Doupo Cangqiong (斗破苍穹) / Battle Through The Heavens (Novel : Thai Translation)

Fan's Translation for fans only. Do not use it for business purpose. And please support the original work. This translation will end if the right is available in my country.

 

เซียวเอี๋ยนติดตามผู้เฒ่าห่าวเดินออกจากคลังเก็บสมุนไพร  พวกเขาเดินไปตามถนนสายหลักอย่างช้าๆ  บางครั้งบางครามีนักเรียนมองเห็นคนทั้งสองกำลังเดินเคียงไหล่กันไปตามทาง  ความแปลกใจก็ฉายชัดขึ้นมาบนใบหน้าของพวกเขา  ผู้เฒ่าห่าวมักจะมองผู้อื่นด้วยสีหน้าเย็นชาเสมอ  ดังนั้น  ผู้อื่นจึงทั้งหวาดกลัวและเคารพเขา  ทุกคนต่างพากันประหลาดใจอย่างยิ่งเมื่อได้เห็นเขากำลังสนทนายิ้มแย้มอยู่กับเซียวเอี๋ยน  เหนือความประหลาดใจนี้,  พวกเขาอดไม่ได้ที่จะมองเซียวเอี๋ยนอย่างจริงจังขึ้นมาอีกเล็กน้อย  ทุกคนรู้ดีถึงอำนาจของผู้เฒ่าเหล่านี้ต่อโรงเรียนส่วนใน  หากมีผู้ใดไม่รู้จักเปิดตาและสร้างความเคืองใจให้แก่พวกเขา,  ผู้เฒ่าเหล่านี้ก็อาจจะหาเรื่องเอาได้  การใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่ผิดด้วยวัตถุประสงค์ส่วนตัวเป็นสิ่งที่มีอยู่และยากจะหลีกเลี่ยงได้แม้แต่กับโรงเรียนส่วนใน

 

เซียวเอี๋ยนไม่ใส่ใจกับสายตาตามทางเหล่านั้นมากนัก  เพราะมีผู้เฒ่าห่าวอยู่ข้างกายเช่นนี้,  ต่อให้มีนักเรียนบางคนจดจำเขาได้และคิดอยากที่จะก้าวเข้ามาท้าเขาประลองก็ต้องประเมินสถานการณ์และล่าถอยไป  ดังนั้น  จึงช่วยประหยัดปัญหาให้แก่เซียวเอี๋ยนเป็นอันมาก

 

“ผู้เฒ่าท่านนั้นชื่อหลิวอิง  เขาเป็นผู้พิทักษ์ท่านหนึ่งที่ชั้นห้าของหอฝึกชี่เพลิงฟ้า  วันนี้เป็นวันพักผ่อนของเขา  ดังนั้น  พวกเราสามารถไปหาเขาที่เขตบ้านพักได้โดยตรง”  ผู้เฒ่าห่าวบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวแก่ผู้เฒ่าท่านนั้นให้แก่เซียวเอี๋ยนในระหว่างทาง

 

เซียวเอี๋ยนพยักหน้าน้อยๆ เมื่อได้ยินเช่นนี้

 

“เจ้าสามารถบอกวัตถุประสงค์ในการไปเยี่ยมของเจ้าได้ตรงๆ เมื่อได้พบเขา  แม้อารมณ์ของเขาจะค่อนข้างแข็งกร้าวอยู่บ้าง  เจ้าก็ไม่ต้องกลัวเขา  เขาจะไม่ทำอะไรเจ้าอย่างแน่นอน”

 

เซียวเอี๋ยนยิ้ม  เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงเอ่ยถามออกมา  “ผู้เฒ่าหลิวท่านนี้มีสิ่งใดที่ชื่นชอบเป็นพิเศษหรือไม่?”  เซียวเอี๋ยนย่อมจำเป็นต้องรู้ถึงความชอบของผู้เฒ่าท่านนี้หากเขาคิดจะครอบครองผลึกสัตว์เทพระดับหกในมือของอีกฝ่ายได้สำเร็จ

