Doupo Cangqiong (斗破苍穹) / Battle Through The Heavens (Novel : Thai Translation)

Fan's Translation for fans only. Do not use it for business purpose. And please support the original work. This translation will end if the right is available in my country.

ด้วยความช่วยเหลือจากพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งที่คอยสกัดกั้นเจ้าวานรยักษ์เอาไว้  เซียวเอี๋ยนจึงรุดเข้าไปในหุบเขาได้สำเร็จ  ได้ยินเสียงระเบิดทั้งดังกึกก้องราวกับสายฟ้าฟาดที่ด้านนอกหุบเขา,  ร่างของเขาก็หยุดลงชั่วขณะ  เขาหันศีรษะกลับไปจ้องมองหุบเขาด้านนอก  เพียงเพื่อจะพบเข้ากับท้องฟ้าที่แทบจะถูกปกคลุมไปด้วยแสงสีรุ้งทั้งผืน  ร่างมหึมาของพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งมองเห็นได้เลาๆ ภายในแสงสว่างซึ่งปล่อยความรู้สึกกดดันมหาศาลออกมา  ภายใต้แรงกดดันนั้น  อากาศเย็นยะเยือกสีขาวราวหิมะที่แข็งแกร่งไม่แพ้กันอีกชุดหนึ่งก็ปกคลุมอยู่ครึ่งฟ้า  ลมกรรโชกหนาวเย็นจนทำให้เซียวเอี๋ยนซึ่งอยู่ด้านในหุบเขาแล้วเผลอตัวสั่นเทาขึ้นมา

 

“ใจเย็นๆ  อาจจะมีความยากอยู่บ้าง,  หากพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งคิดจะฆ่าวานรยักษ์ตัวนี้  ทว่าหากต้องการเหนี่ยวรั้งมันไว้  ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอันใด  เจ้าควรรีบเข้าไปค้นหาแก่นน้ำนมชุบร่างนั้นโดยเร็ว”  เหยาเหลาดูเหมือนจะรู้ดีถึงความกังวลในหัวใจของเซียวเอี๋ยนขณะปลอบโยนออกไป

 

“ตกลง”  เซียวเอี๋ยนพยักหน้า  เขาไม่ลังเลอีกต่อไป  เขารีบหันกลับไปมองหุบเขาดำมืดนั้น  สองคิ้วขมวดมุ่นเล็กน้อยขณะถูนิ้วเบาๆ  เปลวไฟสีครามสอง-สามริ้วพุ่งออกมาจากปลายนิ้วก่อนที่จะกระจัดกระจายออกไปรอบด้านกลางอากาศ  ราวกับตะเกียงมากมาย  แสงสว่างจากเปลวไฟสาดส่องลงไปและค่อยๆ ขับไล่ความมืดมิดออกไปจากหุบเขา

 

อาศัยแสงจากเปลวไฟ,  เซียวเอี๋ยนพบว่าขนาดของหุบเขานี้ค่อนข้างกว้างใหญ่  ต้นไม้ต่างๆ เติบโตไปทุกแห่งหนในหุบเขาและมีเศษซากปรักหักพังอยู่ทั่วไปหมด  อย่างไรก็ตาม  กลับไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นใดอีกเลย  เห็นได้ชัด  พวกมันล้วนถูกวานรฟ้าปีศาจหิมะตัวนั้นขับไล่ไปจนสิ้น

 

“สภาพแวดล้อมภายในหุบเขานี้ค่อนข้างซับซ้อน  คงต้องใช้เวลาอยู่บ้างเพื่อที่จะค้นหาแก่นน้ำนมชุบร่าง”  เซียวเอี๋ยนพึมพำ  เขากระพือปีกหมอกม่วงบนแผ่นหลังขณะร่างกายลอยตัวอยู่กลางอากาศ  เปลวไฟสีครามริ้วเล็กๆ เหล่านั้นเคลื่อนตัวตามเขาไป  ลอยอ้อยอิ่งอยู่รอบกายราวกับผู้คุ้มกันกลุ่มหนึ่งก็ไม่ปาน

 

เซียวเอี๋ยนบินช้าลงขณะค่อยๆ รุดตัวลึกเข้าไปด้านในหุบเขา  พื้นที่ตามทางเงียบสงัดและไม่มีเสียงเคลื่อนไหวอื่นใดแม้แต่น้อย  อาศัยแสงไฟนั้น  เขาสามารถมองเห็นบริเวณที่มีซากโครงกระดูกขาวโพลน  ภาพฉากแห่งความตายเช่นนี้เป็นเหตุให้ผู้คนต้องขนลุกกระดูกตั้งกันทั่วแล้ว

