ประวัติศาสตร์วายในญี่ปุ่น
ประวัติศาสตร์ความวายของญี่ปุ่นเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ หากจะให้ขุดคุ้ยกันจริงๆ ว่ามันวายที่ตรงไหน คงต้องย้อนดูประวัติศาสตร์แต่ละยุค
สมัยนาระ (710-ปลายศตวรรษที่ 8)
จากเอกสารที่เป็นตัวอักษร
เอกสารปรากฏความ “ส่อวาย” ครั้งแรกคือ โคจิกิ (Kojiki)
ซึ่งเอกสารโคจิกิเป็นเอกสารที่ผูกโยงประวัติศาสตร์การเกิดประเทศญี่ปุ่นและเรื่องราวของเทพต่างๆ
ของญี่ปุ่น และถือเป็นวรรณกรรมและเอกสาร (ที่เป็นลายลักษณ์อักษร)
ทางประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่น
คาดว่ามีการแต่งขึ้นในปี 712 (สมัยจักรพรรดิเทนมุ)
โดยเล่าถึงเทพสร้างประเทศญี่ปุ่น และให้กำเนิดเทพต่างๆ
ซึ่งในบรรดาเทพต่างๆ นี้ก็มีบางองค์ที่ลงหลักปักฐานมีเมียคลอดลูกในญี่ปุ่น
แล้ววี่แววความวายอยู่ที่ไหน??
มันเริ่มส่อตรงบทที่กล่าวถึง
ยามาโตะ ทาเครุ (Yamato Takeru) ที่บุกไปหาศัตรูที่คิวชู ยามาโตะ
ทาเครุเป็นเด็กหนุ่มรูปงามผิวขาว
(ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีหนุ่มหน้าสวยมาตั้งแต่สร้างโลกซินะ = =!!)
ปล่อยผม แต่งกายด้วยชุดผู้หญิงเพื่อหาโอกาสเข้าใกล้ศัตรู
เมื่ออยู่ต่อหน้าศัตรูก็ควักเอาดาบสั้นขึ้นมาแล้ว
“แทงเข้าไปที่ก้นของอีกฝ่าย” (=[ ]=!!!!!!!! ลองหาดูใน “โคจิกิ”
ฉบับภาษาไทยที่นศ.จุฬาช่วยกันแปล ปรากฏว่าไม่มีการบรรยายฉาก
บอกแค่ว่าเอาดาบแทง ไม่ระบุจุดที่แน่นอน
เลยลองเอาไปถามอาจารย์คนญี่ปุ่นที่จบปริญญาเอกด้านวรรณกรรม
แกบอกว่ามันมีฉากนี้จริง เขียนแบบนี้จริง แต่กรุณาอย่าจิ้นให้วาย = =!!
ไม่รู้ว่าอาจารย์ไม่ยอมรับความจริง หรือลูกศิษย์คิดมากเกิน)
นอกจากนี้เอกสารที่เก่าแก่รองลงมาอย่าง
มังโยชู (Manyoushu) ซึ่งเป็นเอกสารรวมบทกลอนที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น
คาดว่ารวบรวมในศตวรรตที่ 8 บทกลอนที่รวบรวม
มีทั้งบทกลอนที่กล่าวถึงความงดงามของธรรมชาติ ความรัก ความเศร้า การลาจาก
ฯลฯ และมีบทความที่กล่าวถึงความเสน่ห์หาในตัวหนุ่มรูปงาม ทั้งๆ
ที่ในยุคนั้นผู้ที่เรียนเขียนหนังสือและมีชื่อมีตำแหน่งรับราชการ
“มีแต่ผู้ชายเท่านั้น” (=[ ]=!!!
กล้าถึงขนาดเอาบทกลอนเขียนป้อหนุ่มมาลงอวดให้จักรพรรดิกับคนในวังอ่านเชียวเรอะ!!!!)
นอกจากนี้ภาพวาดที่เก่าแก่ของญี่ปุ่น
ไม่ทราบอายุแน่ชัด คาดว่าน่าจะอยู่ในสมัยนาระถึงเฮอัน เป็นรูปภาพชื่อว่า
“การลงโทษของเทพสายฟ้า”
ในภาพเป็นเทพสายฟ้ากำลังลงโทษโดยการมีเซ็กซ์ทางทวารหนักกับเทพอีกองค์หนึ่ง
(=[ ]=!!! เห็นแล้วอึ้ง เพราะภาพมันโชว์เน้นจุดนั้นมาก
กลัวคนไม่เห็นรึไงฟระ ที่บอร์ดเก่ามีคนไปหารูปมาแปะให้ดูด้วย
แต่รู้สึกว่าจะเป็นภาพที่วาดขึ้นใหม่ในอีกยุคหนึ่ง = =!!