 

“เขาชอบอะไรหรือ...  เจ้าควรจะเข้าใจอย่างหนึ่งก่อนว่าเมื่อคนผู้หนึ่งก้าวขึ้นมาถึงระดับเช่นพวกเรา,  เป็นการยากเหลือเกินที่จะสั่นครอนพวกเราได้ด้วยของมีค่าทั่วไป  ตรงกันข้าม  ของบางอย่างที่สามารถช่วยเราในขณะฝึกยุทธ์จะดึงดูดความสนใจพวกเรามากมาย  แม้เจ้าเฒ่าผู้นั้นจะขี้เหนียว,  เขาก็กระตือรือร้นกับการฝึกยุทธ์เป็นที่สุด  หากเจ้าสามารถเสนอของที่จะเป็นประโยชน์ต่อการฝึกยุทธ์ของเขา  ข้าคิดว่าเขาก็คงจะสนใจ”  ผู้เฒ่าห่าวแสดงความคิดเห็น

 

“ของที่เป็นประโยชน์ต่อการฝึกยุทธ์...”  เซียวเอี๋ยนพึมพำเบาๆ  “ข้าขอถาม  ผู้เฒ่าท่านนี้ฝึกเคล็ดวิถีชี่ธาตุอะไร?”

 

“ธาตุไฟ  ต้องเป็นเพราะเหตุนี้อย่างแน่นอนที่ทำให้อารมณ์ของเขาค่อนข้างแรง”  ผู้เฒ่าห่าวตอบและยิ้ม

 

“ธาตุไฟ...”  เซียวเอี๋ยนยิ้มและพยักหน้าน้อยๆ  เขาค่อยมีความเข้าใจขึ้นมาบ้างแล้ว

 

ผู้เฒ่าห่าวอดไม่ได้ที่จะตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางของเซียวเอี๋ยน  เจ้าเด็กผู้นี้สามารถนำของบางอย่างที่จะสั่นครอนตาเฒ่าขี้ตืดผู้นั้นออกมาได้จริงหรือ?  จริงสิ  เขาเป็นนักแปรธาตุนี่นะ  ว่าไปแล้ว  เขาก็น่าจะมีสมบัติล้ำค่าเก็บไว้ไม่น้อย

 

ขณะที่คนทั้งสองสนทนาไปตามทาง  พวกเขาเดินเข้าไปถึงบริเวณด้านในของโรงเรียนส่วนในตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่อาจทราบได้  สถานที่แห่งนี้เป็นเขตพักอาศัยของผู้เฒ่าและอาจารย์  สิ่งแวดล้อมเงียบสงบยิ่ง  ดีกว่าหอพักของนักเรียนหลายเท่านัก  นี่มิใช่เรื่องแปลก  ด้วยพลังแข็งแกร่งของผู้เฒ่าเหล่านี้  การปฏิบัติที่พวกเขาได้รับย่อมต้องไม่เหมือนกับนักเรียนเช่นพวกเขาจะเปรียบเทียบได้

 

พวกเขาเดินผ่านพุ่มไม้เขียวชอุ่มหย่อมหนึ่งก่อนที่ผู้เฒ่าห่าวจะค่อยๆ ชะลอฝีเท้าลงในครู่ต่อมา  ในที่สุด  เขาหยุดอยู่หน้าบ้านพักหลังหนึ่งซึ่งสร้างจากไม้ไผ่เขียวทั้งหลัง

 

“ผู้เฒ่าหลิวท่านนี้ช่างรู้จักเพลิดเพลินกับชีวิต”  เซียวเอี๋ยนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกแปลกใจเมื่อเห็นบ้านไม้ไผ่หลังนี้

 

ผู้เฒ่าห่าวตรงหน้ายกมือขึ้นมาและกำลังจะเคาะลงไปบนประตูเมื่อเสียงทรงพลังและฉุนเฉียวสายหนึ่งพลันดังขึ้นหลังประตูบานนั้น  “หากเจ้าอยากเข้ามาก็แค่เข้ามาเถอะ  เหตุใดจะต้องเคาะประตู?  เจ้าชอบเอาแต่ใช้ธรรมเนียมคร่ำครึพวกนี้  เจ้าตรงไปตรงมากว่านี้มิได้รึ?”

