ก่อนที่จะอ่านเอ็นทรี่นี้ ขออัญเชิญทุกท่านไปอ่านภาคแรกเมื่อ3ปีก่อนได้ที่ลิ้งค์ข้างล่างนี้ค่ะ
ขอแนะนำให้อ่านก่อนจริงๆนะคะ เพราะเอ็นทรี่นั้นจะสอนวิธีเอาบรัชเข้าโฟโต้ช็อป การเพ้นต์เมฆคร่าวๆ
ซึ่งจะไม่พูดถึงอีกซักเท่าไหร่ในเอ็นทรี่นี้ ไม่อยากให้งงกันค่ะFoot in mouth
 
.....................................................................................................................................
 
 
แล้วก็ก่อนเริ่มเอ็นทรี่...
ขอสวมวิญญาณอ.วิทยาศาสตร์อธิบายทุกคนก่อนนะคะว่าทำไมเราถึงเห็นท้องฟ้าหลายสีในเวลาต่างๆกันSmile
 
เอาจริงๆก็ก็อปมาหน้าด้านๆเลยค่ะUndecided เผื่อเป็นการช่วยอธิบายให้ทุกคนเข้าใจยิ่งขึ้น
 
ใครขี้เกียจอ่านก็ข้ามส่วนเนื้อหาวิชาการนี้ไปเลยก็ได้ค่ะ 55555
แต่เราจะเสริมด้วยภาพถ่ายของเราที่schemeสีท้องฟ้าเวลาต่างๆไว้ แล้วต่อด้วยภาพที่เพ้นต์เอาค่ะ
แล้วก็ส่วนไหนที่เป็นความเห็นของเราจะเป็นตัวอักษรสีเทานะคะCool

 

1* Scattering of light

 
อย่างแรกเราต้องรู้จักแสงอาทิตย์กันก่อน แสงที่เราดูว่าเป็นสีขาวนั้น
จริงๆ ประกอบด้วยแสง 7 แสงที่รวมกันเป็นสีขาว ได้แก่ ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง
โดยที่ความยาวคลื่นจะต่างกันไป โดย
<ม่วง> สั้นที่สุด ====ความยาวคลื่น===== ยาวที่สุด <แดง>
 

อย่างที่สอง เราต้องรู้คุณสมบัติหนึ่งของคลื่น นั้นคือการกระเจิง Scattering ซึ่งจะเกิดเมื่อคลื่น (แสง ) เคลื่อนที่เข้าไปชนกับอนุภาค
แสงที่มีความยาวคลื่นน้อยจะกระเจิงมาก ได้แก่แสงสีม่วง คราม น้ำเงิน
ส่วนแสงที่มีความยาวคลื่นมาก เหลือง แสด แดง จะกระเจิงน้อย
 
 
เมื่อแสงเข้ามาบรรยากาศของโลก ก็จะชนกับอนุภาคต่างๆ ที่อยู่ในชั้นบรรยากาศ
ทำให้กลุ่มแสงสีน้ำเงิน กระเจิงออกไปมาก กระจายอยู่ขอบบนของบรรยากาศ
ส่วนแสงสีแดงจะทะลุผ่านเข้ามาได้มากกว่า
 
 
ดังนั้นในเวลากลางวัน เราจึงเห็นท้องฟ้าเป็นสีฟ้า เพราะแสงอื่นๆ ทะลุผ่านเข้ามาถึงพื้นโลกเกือบหมด
เหลือเพียงกลุ่มแสงสีน้ำเงินจะกระเจิงอยู่บนชั้นบรรยากาศ
ท้องฟ้าเวลาปกติส่วนมากจะมีลักษณะฟ้าสีฟ้า จะสดใสหรือไม่ขึ้นอยู่กับอากาศวันนั้นๆ ส่วนเมฆเป็นสีขาวค่ะMoney mouth
 
 
เมื่อรุ่งเช้า หรือตกเย็น ระยะที่แสงผ่านชั้นบรรยากาศจะยาวขึ้น
(ระยะ A ตอนเที่ยงกับ ระยะ B ตอนเช้าหรือเย็น )
ทำให้เริ่มมีกลุ่มแสงสีแดงกระเจิงอยู่ในชั้นบรรยากาศ เราจึงเห็นฟ้ายามเช้า หรือเย็น มีสีเหลืองแดง
รูปนี้ถ่ายจากหน้าต่างบ้านเราเมื่อตอนเย็น หลายปีมาแล้ว สีแสบทรวงมาก
 