 

“ดูเหมือนจะมีผู้คนแล้วไม่น้อยที่ต้องการแก่นน้ำนมชุบร่างนี้  กระทั่งสัตว์เทพบางตัวก็ยังคิดจะฉกมันไป”  เซียวเอี๋ยนเผลอทอดถอนใจออกมาขณะเอ่ยเบาๆ เมื่อเห็นกระดูกชิ้นใหญ่หลายชิ้นที่มิใช่ของมนุษย์อย่างแน่นอน

 

“ฤทธิ์ของแก่นน้ำนมชุบร่างในการชะล้างและกลั่นกระดูกของผู้คนนั้นดึงดูดพวกสัตว์เทพมากมายกว่ามนุษย์หลายเท่านัก  หากสัตว์ป่าตัวหนึ่งได้เจ้าสิ่งนี้ไป  อนาคตข้างหน้า,  มันจะสามารถฝึกจนกลายร่างเป็นมนุษย์ได้ง่ายขึ้นมาก”  เหยาเหลาอธิบายเบาๆ

 

เซียวเอี๋ยนพยักหน้าน้อยๆ  เขาพลันหวนนึกถึงสิงห์บินสีอาเมทิสต์ที่เคยพบในเทือกเขาสัตว์เทพแห่งจักรวรรดิเจียหม่าในกาลก่อน  ในเวลานั้น  เจ้าตัวนั้นเคยเสนอ “ยาแปลงร่าง” เป็นข้อแลกเปลี่ยนกับผลึกวิญญาณสีอาเมทิสต์ในขณะที่อวิ๋นอวิ๋นต้องการแลกเปลี่ยนกับอีกฝ่าย  บัดนี้เซียวเอี๋ยนมิใช่นักแปรธาตุอ่อนหัดเฉกเช่นแต่ก่อนอีกต่อไปแล้ว  บนถนนแห่งนักแปรธาตุ  เขาได้ก้าวเข้ามาถึงระดับที่มีความมั่นคงในเส้นทางของตน  ธรรมดาแล้ว,  เขาย่อมมีความเข้าใจในคุณค่าของ “ยาแปลงร่าง” ได้ชัดเจนกว่าเก่า  ในขณะเดียวกัน  เขาก็เข้าใจว่าสัตว์เทพตัวหนึ่งจะหนีพ้นไปจากร่างสัตว์ของตนได้ยากเย็นเพียงใด

 

ความเร็วในการบินของเซียวเอี๋ยนหยุดลงกะทันหันเมื่อชื่อๆ นั้นโผล่พรวดขึ้นมาในใจ  เขาเม้มปากแน่นเมื่อใบหน้างดงามสง่านั้นลอยขึ้นมาจากก้นบึ้งส่วนลึกในความทรงจำของตน  ดวงตาสงบนิ่งราวสายน้ำคู่นั้นยังคงเต็มไปด้วยความสูงส่งในฐานะประมุขของพรรคที่แข็งแกร่งที่สุดในจักรวรรดิเจียหม่าอีกด้วย

 

“อวิ๋นจื่อ...  อวิ๋นอวิ๋น...”  เซียวเอี๋ยนพึมพำชื่อสองชื่อที่สร้างความรู้สึกแตกต่างแก่เขาอย่างสิ้นเชิง  อย่างไรก็ตาม  เขาเยาะหยันตนโดยการใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดสะบัดศีรษะ  สลัดความรู้สึกภายในหัวใจทิ้งไป  บัดนี้พวกเขาทั้งสองต่างยืนอยู่คนละข้างเพราะความสัมพันธ์ที่แตกต่างมากมาย  นางเป็นประมุขแห่งพรรคเมฆครามและเป็นไปไม่ได้ที่นางจะเปลี่ยนแปลงเพื่อเขา  อีกด้านหนึ่ง  เขาก็มีข้อบาดหมางกับพรรคเมฆครามจนไม่อาจลอมชอมกันได้  ด้วยบุคลิกของเขา,  เขาคงลังเลที่จะโยนฐานะของนางทิ้งไปในยามที่ต้องเผชิญหน้ากัน  ดังนั้น  เมื่อเขากลับไปยังจักรวรรดิเจียหม่าครั้งหน้า,  พวกเขาอาจจะ... ลงเอยด้วยการหันอาวุธเข้าห้ำหั่นกัน

