Doupo Cangqiong (斗破苍穹) / Battle Through The Heavens (Novel : Thai Translation)

Fan's Translation for fans only. Do not use it for business purpose. And please support the original work. This translation will end if the right is available in my country.

บรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วยความกดดันจนทำให้ผู้คนรู้สึกราวกับว่ากำลังหายใจไม่ออก  หลินเอี้ยนและพวกจ้องมองเซียวเอี๋ยนผู้ซึ่งกำลังแสดงความโกรธเกรี้ยวใหญ่หลวงต่อหน้าพวกเขาเป็นครั้งแรก  พวกเขาแอบพูดไม่ออกกันแล้ว  คนผู้นี้ปกติมักจะมีท่าทางสุภาพและเต็มไปด้วยรอยยิ้มเมื่อยามพบกัน  คิดไม่ถึงโดยแท้ว่าเขากลับน่าสะพรึงกลัวปานนี้ในยามโกรธ

 

สองตาของเซียวเอี๋ยนจ้องมองใบหน้าซีดขาวของเซียวลี่เขม็ง  ครู่ใหญ่ผ่านไป  เขาสูดลมหายใจลึกคำหนึ่งและฝืนกดข่มความโกรธเกรี้ยวในหัวใจ  เขาหันกลับมาพูดกับเซียวหยูที่สองตาแดงก่ำด้วยเสียงเข้มต่ำ  “เกิดอะไรขึ้นกันแน่?  พี่รองน่าจะอยู่ในอาณาจักรเจียหม่ามิใช่หรือ?  เหตุใดเขาจึงมาถึงโรงเรียนเจียหนันได้?”

 

“เมื่อสองวันก่อน  ญาติผู้พี่เซียวลี่โผล่มาอยู่ที่ประตูทางเข้าโรงเรียนเจียหนันกะทันหันและขอให้คนมาแจ้งให้ข้าทราบ  เมื่อข้ารีบออกไป  ข้าก็เห็นเขาอยู่ในสภาพที่อ่อนแอเช่นนี้แล้ว  พอได้เห็นข้า,  เขาเพียงพูดประโยคเดียวก่อนที่จะสิ้นสติไป”  เซียวหยูเอ่ยเบาๆ

 

“พูดอะไร?”  หัวใจของเซียวเอี๋ยนกระโจนพรวดขณะเอ่ยถามเสียงแหบพร่า

 

“บอกเซียวเอี๋ยน  มีเรื่องเกิดขึ้นกับตระกูลเซียว!”

 

“ตูม!”

 

พลังแข็งแกร่งสายหนึ่งพลันแผ่พุ่งรุนแรงขึ้นมาในห้อง  เซียวหยูที่กำลังอยู่ใกล้เซียวเอี๋ยนที่สุดถูกสะเทือนด้วยพลังสายนั้นจนต้องถอยร่นไปหลายก้าว  ทันใดนั้น  ใบหน้าน่ารักของนางต้องตกตะลึงขณะจ้องมองเซียวเอี๋ยนผู้มีสีหน้าดำเข้มจนน่าสะพรึงกลัวและเคร่งขรึมยิ่ง  รัศมีเช่นนี้...  ยังแข็งแกร่งยิ่งกว่าอาจารย์รั่วหลิงเสียอีก!  พวกเขาไม่ได้พบกันเพียงครึ่งปี,  กระนั้นพลังของเซียวเอี๋ยนกลับแข็งแกร่งขึ้นมาถึงเพียงนี้?

 

“พี่เซียวเอี๋ยนอย่าเพิ่งหัวเสียไป”  เงาร่างหนึ่งรุดไปถึงข้างกายของเซียวเอี๋ยน  มืองดงามของนางคว้าแขนของเซียวเอี๋ยนแน่น  แสงสว่างสีทองบางเบาสายหนึ่งสว่างวาบขึ้น  เมื่อแสงสว่างสีทองนี้ฉายต้องร่างกาย  รัศมีที่ทำท่าจะหลุดจากการควบคุมของเซียวเอี๋ยนก็เริ่มค่อยๆ  สงบลง

 

