Doupo Cangqiong (斗破苍穹) / Battle Through The Heavens (Novel : Thai Translation)

Fan's Translation for fans only. Do not use it for business purpose. And please support the original work. This translation will end if the right is available in my country.

ราชินีอสรพิษจ้องมองเหยาเหลาปรากฏตัวขึ้นอย่างเย็นชา  ไม่มีความแปลกใจแม้แต่น้อยบนใบหน้าเปี่ยมเสน่ห์ของนาง  ตรงกันข้าม  นางเอ่ยพร้อมยิ้มเย็น  “ข้ารับรู้ได้มานานแล้ว  ว่าเจ้าเด็กผู้นี้มียอดยุทธ์ซ่อนอยู่ข้างกาย  ที่แท้  ก็เป็นร่างวิญญาณตนหนึ่งนั่นเอง”

 

แม้นางจะเอ่ยเช่นนี้ออกมาจากปาก  ฝีเท้าที่กำลังย่างสามขุมเข้ามาก็ค่อยๆ ถอยกลับไป  บุรุษสูงวัยผู้มีร่างกายพร่าเลือนเบื้องหน้านางนี้สร้างความรู้สึกกดข่มแก่นางบางเบา  ความรู้สึกเช่นนี้ไม่ด้อยไปกว่าอวิ๋นซันในครั้งนั้นเลย  หากนางอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์พร้อม  นางก็คงไม่หวาดกลัวเขา  อย่างไรก็ตาม สำหรับขณะนี้  นางจำต้องแบ่งจิตบางส่วนไปกดข่มจิตวิญญาณของพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์ในร่างเอาไว้อย่างสม่ำเสมอ  ด้วยสมาธิที่ต้องแบ่งแยกเช่นนี้  พลังของนางย่อมต้องลดลงอยู่บ้าง

 

เหยาเหลายิ้มราบเรียบ  เขาโบกมือและสั่งให้เซียวเอี๋ยนล่าถอยไปอีกเล็กน้อย  จากนั้นเขาจึงยิ้มแย้มและกล่าวสืบไป  “ข้าเองก็รู้ดีถึงสภาพเงื่อนไขในขณะนี้ของเจ้า  ดังนั้น  ไม่จำเป็นต้องแสดงรังสีสังหารรุนแรงปานนี้ต่อหน้าข้าก็ได้  แม้ข้าในขณะนี้จะเป็นเพียงร่างวิญญาณและสูญเสียพลังสำคัญไป  ทว่าเจ้าก็คงไม่ได้เปรียบอันใดหากพวกเราต้องลงมือสู้กันจริงๆ”

 

“เป็นเช่นนั้นหรือ?”  ราชินีอสรพิษส่งเสียงหัวเราะเย็นชาออกมาคราหนึ่ง  อย่างไรก็ตาม  สองมือของนางมิได้แสดงความเคลื่อนไหวใดๆ  เห็นได้ชัด  การปรากฏกายของเหยาเหลาทำให้นางตกใจใหญ่หลวงแล้ว

 

“ข้าเองก็ไม่ปรารถนาที่จะมีเรื่องขัดแย้งกับเจ้า  เพียงแต่ว่า  เจ้าไม่มีสิทธิ์ที่จะมาฆ่าลูกศิษย์ของข้าได้ง่ายๆ  หากเจ้ารู้สึกว่าการอาศัยอยู่ที่นี่เป็นเรื่องที่เจ้าไม่ชอบใจ  เจ้าก็จากไปได้  ไม่มีผู้ใดคิดจะหยุดเจ้า”  เหยาเหลายิ้มขณะกล่าว  คำพูดสุขุมของเขาช่างประหนึ่งใบมีดแหลมคม  ในอดีต  ขณะที่เขาท่องไปทั่วทวีป  ไม่ต้องพูดถึงเต๋าจงผู้หนึ่งทีเดียว  กระทั่งเต๋าจวนเยี่ยมยุทธ์ผู้หนึ่งก็ยังต้องทำตนสุภาพกับเขา  ราชินีอสรพิษผู้นี้อาจจะสามารถทำให้ผู้คนมากมายหวาดกลัวนาง  ทว่านางไม่อาจคุกคามเขาได้แม้เพียงน้อย

