใหญ่ก็อาจจะเพราะมันไม่มีฟีดแบคอะไรตอบกลับมา

บางครั้งก็คิดว่า ทุกคนก็มีสไตล์เป็นของตัวเอง ก็แค่นั้น

แต่วันนี้ได้บอกเพื่อนคนนึงไปว่า

การนึกว่ามีเรื่องราวอะไรสักอย่างอยู่ในหัวก็ฆ่าเวลาเบื่อได้เยอะอยู่นะ

หรือถ้าฟังเพลงแล้วมันจะเป็นการไกด์ทางเรามากเกินไป

ก็ลองฟังเพลงที่ไม่มีเนื้อร้องดูสิ

เพลงที่ไม่มีเนื้อร้องมันอิสระดีนะ

คุณสามารถวาดเรื่องราวทั้งหมดขึ้นมาเองได้

หรือสามารถจับประสบการณ์ที่เคยพบเจอมา เข้าไปวางในช่องว่างของเพลงนั้นก็ยังได้

คุณสามารถจินตนาการได้แบบชนิดที่ว่าอินฟินิตี้มากๆ

ไม่ต้องมีเนื้อร้องมาคอยบังคับทิศทางให้คุณรู้สึกอะไรบางอย่าง แล้วคิดตามในสิ่งนั้น

ถ้าอยากจะผ่อนคลายแล้วจมดิ่งลงไปในห้วงความสุนทรีย์จริงๆ 

เพลงที่มีแต่ทำนองเป็นตัวเลือกแรกๆที่จะแนะนำให้ฟัง

 

เราเองก็ชอบมาก ชอบขนาดที่ว่าเอามันจับเข้าในลิสต์เป็นสิบๆเพลง

รวมๆกันแล้วก็นอนฟังได้เป็นชั่วโมงสองชั่วโมงเลย

มันน่าแปลกใจที่เพลงไร้เนื้อร้องทำให้เราดีพกับมันได้มากกว่าเพลงทั่วๆไป

บางครั้งก็รู้สึกดิ่งลงไปตามท่วงทำนอง บางครั้งก็สว่างวาบไปตามจังหวะของมัน

 

Hope the flowers

เป็นวงดนตรีที่เล่นแต่ดนตรีซะส่วนใหญ่

ไฟล์ audio ของเขาจะมีความยาวประมาณสิบนาที

แต่มันเป็นสิบนาทีที่มีอะไรน่าค้นหาอยู่เยอะแยะเต็มไปหมด

อยากให้ลองฟังอะไรที่คิดว่าจะกดข้ามดูบ้าง

บางครั้ง wrong choice lead you to the right place

:)

 

 

https://www.youtube.com/watch?v=WUtMoCMIbxQ

 

 

 

ปล.

อยากแชร์เพลงในบล็อกของตัวเองบ้าง

เพราะเคยอ่านของคนอื่นแล้วก็ลองไปฟังดู

บังเอิญว่าชอบเอามากๆเลยแหละ

การชอบเพลงจากคนที่ไม่รู้จักแนะนำให้ฟังมันก็เป็นความโชคดีที่ประหลาดเหมือนกัน

 

ส่วนตอนนี้ก็กลายเป็นคนมังสาวิรัติไปแล้ว

ไม่ค่อยชอบเนื้อแล้วนะ 

:)

 

 

 

 

 

Comment

View Desktop Version

Hot Vote

กรุณา Login เข้าสู่ระบบก่อนทำการโหวตค่ะ

Report

กรุณา Login เข้าสู่ระบบก่อนทำการโหวตค่ะ