Doupo Cangqiong (斗破苍穹) / Battle Through The Heavens (Novel : Thai Translation)

Fan's Translation for fans only. Do not use it for business purpose. And please support the original work. This translation will end if the right is available in my country.

เป็นเวลานานกว่าที่เซียวเอี๋ยน,  ผู้ซึ่งอยู่ในห้องลับเงียบเชียบแห่งหนึ่ง,  ในที่สุดจะได้สติขึ้นมาจากข้อมูลน่าตกใจที่จื่อเอี้ยนเปิดเผยออกมาจากปากของนางเอง  เขาลูบหน้าตนอย่างแรงและหัวเราะขื่นออกมา  คิดไม่ถึงจริงๆ ว่ายอดยุทธ์อันดับหนึ่งบนทำเนียบยอดฝีมือ,  ที่ถูกหลินเอี้ยนบรรยายไว้เสียจนดูเหมือนนางเป็นมนุษย์อมตะผู้หนึ่ง,  กลับกลายเป็นเด็กหญิงตัวน้อยผู้นี้  ไม่ใช่สิ  ต้องบอกว่าเป็นสัตว์เทพแข็งแกร่งตนหนึ่งในร่างมนุษย์

 

“แม่หนูน้อยผู้นี้น่ารักทีเดียว  ข้าสงสัยเสียจริงว่าหลินเอี้ยนจะหวาดกลัวนางทำไม  อย่างไรก็ตาม  ด้วยพลังในตัวนาง,  นางสามารถนั่งอยู่บนตำแหน่งสูงสุดได้จริงๆ  ดูจากพลังที่น่าสะพรึงกลัวของนาง  คิดว่าแม้แต่เต๋าหวังระดับสูงผู้หนึ่งก็ยังไม่กล้าต่อสู้กับนางซึ่งๆ หน้า”  เซียวเอี๋ยนพึมพำเบาๆ

 

“แม้พลังของแม่หนูน้อยจะน่าหวาดกลัวจนเกินไปหน่อย  ดูจากวิธีการจู่โจมที่ผ่านมา,  คิดว่านางคงอาศัยแต่เพียงกำลังกายล้วนๆ  นางยังไม่ได้ใช้พลังชี่แม้สักนิด”  เสียงของเหยาเหลาดังขึ้นในหัวใจของเซียวเอี๋ยนช้าๆ

 

“อาจารย์มองออกด้วยหรือไม่ว่าจื่อเอี้ยนเป็นสัตว์เทพชนิดไหน?”  เซียวเอี๋ยนเอ่ยถาม

 

“ข้าไม่อาจบอกได้...  นางกินหญ้าแปลงร่าง  เพราะฉะนั้น  หากนางไม่เปิดเผยร่างจริงออกมา  คนทั่วไปย่อมยากจะบอกได้ว่านางเป็นสัตว์เทพชนิดใด”  เหยาเหลาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงกล่าว  “อย่างไรก็ตาม  ดูจากเชาวน์ปัญญาของนางและพลังน่ากลัวที่แสดงออกมานี้  ข้าคิดว่าร่างเดิมของนางน่าจะเป็นสัตว์วิเศษหายากมากๆ จากครั้งบรรพกาลชนิดหนึ่ง  ไม่ว่าอย่างไร  เป็นไปไม่ได้แน่ๆ ที่สัตว์เทพทั่วไปชนิดหนึ่งจะสามารถฝึกจนถึงระดับเต๋าหวังได้โดยไม่ใช้เวลาสักร้อยปี  หากมิใช่โชคช่วยพร้อมโอกาสที่ดีที่สุด  แต่กระนั้น  หลังจากตรวจสอบรัศมีกายของแม่หนูน้อยผู้นี้ดูแล้ว,  ดูไม่เหมือนสัตว์เทพที่ฝึกตนมานับร้อยปี  ดังนั้น  ร่างเดิมของนางคงมีที่มาที่พิเศษยิ่งชนิดหนึ่ง”

 