 

ราชินีอสรพิษมีใบหน้าบูดบึ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินเช่นนี้  ในขณะนี้  พญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งมีอาการที่จดจำว่าเซียวเอี๋ยนเป็นนายของมัน  ยิ่งไปกว่านั้น  นางยังไม่สามารถควบคุมร่างกายของตนได้อย่างสมบูรณ์  มิใช่นางที่จะเป็นผู้ตัดสินว่าต้องการจะจากไปหรืออยู่ต่อ  อีกประการหนึ่ง  สูตรยาหลอมรวมจิตวิญญาณนั้นก็อยู่ในมือของเซียวเอี๋ยน  นางยังจำเป็นที่จะต้องอาศัยพลังของเขาหากนางต้องการให้ยานั้นถูกกลั่นออกมาได้สำเร็จ  ดังนั้น  นางจะจากไปทำไม?

 

“ข้ามีข้อตกลงกับเขาอยู่  หากข้าคุ้มกันจนเขาหนีพ้นมาจากอวิ๋นซันได้อย่างปลอดภัย  เขาจะต้องกลั่นยาหลอมรวมจิตวิญญาณให้แก่ข้า  อย่างไรก็ตาม  ผ่านไปเกือบปีแล้ว  บัดนี้เขากลับลืมเรื่องนี้ไปเสียสิ้น  จะมีประโยชน์อันใดที่จะเก็บคนไม่รักษาสัญญาเช่นนี้เอาไว้?”  ราชินีอสรพิษชำเลืองมองเซียวเอี๋ยนอย่างเย็นชาขณะกล่าว

 

ความวิตกกังวลในหัวใจของเซียวเอี๋ยนลดลงไปเป็นอันมากตั้งแต่เหยาเหลาปรากฏตัวออกมา  ดังนั้น  เขาจึงได้แต่แบมือเมื่อเห็นสายตาเย็นชาของราชินีอสรพิษ  พี่สาว  เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าข้าเป็นคนโง่?  มิใช่ว่า ยิ่งข้ากลั่นยาหลอมรวมจิตวิญญาณเร็วขึ้นเท่าไหร่  ข้าก็ยิ่งตายเร็วขึ้นเท่านั้นหรอกหรือ? 

 

“เคอะๆ  หากเจ้าไม่มีความคิดเข่นฆ่าอยู่ในหัวใจของเจ้าแล้วล่ะก็  ศิษย์ของข้าคนนี้ก็คงต้องยินดีที่จะช่วยเหลือเจ้าค้นหาวัตถุดิบสมุนไพรต่างๆ อย่างแน่นอน  เจ้าจะโทษเขาฝ่ายเดียวก็ไม่ถูกที่ชักเรื่องราวมาจนเป็นแบบนี้”  เหยาหลายิ้มแย้มกล่าว  เขาย่อมเข้าใจเรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบเป็นอย่างดี

 

ราชินีอสรพิษทำเสียงขึ้นจมูก  นางไม่ปฏิเสธคำกล่าวของเหยาเหลา  ในครั้งนั้น  นางเคยมีความคิดที่จะสังหารเซียวเอี๋ยนให้ตายในฝ่ามือเดียวจริงๆ  หากเซียวเอี๋ยนกลั่นยาหลอมรวมจิตวิญญาณได้สำเร็จ

 

“เคอะๆ  ราชินีอสรพิษ  ข้าจะไม่เปลืองลมหายใจกับเจ้าอีกแล้ว  เจ้าต้องการยาหลอมรวมจิตวิญญาณเม็ดนั้นจริงๆ หรือไม่?”  เหยาเหลาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงพลันเอ่ยออกมาเมื่อได้เห็นประกายวูบไหวในดวงตาของราชินีอสรพิษ

 

“คำถามนี้ของท่านไม่มากเกินไปหน่อยหรือ?”

