Doupo Cangqiong (斗破苍穹) / Battle Through The Heavens (Novel : Thai Translation)

Fan's Translation for fans only. Do not use it for business purpose. And please support the original work. This translation will end if the right is available in my country.

ดวงดาวดารดาษเต็มฟากฟ้า  แสงจันทร์ฉ่ำเย็นสาดส่องลงมาจากเบื้องบน  ห่อหุ้มทั่วทั้งบริเวณหุบเขาไว้ด้วยแสงสีเงินบางๆ ชั้นหนึ่ง  เป็นเหตุให้ทั่วทั้งบริเวณดูพร่ามัวและลึกลับยิ่ง

 

นอกจากสัตว์เทพบางตัวที่ออกมาหากินภายในหุบเขาลึกยามราตรีแล้ว  แทบทุกตัวล้วนกลับรังของตนเพื่อพักผ่อนนอนหลับ  ทั้งผืนป่าตกสู่ความเงียบสงัดแล้วในขณะนี้  เป็นเวลายาวนานก่อนที่จะบังเกิดเสียงคำรามทุ้มต่ำคราหนึ่งที่ค่อยๆ ถ่ายทอดมาจากที่ไกลๆ  ในที่สุดจึงกระจายออกไปและค่อยๆ เลือนหายไป

 

เงาร่างสีดำสายหนึ่งบินพาดผ่านท้องฟ้าสีนิลมาอย่างเงียบๆ  ปีกขนาดใหญ่คู่หนึ่งกระพือน้อยๆ ยกอากาศบางเบาให้ไหลเลื่อนไป  เงาร่างนั้นหยิบยืมอากาศบางๆ ที่ไหลเวียนอยู่นี้พุ่งตัวข้ามขอบฟ้ายามรัตติกาล  พุ่งตัวผ่านมาโดยมิได้รบกวนสิ่งใด

 

“ซู่!”

 

เงาร่างมนุษย์ผู้หนึ่งพลันปรากฏออกมาจากที่ใดมิอาจทราบได้  ยืนอยู่บนยอดไม้นอกหุบเขา  สายตาเป็นประกายขณะจ้องมองด้านในหุบเขาที่มืดมิด  เพราะการต่อสู้ดุเดือดเมื่อตอนกลางวันที่ผ่านมา  ทางเข้าหุบเขาจึงอยู่ในสภาพที่ยุ่งเหยิงวุ่นวายไปหมด  หลุมใหญ่น้อยมากมายกระจัดกระจายอยู่ในสภาพเสียหาย

 

เซียวเอี๋ยนหัวเราะเบาๆ ขณะจ้องมองหุบเขาลึกนั้น  เขาสะบัดชายแขนเสื้อเบาๆ และเงาร่างสีรุ้งสายหนึ่งก็พลันพุ่งออกมาจากแขนเสื้อนั้น  ในที่สุด มันบินวนรอบตัวเซียวเอี๋ยนซ้ำไปซ้ำมาอย่างร่าเริง  เสียงฮิสๆ ดังออกมาจากปากของมันไม่หยุดหย่อน

 

“เจ้าตัวเล็กจอมตะกละ”  เซียวเอี๋ยนได้แต่ส่ายศีรษะเมื่อเห็นดวงตาของพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งกำลังจ้องมองแหวนเก็บของของเขาเขม็ง  มือของเขาสะบัดคราหนึ่ง,  สารสกัดเข้มข้นแรกกำเนิดของสิงห์บินสีอาเมทิสต์ขวดหนึ่งก็พลันปรากฏขึ้นมาในมือของเขา

 

สารสกัดเข้มข้นแรกกำเนิดของสิงห์บินสีอาเมทิสต์เพิ่งโผล่ออกมา  ร่างของพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งก็รีบพุ่งเข้ามาหาอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าฟาด  มันถือโอกาสที่เซียวเอี๋ยนไม่ทันตั้งหลักเข้าพันตัวรอบมือของเซียวเอี๋ยนและขวดเอาไว้  มันยื่นลิ้นงูเข้าไปในขวดก่อนที่จะดูดอย่างแรง  สารสกัดเข้มข้นแรกกำเนิดของสิงห์บินสีอาเมทิสต์ภายในขวดหยกลดลงไปเกือบหนึ่งในสามส่วนด้วยการกระทำนี้เพียงคราวเดียว

