- นิพันธ์ ทารีมุกข์ -

นักเขียนน่ะ'เป็นอยู่' แต่คนรู้น่ะ'มีน้อย' (ก็เขียนแต่เรื่องอย่างนี้!!)^^

 

 

เป็นเรื่องธรรมดา

ที่คนเราจะสามารถพบเจอกับเหตุการณ์ประหลาดใจได้ในทุกที่..

 

แต่กระนั้น สำหรับชายคนหนึ่ง..

สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจมากที่สุด นับตั้งแต่ที่เขาได้เกิดมา นั่นก็คือ

การที่เขาถูกกระดาษเพียงแค่แผ่นเดียวทำลายความเชื่อที่มีมาเนิ่นนานให้เปลี่ยนแปลงไป!! 

ความเชื่อที่ตามปกติคนเรามักจะเปลี่ยนกันได้ยาก และสำหรับใครหลายคนมันคล้ายกับเป็น

ส่วนหนึ่งของชีวิต..

'นี่มันเรื่องอะไรกัน?! ' เขาเฝ้าคิด ขณะจ้องมองหลักฐานบางอย่างที่ถืออยู่ในมือ

มันคือกระดาษเซียมซีใบหนึ่งที่เขียนคำทำนายอย่างที่เขาไม่เคยพบเห็นที่ไหนมาก่อนได้แสดง

ตัวเองอย่างแจ่มชัด

มันเป็นไปได้อย่างไร.. ทุกอย่างล้วนมีอยู่แล้วตั้งแต่ต้น?!!

เขาอ่านมันซ้ำไปซ้ำมาด้วยความรู้สึกตื่นเต้น

'ยังทันไหมเนี่ย..?! '

และโดยมิอาจรั้งรอ เขาจึงรีบหยิบโทรศัพท์ส่วนตัวของเขาขึ้นมา และกดไปยังหมายเลข

หมายเลขหนึ่งที่เขาไม่เคยคิดจะโทรมาก่อน เขารอสายนั้นอยู่ชั่วครู่

และไม่นานนัก.. เสียงจากทางปลายสายก็ดังขึ้น!!

 

 

- เสี้ยวเวลาก่อนการรับสาย -

 

ชายคนนั้นหลับตาลง พร้อมกับพยายามนึกภาพเหตุการณ์ครั้งสำคัญที่เกิดขึ้นนี้ของเขา..

ในตอนนั้น.. หากเราไม่ได้ไปทำงานที่นั่นทุกอย่างก็คงจะไม่ได้เริ่มต้น!!

ด้วยงานด้านธรณีวิทยา เขาซึ่งเป็นหัวหน้าหน่วยได้รับมอบหมายให้ไปสำรวจสายแร่แห่งหนึ่ง

ในพื้นที่ที่อยู่กลางป่า และการไปที่นั่นนำพาให้เขาได้พบเจอกับวัดเก่าแก่โบราณวัดหนึ่งเข้าโดยบังเอิญ

มันคงจะผ่านไปได้ด้วยดี ถ้าการแวะเข้าไปที่วัดแห่งนั้น ทุกอย่างดำเนินไปตามปกติ

เริ่มต้นจากการไปไหว้พระ, ทำบุญเล็กน้อย และเสี่ยงเซียมซีอย่างที่ชอบก่อนกลับ..

หากแต่ที่นั่น กลับมีบางสิ่งที่ผิดปกติเกิดขึ้นในช่วงสุดท้ายของการทำนายชะตาชีวิต

ด้วยสิ่งประหลาดเกิดขึ้น นั่นคือ ไม้เซียมซีสีแดงที่เขาเขย่าได้ ตัวเลขที่ปรากฏอยู่บนไม้นั้นกลับ

เป็นตัวเลขที่เขาไม่คุ้นตามาก่อน..

 

เลข 0!! ’ 

 

 จากประสบการณ์อันโชคโชนในเรื่องนี้ เลข 0 เป็นตัวเลขที่เขาไม่เคยพบเห็นที่ไหนมาก่อนเลย!!