“โอ้...”  เซียวเอี๋ยนพยักหน้าน้อยๆ  แม้พลังที่แท้จริงของจื่อเอี้ยนจะแข็งแกร่งมาก  ดูเหมือนจิตใจของนางจะเหมือนแค่เด็กหญิงอายุสิบสอง-สิบสามปีเท่านั้น  แน่นอน  นี่ไม่นับรัศมีเฉยชาที่นางเผยออกมาเป็นบางขณะ

 

เซียวเอี๋ยนเลิกสงสัยเกี่ยวแก่จื่อเอี้ยน  เขามุ่งความสนใจทั้งหมดกลับไปยังสมุนไพรที่กองอยู่เต็มหน้า  แม้แต่เขาก็ไม่กล้าบอกว่าจะทำได้สำเร็จตั้งแต่การลงมือครั้งแรกเมื่อยามกลั่นยาพลังมังกร  ดังนั้น  เมื่อครู่ที่เขาเอ่ยปาก,  เขาจึงขอวัตถุดิบมาสองชุด

 

“อา  การกลั่นสิ่งนี้ช่างทำให้จิตใจของข้าตรากตรำนัก  อย่างไรก็ตาม  ข้าได้แต่ทุ่มสุดตัวเพื่อผลเพลิงน้ำแข็งของหน่อไม้ฝรั่งนี้...”  เซียวเอี๋ยนหัวเราะเจื่อนออกมาคราหนึ่ง  เขาพลันเรียกเพลิงสีครามออกมาริ้วหนึ่งอีกคราและโยนมันเข้าไปในหม้อกลั่น  ครู่ต่อมา  จิตของเขาค่อยๆ รวมศูนย์เข้ามาขณะทุ่มความสนใจทั้งหมดเพื่อเริ่มการกลั่นยาอีกคราหนึ่ง...

 

การกลั่นยาพลังมังกรย่อมซับซ้อนและยุ่งยากกว่าการกลั่นผลธาตุทองแข็งให้แก่จื่อเอี้ยนเมื่อครู่เป็นร้อยเท่า  โชคดีที่พลังของเซียวเอี๋ยนก้าวขึ้นมาถึงระดับเต๋าหลิงแล้ว  ไม่ว่าจะเป็นระดับพลังของเต๋าชี่หรือความสามารถในการควบคุมไฟ,  เขาก็พัฒนาขึ้นอย่างเด่นชัด  ดังนั้น  การกลั่นในครั้งนี้ย่อมผ่อนคลายกว่าเมื่อครั้งที่แข่งขันกับฮั่นเซียนเป็นอันมาก  อย่างไรก็ตาม  นี่เป็นเพียงการพูดเปรียบเทียบ  ดูจากเหงื่อมากมายที่ไหลอยู่บนหน้าผากของเขา,  เขาต้องพยายามสุดความสามารถเพื่อให้สามารถกลั่นยาพลังมังกรได้

 

เปลวไฟสีครามแล่นผ่านหม้อกลั่นยา  เงาของมันประทับลงบนผนังห้องเงียบเชียบ  มันเต้นไปทั่ว  สร้างท่วงท่าคุกคามราวกับสัตว์ดุร้ายตัวหนึ่ง  ยามเมื่อเปลวไฟลุกโชน  สมุนไพรต่างๆ ที่วางอยู่ตรงหน้าเซียวเอี๋ยนก็ลดจำนวนลงไปอย่างรวดเร็ว

...

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วในระหว่างการกลั่น  ผ่านไปเกือบแปดชั่วโมง  การกลั่นที่แสนยุ่งยากก็เข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายแล้วในที่สุด

 

“ควบแน่น!”

 

เสียงร้องหนึ่งดังขึ้นภายในห้องอันเงียบเชียบ  ทันใดนั้น  แสงสีแดงเข้มกลุ่มหนึ่งพุ่งวาบออกมาจากภายในหม้อกลั่นยา  ในที่สุด  มันถูกฝ่ามือของเซียวเอี๋ยนคว้าไว้อย่างมั่นคง  เขาสังเกตมันขึ้นๆ ลงๆ ก่อนที่จะพยักหน้าด้วยความพอใจพร้อมหย่อนขวดหยกลงไปในแหวนเก็บของ

 