 

ฝ่ามือของเซียวเอี๋ยนดึงศีรษะของพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งออกมาก่อนที่จะรีบเก็บขวดหยกไป  เมื่อเห็นว่าสารสกัดภายในขวดเหลือเพียงสองในสามส่วน,  เขาก็เผลอดูดปากด้วยความปวดใจแล้ว  ความกระหายของเจ้าจอมตะกละตัวนี้ยิ่งมาก็ยิ่งมากขึ้น  แต่ก่อนนี้  สารสกัดไม่กี่หยดก็เพียงพอสำหรับมันแล้ว  บัดนี้  มันกลับต้องการดื่มมากถึงปานนี้  หากมันเจริญอาหารเช่นนี้ต่อไป  สารสกัดเข้มข้นแรกกำเนิดของสิงห์บินสีอาเมทิสต์ไม่กี่ขวดที่เหลืออยู่คงไม่เพียงพอให้มันได้กินแล้ว

 

พญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งแลบลิ้นงูของมันออกมาด้วยท่าทางพึงพอใจยิ่งหลังจากที่ได้ดื่มสารสกัดเข้มข้นแรกกำเนิดของสิงห์บินสีอาเมทิสต์เสียหลายคำ  มันกระดิกร่างยาวๆ ของมันและขดตัวรอบแขนของเซียวเอี๋ยน  ใต้แสงจันทร์กระจ่างตา,  ร่างของพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งสะท้อนแสงสว่างสุกใสแลดูงดงามยิ่ง

 

หลังจากเก็บสารสกัดเข้มข้นแรกกำเนิดของสิงห์บินสีอาเมทิสต์เรียบร้อยแล้ว  เซียวเอี๋ยนเอียงศีรษะน้อยๆ  ดวงตาบังเอิญสบเข้ากับนัยน์ตางูซึ่งสะท้อนแสงสีรุ้งบางๆ  ทันใดนั้น  ความรู้สึกชนิดหนึ่งก็แผ่ซ่านขึ้นมาในหัวใจ  ช่างน่าหลงใหลนัก  มันเป็นความรู้สึกเฉกเช่นเดียวกับคราวที่ได้เห็นราชินีอสรพิษเป็นครั้งแรก

 

ลำคอของเซียวเอี๋ยนกลิ้งเกลือกน้อยๆ ขณะกลืนน้ำลายลงไป  พญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งในขณะนี้ดูเหมือนจะยิ่งมีความเหมือนราชินีอสรพิษมากขึ้นอีกหลายส่วนทีเดียว  นี่ช่าง...

 

เซียวเอี๋ยนหัวเราะขื่นและทอดถอนใจ  มือข้างหนึ่งลูบศีรษะเล็กๆ ของพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งอย่างอ่อนโยน  อีกฝ่ายหรี่ตาน่าหลงใหลของมันอย่างว่าง่าย  ลิ้นงูของมันยื่นแลบใส่ฝ่ามือของเขา  ความรู้สึกนุ่มนิ่มนั้นเป็นเหตุให้เซียวเอี๋ยนรู้สึกจั๊กจี้

 