ปกติมันจะเป็นเลขตั้งแต่ 1 ขึ้นไปมิใช่หรือ บางที่ก็ถึง 28 บางที่ก็ไปจนถึง 60 ?! เขาทวนความคิด

ด้วยความสงสัยเขาจึงหยิบเซียมซีกระบอกนั้นขึ้นมาดู แล้วจึงรู้ว่าตัวเลขทั้งหมดที่อยู่ในนั้น

ก็เป็นตัวเลขตัวเดียวกันนี้!!

หรือว่าใครกำลังเล่นตลกอยู่?!เขาไม่แน่ใจ

ที่ข้าง ๆ กัน เขาสังเกตเห็นใบเซียมซีปึกหนึ่งวางอยู่ เป็นคำทำนายของหมายเลขเดียวอย่างที่เขาคาดการณ์ไว้

เขาหยิบมันขึ้นมาอ่านสิ่งที่อยู่ในนั้น ข้อความสั้น ๆ ที่ถูกพิมพ์ไว้เป็นอย่างดี ..

 

 

                                              ใบเซียมซี หมายเลข 0

__________________________________________________

 

คุณค่างาม    กัดกิน    วิญญาณทาส

เป็นลมฝาด    เพลินพิศ    จิตร้องขอ

ถุงเงินทอง    ใต้ขอบหล้า    มาปราดปอง

ลมคะนอง    พานพัด    พนาวาส

โป่งเมฆา    หยาดหยดน้ำ    มาหาเจ้า

พองใจสู้     ฤ ปัดเป่า    เฝ้าถิ่นคราม

 

______________________________________________

 

- ?!? -

 

หลังจากอ่านเสร็จ เขาก็นิ่งอึ้งไป..

- ไม่เข้าใจ?! -  คือสิ่งแรกที่เขาคิดถึง

เขาพยายามอ่านทวนมันซ้ำอีกหลายครั้ง หากแต่ก็ยังไม่เข้าใจในความหมายที่อยู่ในนั้น

และทันใดนั้นเอง เสียง ๆ หนึ่งก็ดังขึ้นฝ่าความเงียบมาจากด้านหลังของเขา ทำเอาเขาถึงกับตกใจไปชั่วขณะ

ใบเซียมซีแผ่นนั้นมันเปรียบได้ดั่งชีวิตนะโยม..!!

พระรูปหนึ่งเดินถือไม้เท้าเข้ามาในที่ ๆ เขาอยู่ จากที่เขาเห็นท่านชราภาพมากแล้ว แต่จากหลาย ๆ อย่าง

ในตัวท่าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของผิวพรรณที่ดูดีกว่าปกติ แววตาที่ยังคงสดใส ทำให้ท่านดูหนุ่มในความคิดเขา

กราบนมัสการครับหลวงปู่!เขารีบหันหลังกลับและทักทายต้นเสียงนั้นในทันที

เมื่อสักครู่หลวงปู่ว่าอะไรนะครับ สิ่งนี้หมายถึงชีวิตหรือครับ..?!

พร้อมกันนั้น เขาก็แสดงใบเซียมซีที่ถืออยู่ให้ท่านเห็น..

ใช่แล้ว.. มันเปรียบได้กับชีวิตของคนเราที่มีทั้งสุขและทุกข์ปะปนกัน..

พระรูปนั้นกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงอันราบเรียบ ด้วยความสุขุมและสำรวมทำให้ท่านดูน่าเกรงขามยิ่งในเวลานั้น 

กระผมไม่เข้าใจครับ.. ’   ชายหนุ่มคนนั้นตอบ น้ำเสียงของเขายังเต็มไปด้วยความสงสัย

‘..ว่ากลอนบทนี้มันจะเปรียบเป็นอย่างนั้นไปได้อย่างไร?!

พระรูปนั้นนิ่งคิดไปพักหนึ่ง ก่อนที่ท่านจะเริ่มกล่าวต่อ..