แม้เขาจะประสบความสำเร็จในการกลั่นยาพลังมังกรหนึ่งเม็ดสำหรับการกลั่นยารอบนี้  เขาก็ทำลายวัตถุดิบไปชุดหนึ่ง  อย่างไรก็ตาม  เซียวเอี๋ยนไม่รู้สึกปวดใจเพียงเพราะสิ่งนี้  เขารู้ดีว่าสามารถกลั่นได้สำเร็จในอัตราส่วนห้าสิบๆ เช่นนี้ก็เป็นผลลัพธ์ที่ดีไม่น้อยแล้ว

 

เซียวเอี๋ยนล้มยวบลงนั่งเพราะพลังที่เหือดหายไปหลังการกลั่นยาทั้งหมดเสร็จสิ้นลง  เขาล้วงยาฟื้นฟูพลังออกมาเม็ดหนึ่งจากในแหวนเก็บของและโยนมันเข้าปาก  ไม่สนใจความเหนื่อยล้าที่กระจายตัวขึ้นมาทั่วทั้งร่างขณะรีบนั่งขัดสมาธิและเข้าสู่การฝึกชี่  การฝึกในสภาพการณ์ขณะที่เต๋าชี่ในร่างกายเหือดแห้งไปจนหมดเช่นนี้สามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้ถึงสองเท่าโดยใช้ความพยายามเพียงแค่ครึ่งเดียว  การฝึกก็เหมือนกับการใช้หยดน้ำลงไปเพื่อสร้างแม่น้ำขึ้นมาสายหนึ่ง  ไม่อาจย่อหย่อนได้แม้เพียงน้อย

 

การฝึกครั้งนี้ดำเนินไปกว่าหนึ่งชั่วโมง  ความรู้สึกที่ว่างเปล่าภายในร่างกายของเซียวเอี๋ยนจึงหายลับไป  เขาสัมผัสได้ถึงเต๋าชี่แข็งแกร่งที่ไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือด  เขาดีใจเล็กน้อยเมื่อพบว่าเต๋าชี่ในร่างกายของตนเพิ่มมากขึ้นอีกนิดหน่อย  ดูจากสิ่งนี้  การกลั่นยาอาจจะสร้างความเหน็ดเหนื่อยให้แก่เขาจนแทบตายก็จริง  ทว่ามันก็ไม่ไร้ซึ่งประโยชน์

 

เซียวเอี๋ยนผ่อนลมหายใจออกมายาวเหยียดคราหนึ่งและยืดเอวบิดขี้เกียจ  เขาได้ยินเสียงกระดูกลั่น,  ความรู้สึกสบายและอิ่มเอมใจในพลังที่ฟื้นฟูขึ้นมาจากความเหนื่อยล้ายิ่งก็แผ่ซ่านขึ้นมาในหัวใจ  สร้างเป็นรอยยิ้มลอยอยู่บนมุมปากของเขา

 

“บัดนี้เมื่อพวกเราได้ผลเพลิงน้ำแข็งของหน่อไม้ฝรั่งมาแล้ว  ข้าก็ขาดแค่วัตถุดิบอย่างสุดท้าย, ผลึกสัตว์เทพธาตุน้ำระดับหก,  ก็จะสามารถกลั่นยาจิตวิญญาณแห่งปฐพีได้แล้ว”  ปลายนิ้วของเซียวเอี๋ยนถูแหวนเก็บของของตนเบาๆ  ทันใดนั้น  ผลไม้น่าดึงดูดใจที่มีไอเย็นและไอร้อนอยู่ในผลเดียวกันก็ปรากฏขึ้นบนมือของเขา

 

“ระดับหก... อา,  นี่เท่ากับสัตว์เทพตัวหนึ่งซึ่งมีความแข็งแกร่งเท่าเต๋าหวงขั้นสูงผู้หนึ่งเลยทีเดียว  ข้าจะไปหามันได้ที่ไหนกัน...”  เซียวเอี๋ยนถูศีรษะและพูดเบาๆ

 