เซียวเอี๋ยนหายใจกระชั้นถี่อยู่สอง-สามหน  สองมือของเขายังคงพลั้งเผลอสั่นเทาเล็กน้อย  เซียวเอี๋ยนได้ลอบย้ายตระกูลเซียวทั้งหมดไปยังสำนักรับจ้างที่พี่ใหญ่และพี่รองของเขาอยู่ตั้งแต่ก่อนที่เซียวเอี๋ยนจะจากมา  บัดนี้เซียวลี่ซึ่งเป็นรองหัวหน้าแห่งสำนักทหารเหล็กทะเลทรายกลับมาปรากฏตัวอยู่ในโรงเรียนเจียหนันซึ่งอยู่ห่างไกลจากจักรวรรดิเจียหม่านับหมื่นกิโลเมตร  นี่ย่อมต้องหมายความว่าสำนักทหารรับจ้างพร้อมกับตระกูลเซียวคงจะต้องถูกทำลายจนย่อยยับ

 

ปลายเล็บของเซียวเอี๋ยนจิกลึกเข้าไปในฝ่ามือ  เลือดสดๆ  ไหลซึมออกมาตามร่องนิ้วและหยดลงพื้น  เซียวเอี๋ยนจ้องมองเซียวลี่ผู้มีใบหน้าซีดขาวราวกับกระดาษบนเตียงนอน  ความสำนึกผิดช่างเปรียบประดุจดังคมมีด,  กรีดลงบนหัวใจของเขาจนซ่านไปด้วยคลื่นแห่งความปวดร้าวระทม  ช่างคาดไม่ถึงโดยแท้  การเคลื่อนย้ายตระกูลเซียวไปยังสถานที่ที่พี่ใหญ่ของเขาตั้งรกรากอยู่,  กลับเป็นการทำร้ายพวกเขา...

 

บรรยากาศภายในห้องอึมครึมเพราะความกดดัน  ดวงตาของเซียวหยูแดงก่ำขึ้นมาเล็กน้อย  ด้วยปัญหาที่ตระกูลเซียวเผชิญอยู่,  ดูท่าว่าบิดามารดาของนางคงยากจะรอดพ้นไปจากเงื้อมมือของฆาตกรเหล่านั้นได้  เหตุการณ์ผันเปลี่ยนคาดไม่ถึงเช่นนี้เป็นเหตุให้นางคิดไม่ออก  พวกเขาไม่ทราบว่าจะมีสมาชิกในตระกูลเซียวกี่คนรอดชีวิตได้บ้าง  บางที  หากสถานการณ์เลวร้ายถึงขีดสุด  ก็อาจจะเหลือเพียงพวกเขาแล้ว,  เด็กรุ่นใหม่ที่อาศัยอยู่นอกบ้าน...  เซียวหยูอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเจ็บปวดอยู่ในหัวใจในชั่วขณะที่ครุ่นคิดถึงว่า,  ตระกูลเซียวซึ่งเคยเป็นตระกูลใหญ่กลับต้องมาลงเอยด้วยสถานการณ์อันเลวร้ายปานนี้  นางก็เริ่มสะอึกสะอื้นขึ้นมาเบาๆ

 

เซียวเอี๋ยนค่อยๆ  นั่งลงข้างเตียง  เขาข่มสองมือที่กำลังสั่นเทาและกุมแขนของเซียวลี่ไว้  เต๋าชี่ริ้วหนึ่งถ่ายทอดเข้าไปในร่างกายของอีกฝ่าย  ครู่ต่อมาจึงปล่อยมือของเซียวลี่  ในที่สุดความเศร้าหมองบนใบหน้าจึงค่อยเบาบางลง  อย่างไรก็ตาม  เสียงของเขายังคงแหบพร่า,  เย็นชาและดุดันนัก  “พี่รองได้รับบาดเจ็บภายในหนักไม่น้อย  เขาคงบาดเจ็บขณะประมือกับผู้อื่น  โชคยังดี  ชีวิตของเขายังไม่เป็นอันตราย”

 

เซียวเอี๋ยนหยิบยารักษาอาการบาดเจ็บภายในออกมาจากแหวนเก็บของ  เขาป้อนมันเข้าไปในปากของเซียวลี่  ครู่ต่อมา  สีหน้าซีดขาวของอีกฝ่ายจึงค่อยดีขึ้น  เห็นดังนั้นเซียวเอี๋ยนจึงค่อยถอนหายใจออกมาเบาๆ  ด้วยความโล่งอก

 