 

“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น  พวกเราแต่ละฝ่ายก็ให้ในสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการได้  อย่างไรก็ตาม  ต้องอยู่ในเงื่อนไขที่ว่า  เจ้าต้องโยนความคิดในหัวใจพวกนั้นทั้งหมดทิ้งไปเสียก่อน  ไม่มีผู้ใดตำหนิเรื่องที่พญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งคอยติดตามเซียวเอี๋ยนได้  ยิ่งไปกว่านั้น  หากมันจดจำว่าเซียวเอี๋ยนเป็นนายของมัน  ทั้งหมดก็ล้วนไม่เกี่ยวกับเจ้า  คนนอกไม่อาจทำอันใดเพื่อเปลี่ยนแปลงมันได้”  เหยาเหลายิ้มแย้มและเอ่ยสืบไป “หากเจ้าสามารถขจัดความคิดที่จะสังหารนี้ออกไปจากหัวใจของเจ้าได้  ข้าก็สามารถรับประกันได้ว่าข้าจะวางยากลั่นหลอมรวมจิตวิญญาณที่เสร็จสมบูรณ์ต่อหน้าเจ้าได้ภายในเวลาหนึ่งปี  อย่างไรก็ตาม  เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน  เจ้าจะต้องคุ้มครองลูกศิษย์ของข้า  ชีวิตของเขาจะต้องไม่ตกอยู่ในอันตรายใดๆ เด็ดขาดเป็นเวลาหนึ่งปีหลังจากที่เจ้าได้ยาไปแล้ว  เจ้าจะว่าอย่างไร?”

 

“ก่อนหน้านี้  เขากับข้าเคยตกลงกันไว้แล้ว  ข้าคุ้มครองเขาจนกว่าเขาจะหนีพ้นเงื่อมมือของอวิ๋นซันมาได้  ไม่เช่นนั้น  แค่ลำพังพลังของเขา  ท่านคิดหรือว่าเขาจะสามารถท้าสู้กับอวิ๋นซันเช่นนั้นได้?  ในเมื่อข้าได้ทำตามสัญญาครบถ้วนแล้ว  เขาก็ควรที่จะช่วยข้ากลั่นยาหลอมรวมจิตวิญญาณ  เหตุใดข้ายังต้องมาทำความตกลงใหม่กับท่านอีก?”  น้ำเสียงของราชินีอสรพิษเจือไว้ด้วยความเคืองใจบางๆ

 

“ทั้งสองฝ่ายล้วนทำผิดข้อตกลงในครั้งนั้น  เพราะฉะนั้น  มันย่อมเป็นโมฆะไป”  เหยาเหลาเอ่ยเบาๆ

 

“ท่านต้องการจะให้ข้าเป็นผู้คุ้มครองเขาเป็นเวลาหนึ่งปี?  ลืมเสียเถอะ!”  เสียงเย็นชาของราชินีอสรพิษไม่มีความลังเลขณะเอ่ยปากและปฏิเสธข้อเสนอแนะ

 

“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น  เจ้าก็แยกย้าย หาผู้อื่นกลั่นยาหลอมรวมจิตวิญญาณให้เจ้าแทนเสีย”  เหยาเหลากลอกตากล่าวตอบ

 

“หากเป็นเช่นนั้น  ก็ส่งมอบสูตรยาหลอมรวมจิตวิญญาณมาให้แก่ข้า!”  ราชินีอสรพิษกัดฟันสีเงินของนางขณะเอ่ยเย็นชา

 

“เคอะๆ  ทำเช่นนั้นไม่ได้  สูตรยาหลอมรวมจิตวิญญาณนี้เป็นสิ่งที่เซียวเอี๋ยนต้องใช้ความพยายามมากมายเพื่อที่จะเอาชนะในการชุมนุมใหญ่ของนักแปรธาตุ  เขาจะมอบให้เจ้าได้อย่างไร?”  เหยาเหลายิ้มและส่ายศีรษะ