“ลองคิดหาวิธีสักอย่างหนึ่ง  เมื่อไม่นานมานี้ข้าสัมผัสได้เลาๆ ว่าเพลิงกระชากใจในหอฝึกชี่เพลิงฟ้ากำลังแข็งแกร่งขึ้น  เกรงว่าการต่อต้านที่ข้าเคยพูดถึงคงอีกไม่นาน...”  เหยาเหลาเอ่ยช้าๆ

 

“ชั่วขณะที่เพลิงกระชากใจอาละวาดขึ้นมาจะเป็นโอกาสที่ดีที่สุดของพวกเราในการฉกมัน  พวกเราจะต้องไม่พลาด  ไม่เช่นนั้น  ความยุ่งยากในการฉกมันก็คงยุ่งยากมากขึ้นอีกนับสิบเท่าจากที่เป็นอยู่ในเวลานี้  ดังนั้น  พวกเราต้องกลั่นยาจิตวิญญาณแห่งปฐพีไว้ล่วงหน้าให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้”

 

เซียวเอี๋ยนยิ้มขื่นและพยักหน้า  เขาทอดถอนใจ  “ข้าจะพยายามอย่างดีที่สุด”

 

“เคะๆ  เจ้าวางใจได้  หากเป็นไปไม่ได้จริงๆ  พวกเราอย่างน้อยที่สุดก็ยังสามารถเข้าไปในป่าลึกและค้นหาสัตว์เทพระดับหกสักตัวหนึ่ง  เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีสัตว์เทพระดับหกซุกซ่อนอยู่ในเทือกเขาที่กว้างใหญ่ไพศาลขนาดนี้เลย”  เหยาเหลาปลอบใจพร้อมหัวเราะคราหนึ่ง

 

เซียวเอี๋ยนยิ้มเมื่อได้ยินคำปลอบประโลมจากเหยาเหลา  อย่างไรก็ตาม  เขามิได้เย็นใจทั้งหมด  บางทีอาจจะมีสัตว์เทพระดับหกซ่อนตัวอยู่ในเทือกเขาเหล่านี้ก็จริง  แต่ทว่า,  ด้วยวิธีไหนกันจึงจะฆ่าสัตว์เทพระดับนี้ได้โดยง่าย?  ยิ่งไปกว่านั้น  ต่อให้เขาฆ่ามันได้  เป็นที่แน่ชัดว่าจะต้องเกิดการต่อสู้ที่สะเทือนไปทั่วปฐพีอย่างแน่นอน  ถึงเวลานั้น  หากพวกผู้เฒ่าจากโรงเรียนส่วนในตื่นตัว,  ฐานะของอาจารย์ก็คงต้องถูกเปิดเผยอย่างแน่นอน  นั่นก็ย่อมจะต้องวุ่นวายแล้ว...

 

เซียวเอี๋ยนทอดถอนใจอีกคราหนึ่ง  เขาได้แต่ซุกซ่อนความกังวลเอาไว้  เขาเก็บหม้อกลั่นกลับเข้าไปในแหวนเก็บของและปัดตัว  ในที่สุดลุกขึ้นยืนและค่อยๆ เดินออกไปจากห้องเงียบแห่งนี้

...

ผู้เฒ่าห่าวจ้องมองขณะเซียวเอี๋ยนเดินออกมาจากห้อง  เขารีบลุกขึ้นและเอ่ยถามอย่างวิตกกังวล  “เป็นอย่างไรบ้าง?  เจ้ากลั่นยาสำเร็จหรือไม่?”  ผู้เฒ่าห่าวเข้าใจการกลั่นยาอยู่บ้าง  ดังนั้น  เขาเองก็เข้าใจว่าโอกาสล้มเหลวในการกลั่นยาระดับห้าอย่างหนึ่งนั้น สูงเพียงใด

 

“เคะๆ  ข้าล้มเหลวไปครั้งหนึ่ง  ทว่าโชคดี  ข้าไม่ทำให้ท่านผู้เฒ่าผิดหวัง”  เซียวเอี๋ยนยิ้มและพยักหน้า  เขาก้าวไปข้างหน้าและหยิบขวดหยกที่เก็บยาพลังมังกรเอาไว้ออกมาใบหนึ่ง  ก่อนที่จะวางมันลงบนโต๊ะเบาๆ