“เจ้าตัวน้อย  เจ้าต้องอดทนไว้  อย่ายอมให้สตรีผู้นั้นกลืนกินจิตวิญญาณของเจ้าได้สำเร็จ  ไม่เช่นนั้น  ข้าเกรงว่าพวกเราทั้งคู่คงจะไม่มีจุดจบที่ดีแน่”  เซียวเอี๋ยนทอดถอนใจและส่ายศีรษะ  เมื่อใดก็ตามที่เขาหวนนึกถึงราชินีอสรพิษ,  ผู้มีความผสมปนเประหว่างเสน่ห์ตรึงใจราวเวทมนตร์กับความเกรี้ยวกราดราวเพชรฆาต  เขาก็ต้องปวดหัวขึ้นมาทุกครั้ง  แน่นอน  ผู้ใดก็ตามที่มีความขัดแย้งซับซ้อนกับเต๋าจงแข็งแกร่งเยี่ยมยุทธ์ผู้หนึ่งเช่นนี้ย่อมต้องไม่มีความสุขนัก  โดยเฉพาะเมื่อจอมยุทธ์ผู้นี้เป็นพวกที่เห็นชีวิตของมนุษย์เป็นเพียงขยะอย่างหนึ่ง  สำหรับนางแล้ว,  การฆ่าคนผู้หนึ่งยังง่ายเสียกว่าการเชือดไก่สักตัว  นางไม่มีความรู้สึกลำบากแม้สักน้อยในยามลงมือสังหารคนผู้หนึ่ง

 

พญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งส่งเสียงดังฮิสๆ ชุดหนึ่ง  ดูเหมือนจะเข้าใจคำพูดของเซียวเอี๋ยน  แสงสุกใสกลุ่มหนึ่งกำลังทอประกายวูบไหวอยู่ในดวงตางูน่าหลงใหลคู่นั้น

 

“อึก  ทั้งหมดล้วนเป็นปัญหาของอนาคต  บัดนี้เจ้าก็กินจนอิ่มหนำสำราญแล้ว  เจ้าก็ต้องทำงานให้ข้าสักอย่างหนึ่ง  หากเจ้ากล้าเกียจคร้าน  ต่อไปเจ้าก็ลืมเรื่องที่จะได้กินสารสกัดเข้มข้นแรกกำเนิดของสิงห์บินสีอาเมทิสต์ไปได้เลย”  เซียวเอี๋ยนแตะร่างของพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งเบาๆ ขณะโยนความคิดในหัวใจออกไปพร้อมกล่าวกลั้วหัวเราะ

 

คำขู่ของเซียเวอี๋ยนมีผลต่อพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งอย่างเห็นได้ชัด  เจ้าตัวน้อยรีบผงกศีรษะของมัน  มันส่ายหางและร่างกายของมันก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นแสงสว่างสีรุ้งกลุ่มหนึ่งซึ่งพุ่งวาบขึ้นเบื้องหน้าเซียวเอี๋ยน  ความเร็วของมันช่างทำให้เซียวเอี๋ยนได้แต่มองเห็นลำแสงสอง-สามสายกำลังพุ่งทะยานผ่านไป

 

เซียวเอี๋ยนส่ายศีรษะและค่อยๆ กระพือปีกหมอกม่วงบนแผ่นหลัง  ร่างกายของเขาค่อยๆ ลอยสูงขึ้นไปในอากาศและบินตรงไปทางหุบเขาเงียบๆ  พญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งกำลังบินวนรอบกายของเขา  คอยปกป้องเขาเอาไว้

 

ความเร็วในการบินของเซียวเอี๋ยนช้ายิ่ง  ตลอดบริเวณทางเข้าหุบเขาไม่มีเสียงอันใดแม้แต่น้อย  ความเงียบสงัดเช่นนี้ช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก

 

อย่างไรก็ตาม  ชั่วขณะที่เซียวเอี๋ยนเข้าไปถึงระยะห่างจากทางเข้าหุบเขาเพียงไม่กี่สิบเมตร,  เกล็ดของพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งที่กำลังบินวนอยู่รอบกายของเขาก็พลันตั้งชัน  เสียงขู่แหลมก็ดังออกมาจากปากของมัน  และเสียงนั้นสะท้อนก้องออกไปทั่วทั้งทางเข้าหุบเขาแห่งนี้

 