“รอจนกว่าพี่รองจะฟื้นขึ้นมาก่อน  หากเขาตื่นขึ้นมาเมื่อใด  พวกเราก็จะรู้เองว่าเกิดอะไรขึ้นกับตระกูลเซียวกันแน่”  ใบหน้าของเซียวเอี๋ยนหดหู่หม่นหมอง  เสียงเบาๆ ของเขาก็ดุร้ายเย็นชาและเต็มไปด้วยรังสีสังหารเย็นชาจนทำให้ผู้คนหนาวเข้าไปถึงกระดูกแล้ว

 

“อย่าบอกข้านะว่าเรื่องราวเหล่านี้ล้วนเป็นฝีมือของพรรคเมฆคราม?”  เซวี่ยนเอ๋อเอ่ยขึ้นมาเบาๆ  ด้วยท่าทางลังเล

 

“หากเป็นพรรคเมฆครามจริงๆ  ข้า,  เซียวเอี๋ยนจะสู้กับพวกมันจนถึงที่สุด  ทุกวิถีทางจนกว่าพรรคของพวกมันจะถูกทำลาย!”  รอยยิ้มเกรี้ยวกราดเผยอขึ้นบนมุมปากของเซียวเอี๋ยน  น้ำเสียงของเขาฟังราวกับถ่ายทอดขึ้นมาจากขุมนรกและปราศจากซึ่งอารมณ์ใดๆ แม้เพียงน้อย

 

เซวี่ยนเอ๋อทอดถอนใจเบาๆ  ภายในจักรวรรดิเจียหม่า,  ดูเหมือนจะไม่มีพรรคอื่นใดนอกเสียจากพรรคเมฆครามที่กล้าลงมือโหดเหี้ยมปานนี้ต่อตระกูลเซียว...

 

ระหว่างที่พวกเขาเฝ้ารอให้เซียวลี่ตื่น  บรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วยความกดดันและความเศร้าสร้อย  ส่งผลให้หูเจียและพวกได้แต่ทอดถอนใจออกมาเงียบๆ  ก่อนที่จะเดินออกจากห้องไปด้วยท่าทางที่ไม่ค่อยเต็มใจนัก  ทิ้งห้องนี้ไว้ให้เซียวเอี๋ยนและญาติพี่น้อง

 

“แค่ก...”

 

เสียงไอรุนแรงดังขึ้นภายในห้องอันเงียบสงัด  เซียวเอี๋ยนที่นั่งอยู่ข้างเตียงรีบเงยหน้าขึ้นเพียงเพื่อจะได้เห็นเซียวลี่กำลังลืมตาขึ้นมาช้าๆ

 

สายตาสองคู่ประสานกัน  ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องโดยสายเลือดเป็นเหตุให้สีหน้าของคนทั้งสองดูมีความอบอุ่นมากขึ้น

 

“ในที่สุดข้าก็ได้เห็นเสี่ยวเอี๋ยนจื่อแล้ว,  ข้าคิดว่าข้าจะไม่สามารถเดินมาถึงที่นี่ได้เสียแล้ว”  เซียวลี่เอนกายพิงหมอนหนุนใบนุ่ม  ความดีใจมากล้นที่อยู่บนใบหน้าของเซียวลี่ในยามที่เห็นเซียวเอี๋ยนค่อยๆ ลดลง  เขายิ้มก่อนที่จะทอดถอนใจออกมา  “สามเดือน,  หากมิใช่เพราะข้าอาศัยขี่สัตว์เทพบินมา  เกรงว่าอย่างน้อยที่สุดข้าคงต้องใช้เวลานับปีจึงจะเดินทางจากจักรวรรดิเจียหม่ามาถึงที่นี่ได้”

(เสี่ยวเอี๋ยนจื่อ - คำเรียกที่แสดงความสนิทสนม แปลได้ว่าเอี๋ยนน้อย)

 

เซียวเอี๋ยนจ้องมองใบหน้าซีดขาวของเซียวลี่  จมูกของเขาก็เผลอรื้นขึ้นมาด้วยความหดหู่ใจเล็กน้อย  ครึ่งปีก่อน  พี่รองของเขาเคยมีจิตใจที่ฮึกเหิมและเต็มไปด้วยความกระตือรือล้นกับการต่อสู้  อย่างไรก็ตาม  บัดนี้  ทั้งหมดที่หลงเหลืออยู่ในสายตาของเขากลับเสริมไว้ด้วยความอำมหิตรุนแรงนัก

