Doupo Cangqiong (斗破苍穹) / Battle Through The Heavens (Novel : Thai Translation)

Fan's Translation for fans only. Do not use it for business purpose. And please support the original work. This translation will end if the right is available in my country.

เมล็ดบัวสีเขียวที่นอนนิ่งอยู่ในมือของเซียวเอี๋ยนทอแสงสว่างออกมาบางๆ  แม้มันดูเล็ก  พลังงานความร้อนแข็งแกร่งที่สั่งสมอยู่ในเมล็ดกลับเป็นเหตุให้ใบหน้าของผู้เฒ่าหลิวและผู้เฒ่าห่าวเต็มไปด้วยความประหลาดใจ

 

เมล็ดบัวสีเขียวนี้เป็นวัตถุเพิ่มเติมที่เซียวเอี๋ยนได้พบเมื่อครั้งค้นหาเพลิงแก่นบัวสีครามในทะเลทรายเถิงเก๋อ,  เมล็ดบัวเพลิงใต้พิภพ  เมล็ดบัวเพลิงชนิดนี้สั่งสมและกำเนิดขึ้นจากพลังงานธาตุไฟ,  ผ่านกาลเวลามายาวนาน  ดังนั้น  มันจึงเป็นประโยชน์อย่างใหญ่หลวงต่อผู้ที่ฝึกเคล็ดวิถีชี่ธาตุไฟ  ในอดีต  เซียวเอี๋ยนได้เมล็ดบัวเพลิงนี้มาทั้งหมดสิบเอ็ดเม็ด  เขากินมันเข้าไปเม็ดหนึ่ง  ดังนั้น  เขายังเหลือพวกมันอยู่อีกสิบเม็ด

 

คราครั้งนั้น,  เมื่อเซียวเอี๋ยนเพิ่งได้เมล็ดบัวเพลิงมา  เหยาเหลาเคยบอกว่าเขาควรจะพยายามสุดความสามารถ,  หลีกเลี่ยงไม่เปิดเผยมันต่อหน้าผู้อื่น  ไม่เช่นนั้น  เขาอาจจะต้องลงเอยกับปัญหามากมายอย่างไม่มีเหตุผลเพราะความละโมบของผู้คน  บัดนี้เรื่องราวแตกต่างออกไปแล้ว  ขณะนี้,  เซียวเอี๋ยนไม่ใช่เต๋าซื่อตัวเล็กจ้อยดังเก่าอีกต่อไป  ทั้งยังมีไพ่ตายมากมายเก็บซ่อนอยู่  หากเขาต้องเผชิญกับเต๋าหวังผู้หนึ่ง  เซียวเอี๋ยนก็ยังสามารถหนีออกไปได้อย่างมีชิ้นส่วนครบถ้วน  ยิ่งไปกว่านั้น  ขณะนี้เขาก็อยู่ในโรงเรียนส่วนในและไม่จำเป็นต้องกังวลว่าผู้เฒ่าเหล่านี้จะลงมือลอบทำร้ายเขาเพียงเพราะความปรารถนาในของสิ่งนี้

 

บรรยากาศภายในห้องเงียบกริบ  คลื่นความร้อนที่ผันผวนอยู่ในขณะนี้สร้างสายลมร้อนบางเบาขึ้นมาภายในห้อง

 