 

ผู้เฒ่าห่าวรีบคว้าขวดหยกบนโต๊ะขึ้นมาหลังจากที่เห็นเช่นนั้น  เขาเทยาเม็ดทรงกลมสีแดงเข้มออกมาจากขวดและกล่าวด้วยท่าทางมีความสุข  “เจ้าทำสำเร็จจริงๆ  เจ้าเด็กน้อย  เจ้ามีความสามารถจริงๆ  ไม่แปลกใจที่เจ้าสามารถควบคุมเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์นั่นได้”

 

เมื่อได้ยินเช่นนั้น  เซียวเอี๋ยนยิ้มและตอบด้วยถ้อยคำสุภาพ

 

“ในเมื่อเจ้ากลั่นยาพลังมังกรได้เม็ดหนึ่ง  ผลเพลิงน้ำแข็งของหน่อไม้ฝรั่งนั้นก็ควรเป็นของเจ้า  เคะๆ  สายตาของเจ้าเฉียบแหลมจริงๆ  ความหายากของมันจัดว่าอยู่ในสิบอันดับแรกของคลังเก็บสมุนไพรทั้งหมดเลยทีเดียว”  ผู้เฒ่าห่าวเก็บยาพลังมังกรไว้อย่างดีแล้วและโบกมือด้วยท่าทางใจดี  เขากล่าวติดตลก  “หากมีสมุนไพรที่เจ้าต้องการอีกในอนาคต  เจ้าก็มาหาข้าได้เลย  อย่างไรก็ตาม  อย่าลืมข้อตกลงของพวกเราเสียล่ะ  ฮ่าๆๆ”

 

“อีกแล้วหรือ?  กลั่นยาพลังมังกรเม็ดหนึ่งแทบทำให้ข้าล้มทั้งยืน...”  เซียวเอี๋ยนยิ้มและขอบคุณเซียวเอี๋ยนขณะพึมพำในใจ  เขายกสองมือขึ้นและกำลังจะเอ่ยลาผู้เฒ่าห่าวเมื่อหัวใจพลันกระตุกวูบ  เขาเอ่ยด้วยท่าทางค้นหา  “ผู้เฒ่าห่าว  ข้ายังต้องรีบใช้ของบางอย่างในขณะนี้  ข้าขออนุญาตถาม, เผื่อท่านผู้เฒ่าพอจะช่วยข้าหามันได้  หากเป็นไปได้  เซียวเอี๋ยนย่อมยินดีที่จะทำอย่างสุดความสามารถเพื่อกลั่นยาทุกชนิดที่ท่านผู้เฒ่าต้องการ!”

 

“โอ้?  เจ้าต้องการอะไรหรือ?”  ดวงตาของผู้เฒ่าห่าวเบิกกว้างขึ้นเมื่อได้ยินเช่นนี้  เขาเอ่ยถามออกมาอย่างสนใจ

 

“ผลึกสัตว์เทพธาตุน้ำระดับหก”  เซียวเอี๋ยนจ้องมองใบหน้าของผู้เฒ่าห่าวเขม็ง  เมื่อเขากล่าวออกมา  เขารู้สึกได้ชัดเจนว่าใบหน้าของอีกฝ่ายกระตุบวูบขึ้นมาเล็กน้อย

 

“ระดับหก...  เหตุใดเจ้าจึงต้องการผลึกสัตว์เทพระดับสูงปานนั้น?  สัตว์เทพระดับหกตัวหนึ่งเทียบได้กับเต๋าหวงขั้นสูงผู้หนึ่ง...  ด้วยพลังของข้าในขณะนี้  ข้าไม่มีความกล้าพอที่จะออกไปล่าผลึกของมันได้  ข้าคงไม่มีหวังกับการค้าครั้งนี้แล้ว”  ผู้เฒ่าห่าวยิ้มขื่นและส่ายศีรษะ  แผ่นหลังของเขามีเหงื่อเย็นเฉียบ  ความปรารถนาของเจ้าเด็กผู้นี้จะไม่ใหญ่โตเกินไปหน่อยแล้วหรือ?  เขากลับอ้าปากและถามหาผลึกสัตว์เทพระดับหกเม็ดหนึ่งออกมาตรงๆ  เขาคิดว่ามันเป็นแค่หินก้อนหนึ่งซึ่งหยิบหาได้ตามข้างถนนหรืออย่างไร?