 

เซียวเอี๋ยนหัวเราะขื่นออกมาคราหนึ่งเมื่อได้ยินคำพูดที่ถ่ายทอดออกมาจากบ้านหลังนั้น  ถึงเวลานี้เท่านั้นเขาจึงเข้าใจว่าเหตุใดผู้เฒ่าห่าวจึงบอกให้เขาอธิบายวัตถุประสงค์ในการมาเยื่ยมเยียนครั้งนี้ออกไปตรงๆ  เห็นได้ชัด  นี่คือคนขี้หงุดหงิดผู้หนึ่ง  เขาคงไม่ยอมรับคนที่ชอบพูดจาอ้อมค้อมอย่างแน่นอน

 

ผู้เฒ่าห่าวไม่รู้สึกอันใดในขณะนี้  เขาผลักประตูเข้าไปราวกับมีความคุ้นเคยเป็นอย่างดีและเดินเข้าไปขณะฉีกยิ้มอยู่บนใบหน้าและกล่าว  “ผู้เฒ่าหลิว  ข้าพาใครบางคนมาด้วยและข้าเกรงว่าท่านจะต้องพบเขา”

 

“เป็นผู้ใด?”  เซียวเอี๋ยนติดตามผู้เฒ่าห่าวเดินเข้ามาในบ้าน  อย่างไรก็ตาม  เขาบังเอิญมองเห็นผู้เฒ่าสูงวัยท่านหนึ่งในชุดสีแดงกำลังเดินอยู่ในบ้าน  ขณะนี้  ดวงตาเกียจคร้านของผู้เฒ่ายังคงพร่ามัวเล็กน้อย  ดูเหมือนว่าเขาเพิ่งจะตื่นนอน  เขาเอ่ยขณะเดินและเพียงเงยหน้าขึ้นเมื่อมาถึงส่วนหน้าของบ้านแล้ว  เมื่อสายตาเลื่อนมองไปเห็นเด็กหนุ่มซึ่งมองเห็นได้ไม่ชัดนักเพราะแสงที่ส่องต้องแผ่นหลังเด็กหนุ่ม  ผู้เฒ่าหลิวอดไม่ได้ที่จะทำหน้าบูดบึ้งและกล่าว  “เจ้าลูกนอกคอก  เจ้ามาจากไหน  อย่าบอกข้านะว่าเจ้าถูกผู้เฒ่าบางคนขับไล่ออกมาจากหอฝึกชี่เพลิงฟ้าและต้องการให้ข้าออกไปช่วยขอร้องแทนเจ้า?”

 

“นักเรียนเซียวเอี๋ยนคำนับท่านผู้เฒ่าหลิว”  เซียวเอี๋ยนยิ้มน้อยๆ  สาวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าวและเอ่ยพร้อมสองมือที่ยกขึ้นคำนับ

 

“อา... หู?  เซียวเอี๋ยน?  เซียวเอี๋ยนที่สามารถกลั่นยาเม็ดระดับห้าได้หรือ?”  ผู้เฒ่าหลิวเพียงตอบรับด้วยเสียงเรียบเฉยในขั้นต้น  จะอย่างไร  เขาเคยเห็นนักเรียนมากมายที่เดินทางมาเพื่อขอความเมตตาและก็คร้านเกินกว่าที่จะสนใจคำร้องทุกข์ของพวกเขา  อย่างไรก็ตาม  เขาค่อนข้างตกใจอยู่บ้างหลังจากที่ได้ยินชื่อที่ค่อนข้างคุ้นหู  สายตาของเขารีบเลื่อนไปที่ใบหน้าของเซียวเอี๋ยนขณะเอ่ยปากและกล่าวด้วยท่าทางแปลกใจ

 