ดวงตาของผู้เฒ่าหลิวจ้องมองเมล็ดบัวเพลิงแห่งพื้นปฐพีตรงๆ  ประกายตาก็ยิ่งเข้มขึ้น  หากเขาสามารถดูดซับพลังงานแข็งแกร่งชุดนี้ได้  พละกำลังที่ยังไม่ยอมขยับเขยื้อนมานานของเขาก็คงจะได้พัฒนาขึ้นไปอีกครั้งหนึ่ง!  เขาลอบถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง  คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าเซียวเอี๋ยนกลับสามารถหยิบยื่นสมบัติที่ล้ำค่าปานนี้ออกมาได้  แม้เมล็ดบัวเพลิงแห่งผืนปฐพีนี้จะดูไม่น่าสนใจเท่ายาโต้วหลิงในสายตาของเต๋าหวังผู้หนึ่ง  ผู้เฒ่าหลิวก็รู้ดีว่านอกจากเขาจะได้เจอคนซื่อบื้อที่โดนหลอกได้อย่างง่ายดายสักคน,  ก็ค่อนข้างจะเป็นเรื่องยากสำหรับเขาที่จะแลกกับยาโต้วหลิงจากมือของนักแปรธาตุอื่นได้ด้วยผลึกสัตว์เทพระดับหกชิ้นนี้  ข้อแลกเปลี่ยนที่เขาเพิ่งพูดถึงเมื่อครู่เป็นดังสิ่งที่ผู้เฒ่าห่าวเพิ่งต่อว่าออกมา  เขาช่างมีปากกว้างใหญ่ราวสิงโต  ต้องการมากกว่าสิ่งที่เป็นธรรม

 

“แค่ก”  เสียงกระแอมไอเบาๆ ดังขึ้น  เป็นเหตุให้ผู้เฒ่าทั้งสองที่ตกสู่ความเงียบรู้ตัวขึ้นมา  พวกเขาสบตากันและส่งยิ้มเจื่อนให้

 

ผู้เฒ่าหลิวไอแหบแห้ง  สายตาคุกคามอยู่บนฝ่ามือของเซียวเอี๋ยนเป็นบางส่วนขณะศึกษามัน  ใบหน้าซูบตอบของเขามีรอยยิ้มเติมเข้ามา  “ข้าขอทราบ  ของที่อยู่ในมือเจ้าคืออะไร?”

 

“นี่คือเมล็ดบัวที่ถือกำเนิดขึ้นมาจากการจับตัวของแก่นเพลิง  มันเป็นสิ่งที่ผู้น้อยเช่นข้าได้มาด้วยความโชคดี  ลือกันว่ามันต้องใช้เวลาอย่างน้อยร้อยปีเพื่อกำเนิดขึ้นเป็นเมล็ดบัวเม็ดหนึ่ง”  เซียวเอี๋ยนยิ้ม  ในเมื่อไม่มีผู้ใดรู้จักมัน  อีกฝ่ายคงต้องตกใจหากเขาจะบอกว่าที่แท้แล้ว, มันต้องใช้เวลาถึงหนึ่งพันปี

 

“โอ้”  ผู้เฒ่าหลิวพยักหน้าน้อยๆ  ผิวบนใบหน้ากระตุกเล็กน้อย  รู้สึกไม่แน่ใจว่าเขาควรจะเชื่อดีหรือไม่

 

“ท่านจะว่าอย่างไร  ผู้เฒ่าหลิว?  เมล็ดบัวเพลิงใต้พิภพนี้อาจจะเทียบกับยาโต้วหลิงเม็ดหนึ่งไม่ได้  ทว่ามันก็เป็นของหายากมากอย่างหนึ่ง  ยิ่งไปกว่านั้น มันยังสั่งสมพลังงานธาตุไฟที่บริสุทธิ์นัก  ข้ากลัวว่าประโยชน์ต่อท่าน,  ยังจะมากกว่าผลึกสัตว์เทพธาตุน้ำระดับหกเม็ดนั้นจนเทียบกันไม่ได้เลยทีเดียว”  เซียวเอี๋ยนยิ้มแย้มกล่าว

 