 

“พี่รอง  เกิดอะไรขึ้นกันแน่?  พี่ใหญ่อยู่ที่ไหน?”  เซียวเอี๋ยนกุมมือของเซียวลี่ไว้และเอ่ยถามเบาๆ

 

รอยยิ้มบนใบหน้าของเซียวลี่หายวับไปแล้ว  ครู่ต่อมา  เขาเงยหน้าขึ้นและหัวเราะ  เสียงหัวเราะนั้นเต็มไปด้วยความเสียใจและโกรธเกรี้ยวสุดลึกล้ำ  ภายในเสียงหัวเราะที่แสนหดหู่ใจนี้  น้ำตาของเซียวหยูที่อยู่ด้านข้างก็พลันไหลลงอาบแก้ม

 

“เป็นพรรคเมฆครามหรือไม่?”  หลังมือของเซียวเอี๋ยนสั่นเทิ้มไม่หยุด  ความเดือดดาลและรังสีสังหารท่วมท้นอยู่ในหัวใจและแทบจะเผาไหม้ความมีเหตุผลของเขาไปจนหมดสิ้น

 

“สองเดือนแรกหลังจากที่ตระกูลเซียวย้ายเข้าสู่สำนักทหารเหล็กทะเลทรายเต็มไปด้วยความสงบสุข  การค้นหาของพรรคเมฆครามมิได้กระจายมาถึงบริเวณชายแดน  อย่างไรก็ตาม  พวกมันลอบเข้ามาอย่างเงียบเชียบในยามที่พวกเราคิดว่าบรรยากาศตึงเครียดกำลังจะผ่านพ้นไป”

 

“คืนนั้นประจวบเหมาะกับเป็นเวลาที่พวกเราสำนักทหารเหล็กทะเลทรายกำลังสังสรรค์ประจำเดือน  อย่างไรก็ตาม  มันกลับกลายเป็นงานเลี้ยงเลือด  คืนนั้นมีคนจำนวนมากเข้าโอบล้อมและเข่นฆ่าพวกเราสำนักทหารเหล็กทะเลทราย  แม้พวกมันจะปิดบังโฉมหน้าเอาไว้  จะปกปิดรังสีดาบจากเคล็ดวิถีชี่พิเศษของพรรคเมฆครามไปได้อย่างไร?”  เซียวลี่หัวเราะเบาๆ  ใบหน้าของเขาแสดงความอาฆาตซึ่งไม่อาจลืมเลือนได้  “คนที่เข้าโอบล้อมและโจมตีพวกเราสำนักทหารเหล็กทะเลทรายล้วนแล้วแต่แข็งแกร่งนัก  พี่น้องของเราแทบทุกคนถูกเข่นฆ่าหรือไม่ก็บาดเจ็บ  แม้ตระกูลเซียวจะมีผู้เฒ่าอยู่หลายคนที่ต่อสู้จนตัวตายเพื่อปกป้องผู้คน,  ก็ยังเสียหายอย่างหนัก”

 

“พรรค. เมฆ. คราม...  ดูเหมือนว่าไอ้ลูกกำพร้าอวิ๋นซันผู้นั้นคงวางแผนที่จะเก็บกวาดพวกเราทุกคนจริงๆ!”  ดวงตาดำขลับของเซียวเอี๋ยนเต็มไปด้วยเส้นเลือดแดงก่ำ  ใบหน้าโหดเหี้ยมจนแลดูน่าสะพรึงกลัว  ร่างกายของเซียวเอี๋ยนสั่นเทิ้มไม่หยุดในขณะที่รังสีสังหารรุนแรงกระจายเต็มห้อง  ครู่ต่อมา  เขาลุกขึ้นยืนอย่างกระทันหันและพลันถูกเซวี่ยนเอ๋อยับยั้งเอาไว้  “พี่เซียวเอี๋ยน  ท่านกำลังคิดที่จะไปไหน?”