 

เซียวเอี๋ยนค่อนข้างตกใจขณะจ้องมองแผ่นหลังของเหยาเหลาตรงหน้า  ขณะนี้  บรรยากาศรอบตัวของอีกฝ่ายมีทีท่าอันธพาลไม่น้อย

 

ราชินีอสรพิษสูดลมหายใจลึกเข้าปอด  สีหน้าของนางค่อยๆ ขุ่นเคืองขึ้นมา  เดิมที  นางเป็นพวกที่ไม่ชอบเปลืองลมหายใจ  หากมิใช่เพราะนางหวาดกลัวพลังของเหยาเหลา  ดูเหมือนนางคงจะพุ่งเข้าโจมตีและฆ่าเขาทิ้งเสียแล้ว  อย่างไรก็ตาม  ความเอาแต่ใจของเหยาเหลาในขณะนี้ทำให้ความกระหายใคร่สังหารของนางกระเพื่อมขึ้นมาในหัวใจอีกคราหนึ่งแล้ว

 

สีหน้าของราชินีอสรพิษแปรเปลี่ยนความอึมครึม  ชี่สูงส่งสายหนึ่งซึ่งสร้างความตกตะลึงให้แก่เซียวเอี๋ยนแผ่ซ่านออกมาจากร่างกายของนาง  ภายใต้พลังที่แข็งแกร่งปานนี้  อากาศรอบด้านหยุดไหลเวียนแล้วในขณะนี้

 

แปรเปลี่ยนทุกสิ่งจนเงียบสงัด  นี่คือความอหังการและทรงอำนาจยิ่งของเต๋าจงผู้หนึ่ง

 

อย่างไรก็ตาม  ร่างของเหยาเหลาไม่มีความเคลื่อนไหวแม้เพียงน้อยภายในแรงกดข่มของอำนาจอันสูงส่งปานนี้  มีเพียงสายตาเย็นชาแหลมคมค่อยๆ กวาดออกไปจากใบหน้าเรียบเฉยสูงวัยของเขา  พลังจิตสัมผัสสายหนึ่งซึ่งมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าแผ่ขยายออกไปและปกคลุมเข้มข้นไปทั่วฟ้า  แม้เหยาเหลาไม่อาจใช้เต๋าชี่ในร่างวิญญาณได้ก็ตาม  พลังจิตของเขากลับแข็งแกร่งทรงอำนาจเป็นพิเศษในฐานะที่เป็นนักแปรธาตุผู้หนึ่ง  เหนือสิ่งอื่นใด  เขายังมีเปลวไฟแห่งขั้วน้ำแข็ง  เขายังเข้าถึงระดับที่สามารถอาศัยเพียงพลังจิตสัมผัสของตนเข้าต่อสู้กับผู้อื่น  แน่นอนว่าเขาย่อมไม่อาจเข้าถึงระดับสมบูรณ์สูงสุดในอดีตเพียงด้วยอาศัยพลังจิตของตน  แต่ทว่า  ก็ไม่เป็นปัญหาจนเกินไปนักหากจะใช้มันเข้าต่อสู้กับราชินีอสรพิษผู้ซึ่งก็ไม่ได้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์พร้อมเช่นกัน

 

พลังแข็งแกร่งเฉกเช่นเดียวกันสองสายค่อยๆ แพร่กระจายออกไปบนยอดเขา  แผ่นดินสะเทือนเล็กน้อยภายใต้แรงกดดันจากพลังทั้งสอง  และยังเริ่มค่อยๆ เกิดรอยปริแยกออกไปภายใต้สายตาตกตะลึงของเซียวเอี๋ยน

 