ผู้เฒ่าหลิวเลียริมฝีปาก  สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความลังเลและความไม่แน่ใจ  แม้เมล็ดบัวเพลิงแห่งผืนปฐพีนี้จะหายาก  เขาก็รู้สึกยากเหลือเกินกับการส่งมอบผลึกสัตว์เทพระดับหกที่ล้ำค่าที่สุดออกไปเพื่อแลกกับมันภายในเวลาที่แสนสั้นนี้  นิ้วของเขาเคาะลงบนโต๊ะและสีหน้าของเขาก็แปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว  เป็นเวลานานก่อนที่เขาจะเอ่ยขึ้นช้าๆ  “ข้าคงต้องเสียเปรียบหากใช้ผลึกสัตว์เทพระดับหกของข้าเพื่อแลกกับเมล็ดบัวเพลิงแห่งผืนปฐพีแค่เม็ดเดียว...”  เขาพลันตบโต๊ะในท่อนท้ายของคำพูดและกล่าว  “หากเจ้ายอมให้เมล็ดบัวเพลิงใต้พิภพแก่ข้าอีกเม็ดหนึ่ง  ข้าก็จะยอมกล้ำกลืนความเจ็บปวดในหัวใจและมอบผลึกสัตว์เทพระดับหกนี้ให้แก่เจ้า”

 

ใบหน้าของผู้เฒ่าห่าวกระตุกวูบเมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้  อย่างไรก็ตาม  เขาไม่เอ่ยปากขัดจังหวะ  ตรงกันข้าม,  เขาเพียงใช้สายตาชำเลืองมองเซียวเอี๋ยน,  ดูเหมือนกำลังรอฟังการตัดสินใจของเขา

 

เซียวเอี๋ยนใบหน้าบูดบึ้งเล็กน้อย  เมล็ดบัวเพลิงใต้พิภพนี้เป็นสิ่งล้ำค่าหายากเป็นที่สุด  เขาไม่เคยยอมกินมันนอกเสียจากยามฉุกเฉิน  นี่เป็นเพราะเขาไม่แน่ใจว่าเขายังจะต้องใช้มันเพื่อกลั่นยาระดับสูงสักอย่างในอนาคตหรือไม่  ของเหล่านี้จะเกิดขึ้นมาเฉพาะในบริเวณที่เพลิงแก่นบัวสีครามถือกำเนิดเท่านั้น  อย่างไรก็ตาม  ในโลกใบนี้จะมีกี่แห่งกันที่สามารถหาเพลิงแก่นบัวสีครามได้?  ดังนั้น  เขาย่อมต้องสูญเสียมันเม็ดหนึ่งในทุกครั้งที่ใช้  บัดนี้เขายอมนำมันออกมาเพื่อแลกเปลี่ยนกับผลึกสัตว์เทพระดับหกของผู้เฒ่าหลิวเม็ดหนึ่งก็ถือเป็นขีดจำกัดของเขาแล้ว  หากเพิ่มให้อีกเม็ดหนึ่ง,  ก็คงถึงตาเซียวเอี๋ยนบ้างที่จะเป็นฝ่ายปวดใจย่ำแย่

 

“อา  ข้าโชคดีได้ครอบครองเมล็ดบัวเพลิงใต้พิภพนี้แค่เม็ดเดียว  หากท่านต้องการมากกว่านี้, ก็ทำให้ข้าลำบากแล้ว”  เซียวเอี๋ยนทอดถอนใจออกมาคราหนึ่งและส่ายศีรษะ  เขาค่อยๆ ดึงมือกลับและเก็บเมล็ดบัวเพลิงใต้พิภพ  ดูจากสิ่งนี้  เขากลับคิดที่จะยอมแพ้ต่อการค้ารายนี้แล้ว

 