 

เซียวเอี๋ยนได้แต่ทอดถอนใจอย่างผิดหวังเมื่อได้ยินคำพูดจากผู้เฒ่าห่าว  เขากล่าวพร้อมยิ้มเจื่อน  “ในเมื่อท่านผู้เฒ่าไม่มี  พวกเราควรจะลืมมันเสีย”

 

เซียวเอี๋ยนหมุนกายและจากไปเมื่อกล่าวจบ  อย่างไรก็ตาม  หลังจากที่ผู้เฒ่าห่าวลูบเคลาของตนและครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง  เขาพลันเอ่ยปากออกมา  “ข้าไม่มีผลึกสัตว์เทพธาตุน้ำระดับหกก็จริง  ทว่าข้าอาจจะแนะนำเจ้าให้แก่ผู้เฒ่าท่านหนึ่งได้  เขายังเอิญมีผลึกสัตว์เทพธาตุน้ำระดับหกอยู่ในมือ  เป็นสิ่งที่เขาโชคดีได้มันมาแต่กาลก่อน”

 

เซียวเอี๋ยนตกใจเมื่อได้ยินเช่นนี้  ความลิงโลดใจพลันแผ่ซ่านขึ้นมาบนใบหน้า  “จริงหรือ?  หากผู้เฒ่าห่าวสามารถแนะนำข้าให้แก่เขาได้,  เซียวเอี๋ยนจะต้องไม่ลืมความช่วยเหลือของผู้เฒ่าห่าวอย่างแน่นอนหากข้าได้ผลึกสัตว์เทพระดับหกเม็ดนี้มาจริงๆ”

 

“เจ้ายังไม่ควรจะรีบตื่นเต้นเกินไป  คนผู้นั้นมีนิสัยขี้เหนียวนัก  ครั้งกระโน้น  เขาเสี่ยงชีวิตและอาศัยโชคบางส่วนฆ่าสัตว์เทพระดับหกที่บาดเจ็บหนักอยู่แล้วตัวหนึ่งได้สำเร็จ  ดังนั้น  เขาจึงถือว่าผลึกสัตว์เทพระดับหกเม็ดนี้เป็นเหมือนสมบัติล้ำค่าของตน  บางครั้งเขาก็ยังมาคุยโวกับพวกเรา  หากเจ้าต้องการแลกเปลี่ยนผลึกสัตว์เทพระดับหกจากมือเขา เจ้าคงต้องแลกด้วยสิ่งที่เขาชอบ  ไม่เช่นนั้น  เจ้าก็เตรียมเลือดไหลหมดตัวไว้ได้เลย  ตามข้ามา”  ผู้เฒ่าห่าวโบกมือและพลันเดินนำไปที่ประตู

 

เซียวเอี๋ยนรีบพยักหน้า  เขาติดตามผู้เฒ่าห่าวไปอย่างรวดเร็ว  สามารถหาข่าวเกี่ยวแก่ผลึกสัตว์เทพระดับหกในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อได้ในขณะที่ถูกจำกัดด้วยเลาย่อมเป็นข่าวดีแก่เขาอย่างไม่ต้องสงสัย  เขาจะต้องครอบครองผลึกสัตว์เทพระดับหกเม็ดนี้ให้ได้ไม่ว่าจะแพงปานไหนก็ตาม

 

Comment

  • #1 ตี๋

    2017-10-07 23:07

    ขอบคุณครับ

    ถ้าตอนก่อนไม่บอกว่าจื่อเอี้ยนกลัวไฟ จะทายว่าเป็นนกฟินิกส์แล้ว เพราะไม่มีพ่อ - แม่

View Desktop Version

Hot Vote

กรุณา Login เข้าสู่ระบบก่อนทำการโหวตค่ะ

Report

กรุณา Login เข้าสู่ระบบก่อนทำการโหวตค่ะ