 

“ข้าจะกลับไปที่จักรวรรดิเจียหม่า!  ข้าจะให้คนในพรรคเมฆครามทุกคนถูกฝังไปพร้อมกับทุกคนที่ต้องตาย!”  เสียงดุร้ายของเซียวเอี๋ยนเต็มไปด้วยรังสีสังหารโหดเหี้ยม

 

“หากท่านกลับไปตอนนี้  ท่านจะทำอันใดได้นอกจากไปลงเอยด้วยความตายที่ไร้ประโยชน์?  ตระกูลเซียวต้องเผชิญกับหายนะครั้งใหญ่  นอกจากท่านแล้วยังจะมีผู้ใดสามารถช่วยชีวิตพวกเขาได้?  หากท่านตายไป  ข้าจะบอกลุงเซียวได้อย่างไร?”  เซวี่ยนเอ๋อเข้าใจดีว่าเซียวเอี๋ยนกำลังเริ่มสูญเสียความควบคุมตนเพราะความโกรธเกรี้ยวเมื่อนางเห็นท่าทางโหดเหี้ยมของเซียวเอี๋ยน  นางพลันส่งเสียงร้องดังออกมา

 

“เซียวเอี๋ยน  หยุดเดี๋ยวนี้!  เหตุผลที่พี่ใหญ่ให้ข้าเสี่ยงชีวิตของตนเดินทางรอนแรมมาเป็นระยะทางแสนไกลปานนี้เพื่อมาหาเจ้านั้น  มิใช่เพื่อให้เจ้าวิ่งกลับไปแก้แค้นเช่นนี้!”  เซียวลี่เอ็ดด้วยความโกรธเกรี้ยว  “หนี้เลือดนี้เป็นสิ่งที่พวกเราจะต้องแก้แค้นและเจ้าก็มีหน้าที่ซึ่งไม่อาจหลีกเลี่ยงได้  อย่างไรก็ตาม  หากเจ้ากลับไป  เจ้าในขณะนี้สามารถฆ่าอวิ๋นซันได้หรือไม่?”

 

ร่างกายของเซียวเอี๋ยนแข็งทื่อ  ปอยผมหล่นปรกหน้าผาก  ความโกรธแค้นและรังสีสังหารที่ถูกกดข่มจนสุดความสามารถแทบจะทำให้เขาบ้าคลั่ง

 

“ยิ่งไปกว่านั้น  เรื่องครั้งนี้ก็มิใช่ง่ายดาย”  เซียวลี่กล่าวด้วยเสียงที่สลดใจและหม่นหมอง

 

เซียวเอี๋ยนค่อยสงบใจลงได้บ้างเมื่อได้ยินเช่นนี้  เสียงแหบพร่าของเขาฟังราวกับเสียงระเบิดตะคอก  “อะไร?”

 

“ในคืนนั้น  ดูเหมือนจะมีอะไรบางอย่างนอกจากพวกพรรคเมฆครามที่แฝงตัวเข้ามาทำลายสำนักทหารเหล็กทะเลทรายของพวกเราในคืนนั้น...”  แววเคร่งเครียดทอประกายอยู่ในดวงตาของเซียวลี่  เขาไม่ปิดบังความอาฆาตที่สลักเสลาอยู่บนใบหน้าซีดขาวของตน  “คนพวกนั้นอาจจะแฝงกายอยู่ในความมืด  ทว่าข้ายังสามารถสัมผัสได้ถึงความดุร้ายและความเลือดเย็นนั้น  พวกมันดูราวกับเงาดำที่มีหน้าซึ่งมองไม่เห็น  ยิ่งไปกว่านั้น  พวกมันยังมีเป้าหมายที่เด่นชัดอย่างยิ่ง  พวกมันทุกคนล้วนพุ่งเป้าหมายมาที่คนในตระกูลเซียวของพวกเรา  การโจมตีของพวกมันมิอาจต้านทางได้  บางครั้งยังมีโซ่สีดำมืดสายหนึ่งพุ่งออกมาจากความมืดมิดนั้น  โซ่สีดำเหล่านี้ประหลาดนัก  มันสามารถทะลุทะลวงเต๋าชี่ได้  แต่ละครั้งที่โซ่เหล็กเหล่านี้ดังกรุ๊งกริ๊งขึ้นมาในความมืดมิด  ก็จะมีคนในตระกูลของเราถูกแทงร่างและลากออกไป”

 