ดวงตาของผู้เฒ่าหลิวปรากฏแววกังวลใจเมื่อเห็นการกระทำของเซียวเอี๋ยน  เขาฝืนกดข่มแรงผลักดันในหัวใจขณะฝืนยิ้มให้แก่เซียวเอี๋ยนคราหนึ่งและกล่าว  “เจ้าเด็กน้อย  เมล็ดบัวเพลิงใต้พิภพนี้อาจจะนับว่าหายาก  ทว่าเจ้าก็ควรรู้ถึงคุณค่าของผลึกสัตว์เทพระดับหกเม็ดหนึ่ง  จะมีสักกี่คนกันที่กล้าตอแยสัตว์เทพที่สามารถต่อกรกับเต๋าหวงขั้นสูงได้?  ยกเว้นผู้เฒ่าที่หนึ่งแล้ว,  บางที  ผลึกสัตว์เทพระดับหกในมือของข้านี้อาจจะเป็นเพียงเม็ดเดียวในหมู่ผู้เฒ่ามากมายแห่งโรงเรียนส่วนใน”

 

ความหมายในคำพูดเหล่านี้ย่อมต้องการย้ำเตือนเซียวเอี๋ยนเป็นนัยๆ ว่าทั่วทั้งโรงเรียนส่วนในนี้,  มีเพียงเขาเท่านั้นที่ถือครองผลึกสัตว์เทพระดับหกอยู่ในมือ  หากเซียวเอี๋ยนไม่ตกลงแลกเปลี่ยนกับเขา,  อีกฝ่ายก็คงต้องลงเอยด้วยมือที่ว่างเปล่า

 

“ข้าก็ปรารถนาเช่นนั้น  โชคไม่ดี  ข้าไม่อาจขุดหาสิ่งตอบแทนที่ท่านผู้เฒ่าต้องการออกมามอบให้ได้”  แม้ผู้เฒ่าหลิวจะปิดซ่อนแรงปรารถนาในใจของเขาได้ดี,  นิสัยพื้นฐานของเขากลับไม่เหมาะกับการปกปิดอารมณ์ความรู้สึกของตน  ดังนั้นเซียวเอี๋ยนที่กำลังนั่งอยู่ด้านตรงข้ามจึงสามารถจับริ้วอารมณ์นั้นได้  ทันใดนั้น  เขาปล่อยหัวเราะคิกคักออกมาในหัวใจ  อย่างไรก็ตาม  ภายนอกเขากลับทำทีเป็นทอดถอนใจและส่ายศีรษะ  เขายังลุกขึ้นยืนช้าๆ และเก็บเมล็ดบัวเพลิงใต้พิภพกลับเข้าไปในแหวนเก็บของอีกด้วย  ครั้นแล้ว  เขายกสองมือขึ้นคำนับแก่ผู้เฒ่าหลิวก่อนที่จะหันไปเอ่ยกับผู้เฒ่าห่าวที่อยู่ข้างๆ พร้อมยิ้มขื่นคราหนึ่ง  “ผู้เฒ่าห่าว  พวกเรากลับกันเถิด”

 

“อา  ลืมมันซะเถอะ  เจ้าเจรจาไม่สำเร็จก็ไม่เป็นไร  อีกหน่อย  ข้าจะช่วยเจ้าสอบถามท่านผู้เฒ่าที่หนึ่งเอง”  ผู้เฒ่าห่าวได้แต่พยักหน้าขณะลุกขึ้นยืนและเอ่ยแก่เซียวเอี๋ยน

 

ดวงตาของผู้เฒ่าหลิวที่นั่งอยู่ข้างเขากระตุกวูบเมื่อได้ยินเช่นนี้  เขาโมโหเล็กน้อยขณะสบถเงียบๆ  เมื่อเห็นว่าเซียวเอี๋ยนหมุนตัวและกำลังจะจากไปแล้ว,  ในที่สุดเขาจึงไม่อาจอดกลั้นต่อไปได้  เขารีบลุกขึ้นยืนและกล่าว  “สหายน้อยเซียวเอี๋ยน,  อย่าเพิ่งด่วนจากไปเลย  พวกเรายังเจรจากันได้”

 