อืม.. ถ้าอย่างนั้นอาตมาจะขอบอกใหม่นะ ใบเซียมซีใบนี้เป็นใบแห่งความโชคร้าย

ใครที่ได้ไปจะเป็นทุกข์ โยมมองเห็นคำทำนายในนั้นไหม?!

แม้จะไม่ค่อยเข้าใจ หากแต่ชายคนนั้นก็หันกลับไปอ่านย้อนทวนอีกครั้ง เพื่อดูว่ามีตรงไหนไหม

ที่บ่งบอกถึงสิ่งไม่ดีตามที่พระท่านบอก เพราะเท่าที่รู้เขายังมองไม่เห็น เขาครุ่นคิดอยู่นาน

 พร้อมกับพยายามจะตีโจทย์ที่ในตอนแรกเขายังดูไม่ออก เขาพลิกคำพูดไปมาและหาวิธีอ่านอยู่พักหนึ่ง

 จนกระทั่งในที่สุด เขาก็มองเห็นมัน..

เฮ้ย!! จริง ๆ ด้วย นี่เรากำลังจะป่วยหรือนี่?! เขาถึงกับอุทานเสียงดัง เมื่อได้เห็นคำบอกใบ้ถึงลางร้าย

ที่ได้แอบซ่อนอยู่ในกลอนบทนั้น ตาของเขาลุกวาวราวกับได้เห็นถึงปาฏิหาริย์ที่ไม่เคยได้เห็นมาก่อน..

อันที่จริงแล้ว มันต้องอ่านเฉพาะคำแรกของแต่ละบรรทัดอย่างนั้นใช่ไหมครับ?!

ในขณะที่ยังคงตื่นเต้น เขาไล่สายตาอ่านข้อความนั้นใหม่อีกครั้ง..

 

__________________________________________________

 

คุณค่างาม    กัดกิน    วิญญาณทาส

เป็นลมฝาด    เพลินพิศ    จิตร้องขอ

ถุงเงินทอง    ใต้ขอบหล้า    มาปราดปอง

ลมคะนอง    พานพัด    พนาวาส

โป่งเมฆา    หยาดหยดน้ำ    มาหาเจ้า

พองใจสู้     ฤ ปัดเป่า    เฝ้าถิ่นคราม

 

______________________________________________

 
- !!!! - 
 
 

 ‘อืม..ใช่แล้ว!พระรูปนั้นพยักหน้ากลับมาเบา ๆ ด้วยสีหน้าพึงพอใจ

นั่นแหละคือสิ่งสำคัญนะโยม  มันก็เหมือนอย่างที่อาตมาเคยบอกไว้..

ใบเซียมซีนั้นก็เปรียบได้ดั่งชีวิตของโยม คำบอกใบ้ของอาตมาก็เหมือนกับเป็นใบเซียมซีที่คอยบอกทาง

พออาตมาบอกว่ามันจะไม่ดี โยมก็จะย้อนกลับไปดูว่าที่ผ่านมาโยมมีอะไรที่ไม่ดีอยู่บ้าง เมื่อโยมมองหา

 โยมก็จะเห็น เห็นในสิ่งเหล่านั้นที่โยมมีหรือเป็นอยู่แล้ว หรือแม้แต่กระทั่งจะเป็นเรื่องของอนาคตก็ตามที!!

 
ชายคนนั้นคิดตามและได้แต่พยักหน้าตามไปเบา ๆ

อืม.. และเมื่อเราเห็นว่าสิ่งนั้นตรงกับคำทำนาย เราก็จะเห็นด้วยและเชื่อไปกับคำทำนายนั้น ๆ !!

เขากล่าวเสริมราวกับจะคิดอะไรขึ้นได้..

ถูกต้อง.. สุขหรือทุกข์เราต่างก็มีกันอยู่แล้ว ทั้งหมดมันมีอยู่แล้วตั้งแต่ต้น เพียงแต่เรายังไม่ได้สังเกตมัน

ในตอนแรกเท่านั้นเอง ขอแค่เพียงเรามีสติและอยู่กับปัจจุบัน ทุกอย่างจะผ่า