สงสัยจะได้รับความนิยม เลยรีพรินท์อีกหลายรอบ
ทำให้รู้ว่ารูปนี้มีทั้งรูปที่วาดลงกระดาษเก่าด้วยสีขาวดำ รูปสีสดใส
รูปลายเส้นพู่กัน)
สมัยเฮอัน (ปลายศตวรรษที่ 8 – ปลายศตวรรษที่ 12)
ยุคสมัยนี้เป็นยุคสมัยที่ได้รับอิทธิพลจากจีน
โดยเฉพาะเรื่องของศาสนา พระตามวัดต่างๆ ต้องปฏิบัติตนอย่างเคร่งครัด
ห้ามผู้หญิงเข้ามาในเขตวัด (เพราะความเชื่อว่าผู้หญิงเป็นเพศที่สกปรก
เป็นสิ่งที่ไม่ดี)
ดังนั้นผู้ที่คอยดูแลรับใช้พระจึงเป็นหน้าที่ของเด็กที่เรียกว่า chigo
ซึ่งเป็นบรรดาลูกหลานของชนชั้นขุนนางที่ถูกส่งมารับใช้ในวัดเพื่อจะได้เรียนรู้ศาสตร์ต่างๆ
จนบรรลุนิติภาวะและกลับไปรับหน้าที่ในวังต่อไป เด็กเหล่านี้จะไว้ผมยาว
(เด็กผู้ชายต้องไว้ผมยาว ปล่อยผมให้ยาวลงมา หรือรัดผมก็ได้
แต่ห้ามมัดมวยผม
ผมที่ไว้จะต้องยาวเพื่อตัดออกนิดหน่อยและมัดมวยในพิธีบรรลุนิติภาวะ)
ซึ่งต่างกับพระที่ต้องโกนผมทิ้งทั้งหมด
แล้ว...เด็กวัยละอ่อนไฮโซ ผิวขาวละเอียด ผมยาว และบางคนอาจเข้าขั้น “งาม” จะรอดพ้นปลอดภัยจนถึงพิธีบรรลุนิติภาวะรึ
นอกจากในกลุ่มของพระแล้ว
บรรดาขุนนาง และชาวเมืองก็ได้รับความนิยมในเรื่องชายรักชายเช่นกัน
คาดว่าสาเหตุที่ความนิยมแพร่ระบาดในยุคนี้ได้
อาจเป็นเพราะอิทธิพลจากจีนด้วยเช่นกัน เพราะศาสนา
ความเชื่อที่รับเข้ามาทำให้ความคิดต่อผู้หญิงเป็นไปในแง่ลบ
แต่ก็ยังต้องพึ่งพาผู้หญิงในการสืบทอดสายเลือด
เอกสารสำคัญในยุคนี้คือพวกวรรณกรรมต่างๆ
เช่น “ตำนานเกนจิ” (Genjimonogatari) ที่จะกล่าวถึงชนชั้นขุนนาง
เหล่าหนุ่มๆ
ในยุคนี้มุดรั้วมุดบ้านแอบเข้าห้องกันให้มั่วไปหมดทั้งหญิงทั้งชาย
(ก่อนหน้านี้มีคนเคยแปะบทที่ผู้ชายย่องเข้าหาผู้ชายด้วยกันในวรรณกรรมนี้ด้วย
= =!!)
ที่เด่นดังอีกเรื่องก็คือบันทึกของฟูจิวาระโนะโยรินางะ
(Fujiwaranoyorinaga) ที่บอกเล่าถึงการเดินทาง
โดยมีบันทึกเรื่องการได้อยู่ร่วมคืนเดียวกับชายหนุ่มที่เป็นคนรักของพ่อ
หรือแม่แต่พี่ชาย น้องชาย ของภรรยาตนเอง และบางครั้งเล่น 3P กันด้วย (=[
]=!!! เจ้ย!!!!อยากอ่าน ไปหาซื้อดีกว่า)
และแล้วก็มาถึงยุคสมัยสงครามที่มีคู่วายเกลื่อนไปหมด ^ ^ เป็นยุคโปรดจริงๆ นะเนี่ย
สมัยคามาคุระ-มุโรมาจิ (ปลายศตวรรษที่ 12 – ปลายศตวรรษที่ 16)
เป็นยุคที่เริ่มมีคำว่า
บุชิ (bushi) นักรบ เกิดขึ้นในญี่ปุ่น
ชนกลุ่มนักรบเหล่านี้มีหน้าที่ต่อสู้ในสนามรบ
ซึ่งสนามต่อสู้ในแต่ละครั้งก็แสนกันดาร ว่างเปล่า และเต็มไปด้วยอันตราย
ดังนั้น การพาเมียไปรบด้วย รึการหาสาวๆ เอาดาบหน้าแถวๆ สนามรบนั้น
เป็นไปไม่ได้เลย ทำให้บรรดานักรบหนุ่มต้องหาวิธีคลายความเครียดกันเอง
ส่วนชนชั้นผู้นำทัพ หรือบรรดาขุนนางไม่จำเป็นต้องหาเศษหาเลย
เพราะชนชั้นเหล่านี้จะมี Koshou ซึ่งเป็นซามูไรรับใช้ส่วนตัวคอยติดตามตลอด
(จริงๆ แล้ว ความหมายของ Koshou
จากเอกสารในยุคนี้ยังไม่ส่อหน้าที่สนองความต้องการทางเพศของเจ้านายซักเท่าไหร่
และไม่มีหลักฐานยืนยันอื่นๆ ที่แน่ชัด จึงไม่อาจพูดได้เต็มปากว่า Koshou
คือชู้รักของเจ้านาย แต่เพราะในยุคสมัยหลังจากนี้ Koshou
ทั่วทุกพื้นที่ในญี่ปุ่น มีความหมายส่อไปทางเพศชัดเจน จึงมีการคาดเดาว่า
Koshou ซามูไรรับใช้ในยุคนี้อาจเป็นต้นตอหัวโจกของ Koshou
ชู้รักในยุคต่อไปก็ได้)
คู่วายที่เห็นได้ชัดในยุคนี้คือ โชกุน
(ตำแหน่งแม่ทัพสูงสุด แต่เนื่องจากมีอำนาจและพลังมาก
ทำให้ในบางช่วงโชกุนมีอำนาจมากกว่าจักรพรรดิ) คนที่ 3 ในยุคของมุโรมาจิ
คลั่งไคล้ เซะอามิ (Zeami) หนุ่มแสดงละครโนชื่อดัง
ยุคที่เหลือ ต่อเมื่อว่างและมีอารมณ์ =w=!!
edit @ 6 Aug 2008 17:19:52 by nama