ฝีเท้าของเซียวเอี๋ยนหยุดลงชั่วขณะ  ในใจโล่งอกเมื่อได้ยินผู้เฒ่าหลิวยอมเอ่ยปาก เขาหันศีรษะไปเล็กน้อย,  เพียงเพื่อจะได้พบใบหน้าที่ระบายด้วยรอยยิ้มของผู้เฒ่าห่าวและพลันสะดุ้งขึ้นมา  ที่แท้ผู้เฒ่าห่าวรู้จักนิสัยใจร้อนของผู้เฒ่าหลิวเป็นอย่างดี  ดังนั้น  เขาจึงช่วยเติมเชื้อเข้าไปในกองไฟ

 

เซียวเอี๋ยนส่งสายตาขอบคุณให้แก่ผู้เฒ่าห่าว  จากนั้นเขาจึงหมุนตัวกลับไปและเอ่ยด้วยสีหน้าอับจนหนทาง  “ผู้เฒ่าหลิว  มิใช่ข้าไม่อยากจะแลกเปลี่ยนกับท่าน  ทว่าข้าไม่อาจหาเมล็ดบัวเพลิงใต้พิภพเม็ดที่สองมาให้แก่ท่านได้จริงๆ”

 

ใบหน้าของผู้เฒ่าหลิวกลายเป็นสีแดงเรื่อเล็กน้อย  เขาต้องการเมล็ดบัวเพลิงใต้พิภพ  ทว่าก็รู้สึกปวดใจกับคุณค่าของผลึกสัตว์เทพระดับหก  เขากลับเงียบไปในฉับพลัน  หลังจากขัดแย้งอยู่ในใจเช่นนี้ครู่หนึ่ง,  ในที่สุดจึงทอดถอนใจออกมาด้วยท่าทางห่อเหี่ยวและกล่าว  “เจ้าไม่มีเมล็ดบัวเพลิงใต้พิภพอีกเม็ดหนึ่งก็เอาเถอะ  อย่างไรก็ตาม  เจ้าต้องให้สัญญาแก่ข้าอย่างหนึ่ง”

 

“คืออะไรหรือ?”  เซียวเอี๋ยนเอ่ยถามอย่างรอบคอบ

 

“ช่วยข้ากลั่นยาพลังมังกรเม็ดหนึ่ง”  ผู้เฒ่าหลิวทอดถอนใจ  เขารู้สึกไม่พอใจหากจะได้เมล็ดบัวเพลิงใต้พิภพเพียงเม็ดเดียว  ดังนั้น  เขาจะต้องได้อะไรเพิ่มเติมให้จงได้  มีเพียงทำเช่นนี้เท่านั้น  จึงค่อยสงบใจขึ้นบ้าง

 

“กลั่นยาพลังมังกรเม็ดหนึ่ง  หู...”  เซียวเอี๋ยนลอบดีใจเมื่อได้ยินเช่นนี้  อย่างไรก็ตาม  ภายนอกเขากลับทำท่าลังเลครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยออกมา  “ตกลง  แต่ทว่า  ตามกฎของนักแปรธาตุแล้ว  ผู้เฒ่าหลิวต้องเป็นผู้จัดหาวัตถุดิบสมุนไพรสำหรับการกลั่นเอง”

 

“เจ้า...  เจ้าเด็กขี้ตืด!”  ผู้เฒ่าหลิวพลันพ่นลมเป่าหนวดของตนออกมาอย่างค่อนข้างเคืองใจเมื่อได้ยินคำพูดของเซียวเอี๋ยน  อย่างไรก็ตาม  หลังจากที่สบถออกมาเสียงดังลั่นแล้ว  เขาก็พลันทำท่าห่อเหี่ยวต่อไป  เขาโบกมือคราหนึ่งและกล่าว  “เอาเถอะ  ข้าจะเตรียมสมุนไพรพวกนั้นเอง,  เตรียมเอง  เจ้าเด็กน้อย  เจ้าออกจะขี้ตืดเกินไปหน่อยแล้ว  คนหนุ่มจะใจกว้างกว่านี้อีกสักหน่อยไม่ได้หรืออย่างไร?”