 

เซียวเอี๋ยนลูบไล้ใบหน้าของตนและปัดรอยยิ้มเยาะหยันตนเองบนมุมปากทิ้งไป  ร่างที่กำลังบินอยู่ก็พลันหยุดชะงักลง  ไม่ไกลจากเขาออกไปข้างหน้าเป็นทางตันของหุบเขา  อาศัยแสงสว่างจากเปลวไฟ  เขาเห็นถ้ำมืดมิดแห่งหนึ่งตรงสุดทางนั้น

 

“ที่นี่?”  เซียวเอี๋ยนพึมพำขณะขยับปีกเบาๆ  ร่างกายของเขาจึงบินต่ำลงไป  ครู่ต่อมา  ร่างของเขาดิ่งลงยืนบนหินใหญ่ก้อนหนึ่งใกล้ๆ ปากถ้ำอย่างคล่องแคล่ว

 

เซียวเอี๋ยนสูดกลิ่นอากาศที่ไหลออกมาจากในถ้ำเบาๆ  มีกลิ่นของสัตว์ดุร้ายที่เหมือนกลิ่นบนร่างของวานรฟ้าปีศาจหิมะนั้นจางๆ

 

“ที่นี่น่าจะเป็นรังนอนของเจ้าวานรฟ้าปีศาจหิมะ  ในเมื่อมันเห็นว่าแก่นน้ำนมชุบร่างมีความสำคัญปานนั้น  มันก็น่าจะอาศัยอยู่ใกล้ๆ กับของสิ่งนั้น...”  ความคิดหนึ่งพุ่งวาบขึ้นมาในหัวใจ  เขาโบกมือคราหนึ่ง    ไฟสีครามริ้วหนึ่งที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่รอบตัวเขาก็พลันพุ่งยิงเข้าไปในถ้ำ  มันกระแทกเข้าไปทั่วทุกบริเวณอย่างสุ่มๆ ก่อนที่เซียวเอี๋ยนจะมั่นใจว่าไม่มีกับดักอะไรซุกซ่อนอยู่จึงยกสองเท้าก้าวเข้าไป

 

ขนาดของถ้ำค่อนข้างกว้างใหญ่  ไม่เช่นนั้น  ก็คงยากที่จะเพียงพอให้วานรฟ้าปีศาจหิมะอาศัยอยู่ในนี้  เพดานถ้ำอยู่สูงขึ้นไปอย่างน้อยสิบเมตร  เศษหินกระจัดกระจายอยู่ทั่วทุกแห่งภายในถ้ำ  ขนขาวๆ มองเห็นได้ทุกแห่ง  ฝีเท้าของเซียวเอี๋ยนเคลื่อนไปอย่างรวดเร็วขณะเดินเข้าไปในถ้ำ  ครู่ต่อมา  เขามีใบหน้าบูดบึ้งเล็กน้อยเมื่อหยุดยืนอยู่หน้ากำแพงหลังของถ้ำ  เขาพึมพำเสียงเบา  “อย่าบอกข้านะว่าแก่นน้ำนมชุบร่างไม่ได้อยู่ในนี้?”

 

เซียวเอี๋ยนมีใบหน้าบึ้งตึงขณะกวาดตามองทั่ว  ทันใดนั้น  สายตาพลันหยุดลงตรงมุมผนังถ้ำด้านหนึ่ง  ผืนดินขนาดใหญ่จมตัวลงไปในบริเวณนั้น  บริเวณที่จมลงไปมีขนสีขาวเต็มไปหมดและมีรอยเท้าขนาดใหญ่มากมายกว่าทุกแห่ง  เซียวเอี๋ยนเดินตรงไป  คุกเข่าลงกับพื้นและสังเกตุบริเวณนั้นอย่างระมัดระวัง  เขาพบว่านี่ดูเหมือนจะเป็นจุดพักผ่อนของวานรฟ้าปีศาจหิมะ  บริเวณที่จมลงไปนี้ดูเหมือนเกิดจากแรงกดของร่างกายอันใหญ่โตมโหฬารของอีกฝ่าย

 