 
และเมื่อพระอาทิตย์ขึ้นหรือตก บางครั้งเราจะเห็นเมฆสีแดง
ซึ่งเกิดจากการที่เมฆสะท้อนแสงสีแดงกลับลงมาที่โลก แต่ฉากหลังเป็นสีฟ้า
เพราะตาเราจะมองเห็นไกลออกไปจนถึงชั้นที่มีแสงสีฟ้ากระเจิงอยู่
 
สองรูปนี้เป็นพระอาทิตย์ขึ้นค่ะ จริงๆแล้วน้ำก็ยังงงกับวิธีแยกพระอาทิตย์ขึ้นกับตกอยู่จนถึงทุกวันนี้ 55
เกร็ดความรู้เล็กน้อยนะคะ ตามปกติแล้วเวลาพระอาทิตย์ขึ้นเมฆจะสะท้อนสีแดงมาก่อน
แล้วพอดวงอาทิตย์ขึ้นสูงอีกนิดจะเป็นสีทองค่ะCool
 
 
 
 

2* Color Schemes

 
จบภาคทฤษฎีการอธิบายที่มาที่ไปของสีท้องฟ้าเวลาต่างๆไปแล้ว
ต่อไปจะเอาท้องฟ้าที่เพ้นต์ไว้มาคิดวิเคราะห์แยกแยะ ไปทำGATเหอะป๊ายยยยยยยย ให้ทุกคนดูนะคะ 55
 
จะschemesสีแยกไว้ทั้งส่วนของสีท้องฟ้า กับสีของเมฆ จะได้ไม่สับสนค่ะ
ส่วนวิธีไล่สีท้องฟ้านี่จะใช้Gradientไล่สีเอา ไม่ก็ใช้บรัชฟุ้งเพ้นต์เอาก็ได้ทั้งนั้น
จริงๆแล้วจะลองเซฟไปเป็นแนวทางก็ได้นะคะ ถ้าเห็นว่ามันโอเค 555
แต่ภาพนี้ก็นานแล้ว ช่วงนั้นลงสีสดเว่อร์มาก แต่ตอนนี้สีดรอปลงเยอะ ลองเอาไปปรับใช้ได้ตามสะดวกค่ะFoot in mouth
 
จากรูปนี้ อีนี่เอารูปเก่ามารีไซเคิล
 
 
 
 
ท้องฟ้าสีฟ้าแบบโคตรเบสิคค่ะ ไม่มีอะไรจะพูด เพราะมีในฮาวทูอันเก่าหมดแล้วFoot in mouth
 
 
 
สองรูปนี้จะถือว่าเป็นท้องฟ้าที่อยู่ในช่วงเวลาใกล้เคียงกันละกันนะคะ
 
จริงๆแล้วสีของท้องฟ้าเนี่ยไม่ค่อยมีปัญหามากเท่าไหร่ แต่ตัวที่จะทำให้ยุ่งยากมากกว่าคือเมฆค่ะ
เพราะการกระเจิงของสีจะทำให้เกิดสีของเมฆที่ต่างกัน ไม่มีอะไรตายตัว
จะเสริมเติมแต่งความเป็นแฟนตาซีไปหน่อยก็ได้ แต่อย่ามากไป เพราะมีโอกาสที่จะเละง่ายเพราะคุมสีไม่อยู่
อันนี้ก็เกือบคุมไม่อยู่ละ แถมเมฆขอบคมมาก พรากกกกกกกกกกกTongue out
 
 
 
การเสริมเติมแต่งแสงสะท้อนเข้าไปก็ช่วยเติมชีวิตชีวาให้ท้องฟ้าของเราได้เช่นกันนะคะ
อย่างรูปนี้สีหลักๆจะเป็นสีน้ำเงินแต่เราก็เสริมสีม่วง-ชมพูลงไป
ก็จะได้สีท้องฟ้าที่ดูมีอะไรขึ้นนิดนึง ที่ไม่ใช่การลงสีน้ำเงินลงไปอย่างเดียวทื่อๆSmile
 