 

“ข้าใจกว้างกว่านี้อีกไม่ได้แล้ว  แม้แต่ตัวข้าเองก็ยังไม่อาจรวบรวมสมุนไพรที่จำเป็นสำหรับการกลั่นยาพลังมังกรได้  แล้วข้าจะไปหาที่ไหนมาช่วยกลั่นให้ท่านได้เล่า?”  เซียวเอี๋ยนพึมพำในใจ  ยาพลังมังกรที่เขามอบให้แก่ผู้เฒ่าห่าวก็กลั่นจากสมุนไพรที่อีกฝ่ายเป็นผู้จัดเตรียมให้  แม้สมุนไพรเหล่านี้ไม่อาจเทียบได้กับเมล็ดบัวเพลิงใต้พิภพก็จริง  พวกมันก็ยังนับว่าหายาก  และเขาก็คงต้องเสียเวลามากมายออกไปค้นหาพวกมันด้วยตนเอง

 

แสงสว่างชุดหนึ่งวาบขึ้นมาจากแหวนเก็บของบนนิ้วของผู้เฒ่าหลิว  ผลึกสีฟ้าก้อนหนึ่งซึ่งมีขนาดราวหมัดๆ หนึ่งปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของเขา  ติดตามด้วยผลีกสีฟ้าที่ปรากฏขึ้นมา,  ห้องที่เคยแห้งกลับเริ่มสดชื่นและเย็นขึ้นพร้อมๆ กับความชื้นเล็กน้อย

 

ผู้เฒ่าหลิวลูบไล้ผลึกสีฟ้าที่มีรูปทรงไม่สม่ำเสมอ,  ไม่เต็มใจที่จะแยกจากมัน  ครู่ต่อมา  เขากัดฟันและวางมันลงบนโต๊ะอย่างเบามือ  เขากล่าว  “อา  รับมันไป  รับมันไป”

 

ดวงตาของเซียวเอี๋ยนจ้องมองผลึกสีฟ้าบนโต๊ะเขม็ง  แสงสว่างบางตาที่กระจายออกมาแลดูอ่อนโยนและไม่แสบตา  กระทั่งยังได้ยินเสียงคลื่นเบาๆ ก้องกังวานอยู่ในตัวผลึก  ความเร่าร้อนก็แผ่ซ่านขึ้นมาในหัวใจของเซียวเอี๋ยนอย่างเงียบเชียบ  สีหน้าของเขาไม่แปรเปลี่ยนขณะสาวเท้าไปเบื้องหน้าก้าวหนึ่ง  เขาถือมันไว้ในมือภายใต้สายตาปวดใจเหลือล้นของผู้เฒ่าหลิว  ถึงเวลานี้เท่านั้น,  เมื่อเขาสัมผัสได้ถึงพลังงานธาตุน้ำที่แข็งแกร่งราวกับแม่น้ำที่กำลังไหลบ่าอยู่สายหนึ่ง, เขาจึงทอดถอนใจออกมาอย่างโล่งอกและราวกับได้ปลดเปลื้องจากภาระที่หนักหน่วง  ในที่สุดเขาก็ได้รับของชิ้นสุดท้ายที่จำเป็นต่อการกลั่นยาจิตวิญญาณแห่งผืนปฐพีแล้ว

 

“เคะๆ  ผู้เฒ่าหลิว  ท่านเก็บเมล็ดบัวเพลิงใต้พิภพนี้ไว้ก่อนเถิด  ส่วนสำหรับยาพลังมังกรนั้น  ข้าจะช่วยท่านผู้เฒ่ากลั่นมันในทันทีที่ท่านมอบวัตถุดิบสมุนไพรที่ท่านเสาะหารวบรวมมาได้ไปยังกลุ่มประตูหิน”  เซียวเอี๋ยนเก็บผลึกสัตว์เทพธาตุน้ำระดับหกเข้าไปในแหวนเก็บของอย่างรวดเร็วก่อนที่จะยิ้มแย้มและส่งมอบเมล็ดบัวเพลิงใต้พิภพในมือให้แก่ผู้เฒ่าหลิวด้วยท่าทางเคารพนบนอบ