เซียวเอี๋ยนไม่พบร่องรอยประหลาดใดๆ อีกและเผลอส่ายศีรษะอย่างผิดหวัง  เขากำลังจะลุกขึ้นยืนเมื่อหัวใจพลันขยับ  แขนเสื้อสะบัดออกไปตรงบริเวณที่มีขนขาวปกคลุมอยู่กองหนึ่ง  ทันใดนั้น  ลมหอบหนึ่งปรากฏขึ้นและพัดพาเอาขนขาวทั้งหมดปลิดปลิวไป

 

ทรายชั้นหนึ่งปรากฏตัวขึ้นใต้ขนเหล่านั้น  อย่างไรก็ตาม  สีของทรายกองนี้ดูเข้มกว่าบริเวณอื่น  ลักษณะเช่นนี้ราวกับว่ามันถูกพลิกหงายขึ้นมา

 

เซียวเอี๋ยนหรี่ตาและค่อยๆ ถอยหลังไปก้าวหนึ่ง  เขาห่อมือเล็กน้อยและพลันกำแน่นเข้า  พลังดูดแข็งแกร่งสายหนึ่งแผ่พุ่งออกไป  ติดตามด้วยพลังดูดสายนี้  ทรายที่กระจายตัวอยู่ก็พลันพุ่งตัวขึ้นมาอย่างแรง  ในที่สุด  มันจับตัวเป็นก้อนลูกทรายทรงกลมขนาดราวสิบนิ้วในมือเขา

 

เซียวเอี๋ยนโยนลูกทรายทิ้งไปข้างๆ อย่างลวกๆ  เขาดูดเอาทรายเหล่านั้นออกไปอีกสอง-สามหนเช่นนี้  เป็นครู่หนึ่งก่อนที่ทรายทั้งหมดจะถูกดูดไปจนหมด  หลุมสีดำมืดหลุมหนึ่งบนพื้นจึงปรากฏขึ้นสู่สายตา

 

หลุมนี้ยังกว้างออกไปได้อีก  ทว่าเท่านี้ก็เพียงพอสำหรับขนาดของเซียวเอี๋ยนแล้ว  เขายิ้มออกมาและปัดมือก่อนที่จะโบกมัน  ไฟสีครามที่ลอยอยู่รอบตัวเขาพุ่งเข้าไปในหลุม  เมื่อเขาขยับศีรษะเข้าไปดู  อุโมงค์ใต้หลุมนั้นกว้างใหญ่กว่าที่เขาคาดการณ์ไว้นัก  เขาส่งเสียงหัวเราะออกมาก่อนที่จะกระโจนลงไป  ครั้นแล้ว  เขารุดหน้าเข้าไปตามอุโมงค์ที่คดเคี้ยวใต้ดินแห่งนี้อย่างรวดเร็ว

 

เซียวเอี๋ยนระมัดระวังตัวอย่างยิ่งและเรียกเปลวไฟสีครามออกมาจนถึงขีดสุด  เขากังวลว่าจะมีอันตรายใดๆ แฝงซ่อนอยู่ในอุโมงค์สายนี้  เปลวไฟยี่สิบกว่ากลุ่มกำลังรายล้อมรอบตัวเขา  พวกมันลอยอยู่ข้างหน้าเขา  ค้นหาอันตรายใดๆ

 

อุโมงค์นี้คดเคี้ยวยิ่งนัก  ทว่าเซียวเอี๋ยนยังพอรู้สึกได้ว่าเขากำลังเคลื่อนลึกลงไปใต้ดินช้าๆ

 

เซียวเอี๋ยนเดินอยู่ราวสิบกว่านาทีภายใต้บรรยากาศอันเงียบสงัด  เขาพลันพบว่ามีแสงสว่างสีขาวเล็กๆ อยู่ตรงสุดปลายอุโมงค์นั้น  เขารู้สึกดีใจขึ้นมาทันที  ขณะเคลื่อนใกล้เข้าไป  แสงสีขาวนั้นก็ค่อยใหญ่ขึ้นจนในที่สุดกลายเป็นทางเข้าถ้ำแห่งหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยแสงสีขาว

 

เซียวเอี๋ยนสูดลมหายใจลึกคำหนึ่งเข้าปอดขณะยืนอยู่ตรงปากอุโมงค์ก่อนที่ขาข้างหนึ่งจะก้าวเข้าไป

 

ขณะที่สองเท้าก้าวพ้นออกมาจากอุโมงค์อันมืดมิด  เซียวเอี๋ยนพลันรู้สึกว่าบริเวณโดยรอบสว่างจ้า  สายตาของเขาเริ่มกวาดมองไปรอบเมื่อเริ่มคุ้นชินกับแสงสว่างนี้แล้ว  ความตกใจเผลอทาบทับขึ้นมาบนใบหน้าเมื่อได้เห็นสิ่งแวดล้อมรอบด้าน