“แต่ละครั้งที่เงาดำลึกลับเหล่านี้ลากสมาชิกคนหนึ่งในบ้านเราออกไป  พวกมันก็จะค้นทั่วตัวพวกเรา  ดูจากการกระทำเช่นนั้นแล้ว  พวกมันดูไม่เหมือนคนที่ถูกว่าจ้างให้มาเป็นมือสังหาร  ตรงกันข้าม  พวกมันดูเหมือนกำลังค้นหาอะไรบางอย่าง”

 

“เงาดำ?  การโจมตีด้วยโซ่เหล็ก?”  คำศัพท์ประหลาดเหล่านี้พรั่งพรูเข้าไปในจิตใจของเซียวเอี๋ยน  เป็นเหตุให้จิตใจที่เต็มไปด้วยรังสีสังหารของเขารู้สึกถึงคลื่นแห่งความเย็นยะเยือกถาโถมเข้ามา  จิตของเขาเคลื่อนไปอย่างรวดเร็วและภาพแล้วภาพเล่าเคลื่อนวูบผ่านไป  ในที่สุด  ภาพๆ นั้นก็หยุดลงอย่างฉับพลัน!

 

มันเป็นภาพเงาดำ  สายโซ่สีดำ...  ที่เขาเคยบังเอิญได้พบเห็นภายในพายุสีดำในเขตมืด

 

ความเย็นยะเยือกค่อยๆ แผ่ซ่านขึ้นมาในร่างกายของเขา  เสียงของเหยาเหลาและเซียวเอี๋ยนก็เผลอเต็มไปด้วยความเคร่งขรึมจริงจังขณะแทบจะส่งเสียงขึ้นมาพร้อมๆ กัน “หอเก็บเกี่ยววิญญาณ!”

 

“เหตุใดพวกมันจึงหมายตาตระกูลเซียว?  ตระกูลเซียวไม่เคยมีความเกี่ยวข้องกับพวกมันแม้แต่น้อย!”  ร่างกายของเซียวเอี๋ยนแข็งทื่อ  ผมตกลงปรกหน้าขณะพึมพำในหัวใจพร้อมแฝงไว้ด้วยความเย็นชาดุร้ายสายหนึ่ง

 

เหยาเหลาเองก็นิ่งเงียบไปในขณะนี้  เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดพรรคอันยิ่งใหญ่และลึกลับที่ชื่อ ‘หอเก็บเกี่ยววิญญาณ’ นี้จึงมาพัวพันกับตระกูลเล็กๆ เช่นตระกูลเซียวได้  ไม่น่าจะเป็นไปได้ที่จะเป็นเพราะเขา  ไม่ว่าอย่างไร  ก็เป็นไปไม่ได้ที่หอเก็บเกี่ยววิญญาณจะรู้ว่าเขาอาศัยอยู่ข้างกายเซียวเอี๋ยน

 

“พวกเราก็ไม่รู้ว่าพวกมันค้นหาอะไรกันแน่  อย่างไรก็ตาม  ผู้เฒ่าที่หนึ่งได้บอกพี่ใหญ่และข้าเอาไว้ก่อนสิ้นใจ”  เซียวลี่พลันเงยศีรษะขึ้นและจ้องมองเซียวเอี๋ยนเมื่อเขากล่าวมาถึงจุดนี้  เขาเอ่ย  “เขาขอร้องว่าเจ้าจะต้องปกป้องหยกประจำตระกูลเซียวเอาไว้  และจะต้องไม่ปล่อยให้มันตกไปอยู่ในมือของคนนอกได้เป็นอันขาด!”

 

ความรู้สึกเย็นเยือกอย่างหนึ่งแผ่ซ่านขึ้นมาในจิตของเซียวเอี๋ยน  ลมเย็นสายหนึ่งถูกพ่นออกมาจากปากของเซียวเอี๋ยนขณะที่เสียงน่าเกรงขามอย่างหนึ่งค่อยๆ ดังขึ้นในหัวใจ  “เช่นนี้เอง...  เป้าหมายของพวกมันก็คือ...  หยกเทพเจ้าโบราณ โถวเสอ!”

Comment

  • #1 ตี๋

    2017-11-04 17:06

     ขอบคุณครับ

View Desktop Version

Hot Vote

กรุณา Login เข้าสู่ระบบก่อนทำการโหวตค่ะ

Report

กรุณา Login เข้าสู่ระบบก่อนทำการโหวตค่ะ