เซียวเอี๋ยนยิ้มและพยักหน้า  เขาไม่คิดว่าฐานะนักแปรธาตุของตนจะเป็นประโยชน์ปานนี้  กระทั่งผู้เฒ่าท่านนี้ก็ยังรีบเปลี่ยนสีหน้าเมื่อได้ยินชื่อเขา

 

“เคะๆ  ชื่อนี้เป็นที่รู้จักดี  นั่งสิ  เจ้ามาหาข้ามีเหตุผลอันใด?”  ผู้เฒ่าหลิวยิ้มและโบกมือแก่เซียวเอี๋ยน  เขานั่งลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่งก่อนที่จะกลับสู่ท่าทางขี้ใจร้อนขณะเอ่ยถามขึ้นมาด้วยท่าทางกดดันอย่างหนึ่ง

 

เซียวเอี๋ยนหันศีรษะไปทางผู้เฒ่าห่าวเล็กน้อยและสบตากับเขาเมื่อได้ยินเช่นนี้  อีกฝ่ายแบมือ, บ่งบอกว่าเซียวเอี๋ยนจะต้องรับสถานการณ์ถัดจากนี้ไปตามลำพัง  เซียวเอี๋ยนได้แต่พยักหน้าและครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง  เขาเรียบเรียงคำพูดก่อนที่จะยิ้มและกล่าว  “ครั้งนี้  ข้ามาพบท่านผู้เฒ่าหลิวเพราะผู้น้อยในขณะนี้กำลังขาดแคลนของบางอย่าง  ให้บังเอิญ  ผู้เฒ่าหลิวมีของสิ่งนี้  เซียวเอี๋ยนจะต้องตอบแทนท่านอย่างใหญ่หลวงเป็นแน่หากท่านผู้เฒ่าหลิวยอมรับปากจะแลกเปลี่ยนของสิ่งนี้กับผู้น้อย”

 

“ขาดแคลนของบางอย่าง?”  ผู้เฒ่าหลิวงุนงงเล็กน้อย  สีหน้าของเขาไม่แปรเปลี่ยนขณะวางถ้วยชาในมือลงและกล่าว  “มันคืออะไร?  บอกข้า  ข้าจะไม่ปฏิเสธหากมันไม่ใช่ของล้ำค่ามากเกินไป”

 

“ผลึกสัตว์เทพระดับหกธาตุน้ำ”  เซียวเอี๋ยนพูดขึ้นมาอย่างเรื่อยๆ

 

“แคร๊ก!”

 

คำพูดของเซียวเอี๋ยนเพิ่งดังขึ้น  ถ้วยชาในมือของผู้เฒ่าหลิวตรงหน้าก็ไม่อาจทนทานต่อพลังที่เพิ่มขึ้นกะทันหันได้แล้ว  มันกลายสภาพเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยพร้อมเสียงดังกังวานคราหนึ่ง

 

“แค่ก...”  ที่ด้านข้าง,  ผู้เฒ่าห่าวกระแอมไอออกมาเบาๆ  คนผู้นี้ช่างเห็นว่าของชิ้นนั้นเปรียบเสมือนชีวิตของตน  ดูเหมือนว่าเรื่องราวคงจะยุ่งยากขึ้นไม่น้อยสำหรับเซียวเอี๋ยนในอันที่จะได้มันมาในครานี้

 

“ฮึ่ม  เจ้าคนปากพล่อยขี้นินทาผู้นี้เป็นคนบอกเจ้าว่าข้ามีผลึกสัตว์เทพระดับหกอยู่เม็ดหนึ่งใช่หรือไม่?”  ผู้เฒ่าหลิวปาดคราบน้ำบนมือทิ้งและจ้องมองผู้เฒ่าห่าว  แม้ผู้เฒ่าที่หนึ่งจะเคยบอกพวกเขาให้คอยดูแลเซียวเอี๋ยน  พวกเขาก็ไม่จำเป็นที่จะต้องดูแลเขาจนปานนี้,  หรือจะใช่?  ไม่ว่าอย่างไร  ผลึกสัตว์เทพระดับหกเม็ดหนึ่งเป็นของหายากชนิดหนึ่ง  ยิ่งไปกว่านั้น  ของสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เขาต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อที่จะได้มันมา  เขาจะส่งมอบมันออกไปให้ผู้อื่นอย่างง่ายดายได้เช่นไรกัน?