 

ผู้เฒ่าหลิวส่ายศีรษะพร้อมรอยยิ้มขื่น  เขาคว้าเมล็ดบัวเพลิงใต้พิภพเม็ดนี้  หลังจากที่ได้เห็นพลังงานธาตุไฟมหาศาลภายในเมล็ดบัวแล้วเท่านั้น,  สีหน้าของเขาจึงค่อยดีขึ้นบ้าง  เขาส่งเสียง ‘ไอ่’  ออกมาเบาๆ  ก่อนที่จะโบกมือให้แก่เซียวเอี๋ยนและผู้เฒ่าห่าว

 

เซียวเอี๋ยนรู้ดีว่าขณะนี้ผู้เฒ่าหลิวคงจะต้องอารมณ์เสียอยู่อย่างแน่นอน  ดังนั้น  เขาจึงไม่กล้ารั้งอยู่ที่นี่อีกต่อไป  เขาแอบหัวเราะในใจก่อนที่จะหันไปสบตากับผู้เฒ่าห่าว  ทั้งคู่จากมาด้วยความรู้สึกว่าแขนขาของพวกตนเบาหวิว  ทิ้งผู้เฒ่าหลิวผู้มีใบหน้าประเดี๋ยวดีใจประเดี๋ยวปวดใจขณะถือเมล็ดบัวเพลิงใต้พิภพอยู่ในมือเอาไว้เบื้องหลัง  อีกฝ่ายอยู่คนเดียวตามลำพังในห้อง,  ลิ้มรสชาติแห่งความสับสนใจ

 

Comment

  • #7 เฒ่าทารก

    2017-10-10 12:08

    อือ... อันนี้เข้าใจอย่างยิ่ง ตอนนี้ตะลุยอ่านฉบับอิ๊งที่ดองไว้ .... ได้แต่ลุ้น... ขอให้คนแปลช่วยแปลได้เยอะๆๆๆ ไปเรื่อยๆๆๆ จนจบ อย่าให้เราอ่านทันให้ค้างคาอีกเล๊ย  .......... เพี้ยงๆๆ

  • #6 NoFearMia

    2017-10-09 17:57

    ข้อเสียคือได้อ่านเยอะ ก็ลงแดงเยอะพอกัน ฮ่วย-*-

  • #5 เฒ่าทารก

    2017-10-09 11:06

    ข้อดีอย่างหนึ่งของการสะสมไว้อ่านคือ... ข้ามช๊อตที่นุ้งเบื่อ/ไม่ใช่สเปค ไปด๊ายยยยย  cool

  • #4 NoFearMia

    2017-10-09 06:38

    สิ้นปีงบประมาณไม่มีเวลาอ่านเรื่องอะไรเลย แต่สะสมไว้มาอ่านทีเดียวก็สะใจดีพิลึก เหอ เหอ

  • #3 NoFearMia

    2017-10-09 06:21

    สิ้นปีงบประมาณไม่มีเวลาอ่านเรื่องอะไรเลย แต่สะสมไว้มาอ่านทีเดียวก็สะใจดีพิลึก เหอ เหอ

  • #2 ตี๋

    2017-10-08 21:31

    ขอบคุณครับ

    เจรจาเก่งแท้

  • #1 ssss

    2017-10-08 18:40

    ขอบคุณครับ

View Desktop Version

Hot Vote

กรุณา Login เข้าสู่ระบบก่อนทำการโหวตค่ะ

Report

กรุณา Login เข้าสู่ระบบก่อนทำการโหวตค่ะ