 

สถานที่ที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าเขานี้เป็นโลกที่เต็มไปด้วยหินย้อย  เพียงชำเลืองมองคราวเดียว  หินย้อยสีนวลขึ้นย้อยปกคลุมทั่วบริเวณไปจนสุดสายตา  สาดส่องแสงสว่างสีขาวนวลออกมา  ขับไล่ความมืดมิดออกไปจนหมดสิ้น  หินย้อยงอกอยู่ทุกหนแห่ง  บางส่วนบนเพดานสูงเหนือศีรษะขึ้นไปร่วมร้อยเมตรก็ยังมีหินงอกย้อยลงมา  เพียงชำเลืองมองคราวเดียว  โดมเขานี้ปกคลุมเต็มไปด้วยหินย้อยมากมายตระการตา  บางครั้งบางครา  มีของเหลวผสมสีขาวหยดลงมาเป็นระยะ  เกิดเป็นรอยกระเซ็นสีขาวราวดอกไม้แต้มอยู่บนพื้น

 

“โลกใต้พิภพที่งดงามอะไรเช่นนี้...”  ผ่านไปครู่ใหญ่  เซียวเอี๋ยนจึงค่อยๆ ได้สติกลับคืนมา  เขาทำเสียงดูดปากด้วยความประหลาดใจก่อนที่จะพูดออกมาพร้อมยิ้มเจื่อน  “แก่นน้ำนมชุบร่างอยู่ที่นี่หรือ?  พวกเราจะหามันพบได้อย่างไร?  มีหินงอกหินย้อยขึ้นเต็มไปหมดทุกหนแห่ง”

 

“มุ่งหน้าไปยังบริเวณที่มีไอดินเข้มข้นที่สุดรวมตัวกันอยู่”  ร่างของเหยาเหลาลอยออกมาจากแหวนสีดำ  ปลายนิ้วชี้ไปทางซ้ายมือและกล่าว  “ทางนั้น”  ครั้นกล่าวจบ  เขานำหน้าหมุนร่างและพุ่งตัวไปยังทิศทางที่ปลายนิ้วของเขาชี้ไป  เซียวเอี๋ยนรีบติดตามหลังไปอย่างรวดเร็ว

 

คนทั้งสองทะยานตัวผ่านโลกแห่งหินย้อยนี้ไปอยู่เกือบสิบนาทีก่อนที่เหยาเหลาจะหยุดฝีเท้าลง  เขาเงยหน้าขึ้นจ้องมองหินย้อยขนาดมหึมายากจะหาใดเทียมเบื้องหน้าและอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงอุทานออกมาคำหนึ่งทั้งๆ ที่เป็นผู้เปี่ยมด้วยประสบการณ์มากมาย

 

หินย้อยตรงหน้าเขานี้งอกย้อยลงมาจากยอดโดมเขาและห้อยดิ่งตรงลงมา  ขนาดอันใหญ่โตของมันอย่างน้อยคงยาวกว่าร้อยเมตร  และเส้นผ่าศูนย์กลางของมันอย่างน้อยคงต้องใช้คนถึงสองคนโอบล้อม  แสงสีขาวนวลระยิบระยับอยู่ทั่วตัว  ส่งผลให้มันดูราวกับเสาแก้วผลึกแท่งหนึ่ง  หินย้อยต้นนี้ต้องเป็นหินย้อยที่ใหญ่ที่สุดในโลกใต้พิภพนี้อย่างไม่ต้องสงสัย  ขนาดเช่นนี้ช่างดูราวกับจักรพรรดิในท่ามกลางหินงอกหินย้อยทั้งหลาย  กำลังรับการสักการะบูชาจากหินย้อยนับไม่ถ้วนที่รายล้อมอยู่

 