 

“ข้าจะพูดกับเจ้าอย่างเปิดเผย  ข้าจะไม่ยอมให้ผลึกสัตว์เทพระดับหกแก่ผู้ใดอย่างแน่นอน  เจ้าไม่ควรเปลืองแรง”  เพื่อที่จะพยายามกำจัดความคิดของเซียวเอี๋ยน,  ประโยคแรกของผู้เฒ่าหลิวช่างหนักแน่นนัก

 

ผู้เฒ่าห่าวส่ายศีรษะอย่างอับจนหนทาง  ดูเหมือนว่าจะไม่มีความหวังสักเท่าใดในวันนี้แล้ว

 

“เคะๆ  ผู้เฒ่าหลิว  ผลึกสัตว์เทพระดับหกเม็ดหนึ่งนับว่าล้ำค่ามากก็จริง  ทว่ามันก็ไม่ใช่สิ่งที่ไม่อาจวัดค่าออกมาได้  ท่านฝึกเคล็ดวิถีชี่ธาตุไฟ  ผลึกสัตว์เทพธาตุน้ำเม็ดหนึ่งไม่มีประโยชน์ต่อท่านแม้แต่น้อย  เหตุผลเดียวที่ท่านปฏิเสธข้าโดยไม่คิดก่อนก็คงจะเป็นเพราะท่านคิดว่าข้าจะไม่สามารถให้ของที่ดึงดูดความสนใจท่านผู้เฒ่าหลิวได้,  หรือมิใช่?”  เซียวเอี๋ยนไม่รู้สึกผิดหวังเพียงเพราะท่าทางหนักแน่นของผู้เฒ่าหลิว  เขายิ้มน้อยๆ ก่อนที่จะพูดต่อไปช้าๆ

 

ผู้เฒ่าหลิ;กลอกตาทว่าไม่ตอบความ  สัตว์เทพระดับหกตัวหนึ่งซึ่งแม้แต่เขาในขณะนี้ก็ยังไม่อาจเอาชนะได้  แม้เขาจะมองผลึกสัตว์เทพระดับหกเม็ดนี้เป็นสมบัติล้ำค่าอย่างหนึ่ง,  เขาก็ไม่โง่พอที่จะกอดมันไปจนแก่เฒ่า  ผลึกสัตว์เทพเม็ดนี้มีพลังงานที่แข็งแกร่งทว่าก็เป็นพลังงานที่รุนแรงและดุร้ายซึ่งยังไม่ถูกกลั่น  ร่างกายมนุษย์ย่อมไม่อาจดูดซับมันได้อย่างง่ายดาย  ดังนั้น  เขาย่อมไม่ปฏิเสธหากจะมีผู้ใดสามารถนำสิ่งของที่สามารถสั่นครอนเขามาแลกมัน  อย่างไรก็ตาม  ด้วยอายุของเซียวเอี๋ยนตรงหน้าเขานี้,  ผู้เฒ่าหลิวยากจะเชื่อได้,  เขาจะสามารถหยิบยื่นสิ่งที่มีคุณค่าปานใดออกมากันเชียว

 

“ผู้เฒ่าหลิวคงจะรู้ดีว่าผลึกสัตว์เทพระดับหกนี้ไม่มีประโยชน์ต่อท่านนัก  ดังนั้น  การแลกเปลี่ยนจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด  ผู้เฒ่าไม่จำเป็นดื้อรั้นไป  เหตุใดท่านไม่เอ่ยปากและบอกข้ามาว่าท่านต้องการสิ่งใด  หากเซียวเอี๋ยนมี  ข้าจะต้องนำมันออกมาอย่างแน่นอน”  เซียวเอี๋ยนเอ่ยเบาๆ