 
 
อันนี้เป็นท้องฟ้าตอนพระอาทิตย์ตกตินแบบที่แสงสีแดงกระเจิงไปทั่วทั้งท้องฟ้าค่ะ
จะสังเกตได้ว่าจะใช้โทนเดียวกันทั้งภาพแต่แทรกสีส้มกับม่วงลงไป ไม่ให้ภาพดูชืด
แล้วก็ใส่เอฟเฟคแสง+เลนส์แฟลร์เข้าไปเพื่อเสริมบรรยากาศค่ะ แอบมีดาวด้วย 55
 
 
 
ท้องฟ้าตอนกลางคืน ที่ดูยังไม่กลางคืนเท่าไหร่ เหมือนกำลังจะค่ำมากกว่าFoot in mouth
พวกฟ้าตอนกลางคืนนี่ ถ้าเราจะเน้นดาวบนท้องฟ้า ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใส่เมฆลงไปเยอะนะคะ
เพราะวัตถุบนฟ้ามันจะตีกันเอง ฉะนั้นเลือกเอาว่าจะเน้นอะไรซักอย่างจะดีกว่าค่ะ
ส่วนดาวนี่ ปั้มบรัชเอาแหล่ะค่ะ 555 เทคนิคอาไร้ ไม่มีทั้งสิ้น
 
 
.....................................................................................................................................
 
ต่อไปจะเป็นภาพอื่นนอกจากพาโนรามาด้านบนนะคะ ออกแนวแฟนซีกับสีซีดๆค่ะ
 
 
รูปนี้คิดว่าแฟนซีสุดแล้วเท่าที่เคยเพ้นต์มา สีแบบว่า ไม่จริงเลยแม้แต่น้อย 55
สำหรับใครที่สงสัยว่าทำไมสีที่จิ้มมามันดูไม่ค่อยเหมือนกันในรูปเลย
ก็เป็นเพราะสภาพแวดล้อมสีที่ล้อมรอบส่งผลให้เกิดvariationที่ต่างกันไป ทั้งๆที่เป็นสีเดียวกันน่ะค่ะ
 
 
 
มารูปที่ท้องฟ้าสีซีดๆกันบ้าง ถึงใช้สีไม่สด ไม่หลากหลายก็เพ้นต์ได้ค่ะ
ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเราว่าอยากได้โทนสีแบบไหน ยังไงถึงจะเข้ากับภาพรวมของภาพSmile
 
 
 
พวกสีท้องฟ้าเพ้นต์CGนี่ ส่วนมากมีที่มาจากท้องฟ้าจริงๆทั้งนั้นแหล่ะค่ะEmbarassed
ฉะนั้นเราก็สามารถศึกษา หาภาพท้องฟ้าอื่นๆได้อีกมากมายไม่จำกัดจากgoogleบ้างเซิร์จเอ็นจิ้นอื่นๆบ้าง
แล้วจะพบภาพท้องฟ้าสวยๆบนโลกนี้อีกมากมายเลยค่ะ
ขอบคุณการกระเจิงของแสงที่ทำให้ธรรมชาติสวยงามขนาดนี้ 5555
 

3* Cloud

 
จากเอ็นทรี่ฮาวทูก่อนหน้านั้นเคยแจกบรัชที่ทำเมฆไว้แล้วมาพบอีกทีว่าหมดอายุแล้ว ก็แหงอ่ะนะ
ตอนนี้ก็เลยอัพโหลดให้ใหม่ค่ะ ไปโหลดกันได้เลยMoney mouth
ส่วนวิธีเอาบรัชมาใช้ก็กลับไปอ่านฮาวทูที่แล้วละกันนะ 55
 
 
ครั้งนี้เราจะมาเปรียบเทียบบรัชที่เราใช้ทำเมฆทั้งสองแบบระหว่างบรัชกลมกับบรัชเมฆ
แต่ละแบบก็เหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างกันออกไปค่ะ
ใครอ่านไม่ออกก็กดคลิกลิ้งค์ข้างใต้ดูภาพใหญ่ได้นะคะ
 