เวลาค่อยๆ ผ่านพ้นไป  พลังแข็งแกร่งสองสายยิ่งรุนแรงขึ้น  อย่างไรก็ตาม  ชั่วขณะที่ราชินีอสรพิษไม่อาจต้านทานการโจมตีต่อไปได้นั้นเอง  ใบหน้าของนางก็พลันแปรเปลี่ยน  บรรยากาศตึงเครียดก็ค่อยจางคลายลงไป  มืองดงามของนางกุมหน้าผากขณะสีหน้าแปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว  แสงสีรุ้งแผ่พุ่งออกมาจากในร่างกาย

 

“ให้ตายเถอะ!”  ราชินีอสรพิษกัดฟันสุดแรงขณะสบถออกมาอย่างดุร้าย  พญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งกำลังค่อยๆ เข้าควบคุมร่างของนางในจังหวะเช่นนี้เสียได้  ยิ่งไปกว่านั้น  คราวครั้งนี้  มันยังต้านทานนางอย่างแรง  เป็นเหตุให้นางไม่มีทางเลือกนอกจากรีบรวบรวมพลังของตนเข้ากดข่มมันเอาไว้  เมื่อเป็นเช่นนี้  นางจะสามารถต่อกรกับเหยาเหลาได้อย่างไรกัน

 

เซียวเอี๋นดูเหมือนจะเข้าใจบางสิ่งเมื่อเขามองเห็นสภาพของราชินีอสรพิษ  เขาถอนหายใจโล่งอกออกมาในหัวอกทันที  พลังของสตรีผู้นี้ออกจะน่ากลัวเกินไป  แม้ว่าเหยาเหลาจะสามารถเอาชนะนางได้  ทว่าเขาอาจจะต้องเข้าสู่สภาพจำศีลเพระการสูญเสียพลังจิตได้  แม้เดี๋ยวนี้เซียวเอี๋ยนมิได้เอาแต่พึ่งพาเหยาเหลามากเท่าในอดีต  ประสบการณ์อันมากมายของเหยาเหลาก็ช่วยประหยัดปัญหาให้แก่เขาเป็นอันมาก

 

แสงสว่างสีรุ้งยิ่งเข้มข้นขึ้น  ท้ายที่สุด  ดวงตาชวนหลงใหลของของราชินีอสรพิษก็เริ่มงงงวยขึ้นเล็กน้อย

 

ราชินีอสรพิษสูดลมหายใจลึกคำหนึ่งและพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อกดข่มแรงต้านของพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งเอาไว้  นางจ้องมองเซียวเอี๋ยนที่อยู่ตรงข้ามอย่างเย็นชาและเอ่ยขึ้นอย่างไม่เต็มใจ  “เอาล่ะ  พวกเราจะทำตามอย่างที่เจ้าพูด  หากเจ้าสามารถส่งมอบยาหลอมรวมจิตวิญญาณให้ข้าได้ภายในหนึ่งปี  ข้าจะคุ้มครองเจ้าเป็นเวลาหนึ่งปี  หากสัญญาที่เจ้าให้ไว้ยังคงว่างเปล่า  ราชินีผู้นี้จะให้เจ้าทนทุกข์ทรมานกับความสูญเสียใหญ่หลวงทีเดียว  ต่อให้ข้าจะต้องยอมเสี่ยงต่อการตอบโต้ของพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งก็ตาม”

 

“เคอะๆ  เป็นเช่นนี้ย่อมดีที่สุด  ข้าจะต้องส่งมอบยาหลอมรวมจิตวิญญาณให้ท่านภายในหนึ่งปีอย่างแน่นอน  อย่างไรก็ตาม  ผู้เฒ่าเช่นข้าหวังว่าราชินีอสรพิษคงไม่ทำดังที่เจ้าเคยเป็น  แฝงเร้นเจตนาสังหารไว้ในหัวใจ  ไม่เช่นนั้น  ต่อให้ข้าต้องเข้าสู่สภาวะจำศีล,  ข้าก็จะเปลี่ยนร่างที่เจ้าได้มา