 

“เฮ่  ข้าว่า  เจ้าไม่ควรคร่ำครึเกินไป  แม้เซียวเอี๋ยนจะยังเป็นเด็ก  เขาก็อาจจะมีของล้ำค่ามากกว่าเจ้าก็เป็นได้  หากพลาดหนนี้ไป  ก็คงไม่มีโอกาสให้เจ้าอีกแล้ว”  ผู้เฒ่าห่าวที่ด้านข้างช่วยเติมไฟให้คุขึ้น

 

ใบหน้าของผู้เฒ่าหลิวประเดี๋ยวเขียวประเดี๋ยวขาว  ครู่ใหญ่ผ่านไป  ใบหน้าขึ้งเครียดของเขาก็ผ่อนคลายลงในที่สุด  เขาถูจมูกและกล่าว  “หากเจ้าต้องการแลกผลึกสัตว์เทพระดับหกเม็ดนี้ไปจากมือข้าก็พอเป็นไปได้  หากเจ้ามอบยาโต้วหลิงให้ข้าเม็ดหนึ่ง!”

 

“ยาโต้วหลิง?  ปากเจ้ามิเท่าปากสิงโตตัวหนึ่งแล้วหรือ  เจ้าเฒ่าตายยาก?”  ผู้เฒ่าห่าวที่อยู่ด้านข้างพลันกระโจนขึ้นมาเมื่อเสียงของผู้เฒ่าหลิวดังขึ้น  อีกฝ่ายเบิกตากว้างและเอ็ดอึง  “นั่นเป็นยาระดับหกเม็ดหนึ่ง  ด้วยพลังของเขาในขณะนี้,  เซียวเอี๋ยนจะกลั่นมันได้อย่างไร?  เจ้าคิดหาเรื่องลำบากให้ผู้อื่นหรือ?”

 

ผู้เฒ่าหลิวทำปากเสียงดังคราหนึ่งและไม่สนใจเขา  เขาเพียงใช้สายตาจ้องมองเซียวเอี๋ยน

 

เซียวเอี๋ยนใบหน้าบูดบึ้งเล็กน้อย  ปลายนิ้วของเขาเคาะโต๊ะเบาๆ  เป็นนานจึงจะส่ายศีรษะเล็กน้อยและกล่าว  “ข้าไม่อาจนำยาโต้วหลิงออกมาได้จริงๆ”

 

ผู้เฒ่าหลิวพลันผิดหวังเมื่อได้ยินเช่นนี้  เขาโบกมือด้วยท่าทางหดหู่และกล่าว  “โปรดกลับไปหากเจ้าไม่มี”

 

“แต่ทว่า...”  เซียวเอี๋ยนยิ้ม  เขาสะบัดนิ้วเบาๆ ลงบนแหวนเก็บของ  ทันใดนั้น  เมล็ดบัวสีเขียวขนาดราวนิ้วหัวแม่มือปรากฏขึ้นบนฝ่ามือ  เมล็ดบัวสีเขียวเพิ่งปรากฏขึ้น,  พลังงานคึกคักร้อนแรงแข็งแกร่งสายหนึ่งก็พลันกระจายต่อเนื่องไปในห้อง

 

เซียวเอี๋ยนยิ้มและกล่าวขณะจ้องมองผู้เฒ่าหลิวที่ยืดตัวตรงแน่วในพริบตา  “ข้าคิดว่าผู้เฒ่าหลิวอาจจะมีความสนใจในของสิ่งนี้อยู่บ้าง”

Comment

  • #1 ตี๋

    2017-10-07 23:25

    ขอบคุณครับ

    จะวัตถุดิบครบแล้วเหรอเนี่ย เดินเรื่องไวแหะ

View Desktop Version

Hot Vote

กรุณา Login เข้าสู่ระบบก่อนทำการโหวตค่ะ

Report

กรุณา Login เข้าสู่ระบบก่อนทำการโหวตค่ะ