 
 
คนใช้SAIเชิญทางนี้ค่า
 
 
การเพ้นต์เมฆแบบคร่าวๆค่ะ
 
 
ต่อไปเราจะมาแยกผลของการใช้บรัชทั้งสองแบบกันค่ะCry
ขออภัยที่ไม่มีตัวอย่างของSAIค่ะ แบบว่าถนัดเพ้นต์เมฆในโฟโต้ช็อปมากกว่า orz
 
 
 
 
 
อย่างที่บอกไปว่าเมฆเป็นสิ่งที่มีรูปทรงfree formมีลักษณะอิสระ ไม่ตายตัว
ฉะนั้นจะเพ้นต์ออกมาเป็นแบบไหนก็ย่อมได้ทั้งนั้น
แต่ถ้าใครไม่แน่ใจก็สามารถเซิร์จกูเกิลดูลักษณะรูปทรงเมฆเป็นreferenceไว้ก่อนก็ได้ค่ะSurprised
 
 

4* Composition

 
เรื่องคอมโพสิชั่นนี้ เราจะมาพูดถึงการจัดองค์ประกอบท้องฟ้าอย่างง่ายๆก่อนนะคะ
บางครั้งเนี่ย ถึงจะเป็นแค่การจัดวางเมฆแต่ก็ส่งผลถึงอารมณ์และภาพรวมของภาพได้เลยค่ะMoney mouth
 
รูปนี้ยกตัวอย่างการเอาเมฆเป็นประธานของภาพตรงกลางเลย
 
 
 
ส่วนรูปนี้เป็นแค่แบ็คกรานด์ด้านหลัง ฟ้าสีฟ้า เมฆสีขาวแบบธรรมดา ไม่เพ้นต์น้ำหนักค่ะ
 
 
 
อันนี้เป็นโครงสร้างเมฆของภาพตัวประกันในเอ็นทรี่ที่แล้วค่ะ
ขออภัยที่ไม่มีฮาวทูเป็นเสต็ปมา แต่แบบว่าเนื้อหาข้างบนก็ยาวสุดๆแล้วอ่ะFoot in mouth
เอาจริงๆคือลืม เพนต์เมฆเลเยอร์เดียวทั้งภาพไปเกือบเสร็จแล้วเพิ่งนึกออก orz
 
แล้วรูปนี้เมฆซับซ้อนมาก เพนต์เองยังงงเอง คงไม่มีปัญญาอธิบายให้เข้าใจง่ายๆแน่ๆเลยค่ะ พรากกกกกTongue out
นอกจากเมฆแบบที่น้ำทำปกติแล้วก็มีเมฆแบบแพลนๆ ก้อนใหญ่ๆ เสริมเข้ามา+แสงอาทิตย์อีก
เดี๋ยวจะพูดถึงอีกในหัวข้อเอ็ฟเฟคต์ของภาพนะคะ
 
 
 
ตัวอย่างสุดท้ายของหัวข้อนี้แล้ว อาจต่างจากอันอื่นๆมากอยู่ 555
เป็นงานมหาลัยของเราค่ะ หัวข้อวันสิ้นโลก เพราะงั้น ท้องฟ้าเลยต้องดูอลังการ ดิสแอสเตอร์นิดนึงFoot in mouth
ท้องฟ้าเวลาอันตรายนี่ แบ่งออกได้2แบบคือสีทึมมืดครึ้มผิดปกติ ไม่ก็มีสีที่ไม่เป็นธรรมชาติอยู่บนฟ้า
 
 
เรื่องการวางคอมโพสิชั่นท้องฟ้านี่....
เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญกับมันนิดนึงเพราะส่งผลโดยตรงกับภาพรวมของรูปนั้นเลย
ฉะนั้นจะสังเกตได้ว่าพวกโปสเตอร์หนังที่ทำอลังการๆนี่ ท้องฟ้าก็โคตรอลังการตาม
เพราะท้องฟ้า+โทนสีโดยรวมของภาพจะเป็นสื่อที่ส่งผ่านความทรงพลังของภาพมายังผู้ชมได้ดีที่สุดนั่นเองค่ะEmbarassed