สายตาของเซียวเอี๋ยนค่อยๆ เลื่อนลงมา  ใต้หินย้อยก้อนนี้มีหินสีเขียวขนาดมหึมาก้อนหนึ่ง  กว่าครึ่งของหินเขียวก้อนนี้ฝังอยู่ใต้ดิน  ในขณะนี้  มีรอยบากรอยหนึ่งที่กว้างไม่ถึงฟุตดีอยู่บนยอดหินสีเขียวนั้น  รอยบากนี้ให้บังเอิญอยู่ตรงกันพอดีกับส่วนปลายของหินย้อยข้างบน  ของเหลวสีขาวข้นราวน้ำนมหนาราวสองนิ้วขังเต็มอยู่ในรอยบากนั้น  ส่วนบนของของเหลวเข้มข้นนั้นมีหมอกสีขาวบางๆ ลอยเรี่ยอยู่  หมอกขาวนี้ค่อนข้างประหลาด  ไม่ว่ามันจะลอยเรี่ยอยู่อย่างไร มันก็ไม่เคยกระจายหายไป  เซียวเอี๋ยนสูดลมหายใจคำหนึ่ง  กระดูกทั่วร่างของเขาก็เต็มไปด้วยความด้านชาและความรู้สึกประหลาดยิ่งในขณะนี้

 

สายตาของเซียวเอี๋ยนจ้องมองของเหลวสีน้ำนมในรอยบากเขม็ง  ลำคอของเขาก็เผลอกลอกกลิ้งขึ้นมาแล้ว  ความตื่นเต้นแผ่ซ่านขึ้นมาบนใบหน้า  ในหัวใจ  เขารู้ดีว่าแก่นน้ำนมชุบร่างที่เขาเฝ้าค้นหามาเสียตั้งนานก็ไม่สำเร็จ  ในที่สุด  บัดนี้ก็ปรากฏอยู่ต่อหน้าเขาแล้ว

Comment

  • #6 เฒ่าทารก

    2017-09-11 11:50

    โอ้ว ดูเป็นอาหารตาก็พอ คริๆๆๆ แอบดีใจเล็กน้อย แปลชื่อพระเอกถูกล่วย กร๊ากๆๆๆ เห่อมาก ป่าวปุกาดไปทั่วบ้าน เพราะตอนแปลไม่ได้ไปหาศัพท์ต้นฉบับเลย ........... kiss

  • #5 ตี๋

    2017-09-10 23:00

    Desolaate Era สนุกมากครับ ไม่ฮาเร็ม ตัวเอกเก่งแบบสมเหตุสมผล ไม่รู้สึกขัด

    ว่าแต่อิจฉาคนดูอะนิเมะจัง อยากฟังภาษาจีนรู้เรื่องแบบนี้บ้าง จะได้ไปจีบอาหมวย 555+

  • #4 เฒ่าทารก

    2017-09-10 19:34

    ? ?อ้วๆๆ หากมีเวลาจะตามไปติ่งคร่ะ  (https //thaidesolateera.wordpress.com/  เนี่ย)

     

    ตอนนี้ดูเวอร์ชั่นอะนิเมะอยู่ แต่ว่ามีตอนมาปล่อยแบบลุ่มๆ ดอนๆ แอบเซ็งเล็กน้อย

    ได้เห็นจินตนาการออกมาเปงรูปเปงร่างเนาะ แต่เนื้อเรื่องมีเปลี่ยนไปเหมือนกันkiss

    https://www.youtube.com/watch?v=8HEnfsqMQXc

  • #3 ตี๋

    2017-09-10 18:27

    ตอนแรกนึกว่าหนังของเรื่อง https://thaidesolateera.wordpress.com/ ซะอีก บรรยากาศได้มากๆ เลย

     

    ยังไม่อินกับคนที่แสดงเป็นเซียวเซวียนเอ๋อเท่าไหร่ เดี๋ยวรอดูการแสดงก่อน อยากให้แสดงได้อารมณ์แบบที่เฉินอวี้เหลียนแสดงเป็นเซียวเล่งนึ่ง

    https://f.ptcdn.info/256/009/000/1378227551-2-o.jpg

    (บุคลิกของตัวละครนะ ไม่ได้หมายถึงหน้าตา)

  • #2 เฒ่าทารก

    2017-09-10 13:33

    อา................ ฟินกับ Trailer ไป
    https://www.youtube.com/watch?v=p9qB-OOvgUc

  • #1 ตี๋

    2017-09-09 21:34

    ขอบคุณครับ

    แบ่งแก่นน้ำนมชุบร่างให้งูสีรุ้งกินด้วยสิ จะได้คุยกันได้

View Desktop Version

Hot Vote

กรุณา Login เข้าสู่ระบบก่อนทำการโหวตค่ะ

Report

กรุณา Login เข้าสู่ระบบก่อนทำการโหวตค่ะ