ติดตามด้วยเวลาที่ไหลเลื่อนไป  แสงสีแดงเจิดจ้าคู่หนึ่งค่อยๆ ปรากฏขึ้นมาในหุบเขาที่มืดมิด  ไม่นานหลังจากนั้น  แสงนั้นก็ค่อยๆ ดูใหญ่ขึ้น  แสงสีแดงสดคู่นั้นค่อยแปรเปลี่ยนเป็นนัยน์ตาแดงก่ำขนาดใหญ่คู่หนึ่ง  ได้ยินเสียงฝีเท้าต่ำๆ ดังขึ้นใต้แสงจันทร์

 

เซียวเอี๋ยนถอนหายใจโล่งอกเงียบๆ เมื่อเขาเห็นวานรฟ้าปีศาจหิมะที่ปรากฏกายขึ้นมาใต้แสงจันทร์  ขนของมันในขณะนี้เปลี่ยนกลับไปเป็นสีขาวราวหิมะดังเดิมแล้ว  ยิ่งไปกว่านั้น  ชี่ที่ฉาบทาบอยู่บนผิวกายของมันก็ยังอ่อนลงไปเป็นอันมากเมื่อเทียบกับช่วงกลางวัน  เห็นได้ชัด  ความรู้สึกอ่อนเพลียหลังจากถูกปลุกสายเลือดให้ตื่นขึ้นมาทำให้มันยากจะกลับคืนสู่สภาพสมบูรณ์ดังเดิมได้ในเวลานี้

 

ดวงตาคู่ใหญ่สีแดงฉานจ้องมองเซียวเอี๋ยนที่อยู่กลางอากาศเขม็ง  บางทีน่าจะเป็น...  พญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งที่อยู่ข้างกายเซียวเอี๋ยนมากกว่า...  ด้วยว่าพวกมันทั้งคู่ล้วนเป็นสัตว์เทพ  วานรฟ้าปีศาจหิมะจึงไม่รู้สึกแปลกแยกกับรัศมีที่กระจายออกมาจากร่างของพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้ง  ชี่จากพญางูน้อยตัวนี้เป็นเหตุให้มันเกิดความรู้สึกกังวลขึ้นมาพร้อมๆ กับความหวาดกลัวเล็กน้อย

 

พญางูและวานรยักษ์ต่างจ้องตากันและกันใต้แสงจันทร์กระจ่าง  ชี่แข็งแกร่งสองสายค่อยๆ แผ่พุ่งออกมา  ภายใต้แรงกดดันของพลังทั้งสองสายนี้  ด้วยพลังในปัจจุบันของเซียวเอี๋ยน,  ย่อมรู้สึกแทบหายใจไม่ออกแล้ว

 

พลังจิตสัมผัสที่มองไม่เห็นชุดหนึ่งแผ่พุ่งออกมาจากแหวนสีดำคร่ำคร่าบนปลายนิ้วของเขา  ห่อหุ้มเซียวเอี๋ยนเอาไว้ภายใน  มันแบ่งแยกพลังกดดันจากทั้งพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งและวานรฟ้าปีศาจหิมะตัวนั้นออกไป  เสียงของเหยาเหลาดังขึ้นในหัวใจของเซียวเอี๋ยน  “ปล่อยให้พญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งคอยสกัดกั้นวานรฟ้าปีศาจหิมะไป  เจ้าควรจะฉวยโอกาสหลบเข้าไปในหุบเขาและค้นหาแก่นน้ำนมชุบร่างนั้น”

 

“ไอ่”  เซียวเอี๋ยนพยักหน้าน้อยๆ  เขาหันไปทางพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งที่อยู่ข้างๆ และร้องเบาๆ  “เจ้าตัวน้อย  สกัดมันไว้”

 

“ฮิส!”

 

พญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งส่งเสียงดังฮิสออกมาระลอกหนึ่งเมื่อมันได้ยินคำสั่งของเซียวเอี๋ยน  แสงสีรุ้งจางๆ พลันแผ่พุ่งออกมาจากร่างของมัน  ติดตามด้วยแสงสีรุ้งที่เจิดจ้าออกมา  ร่างกายของอีกฝ่ายก็พองใหญ่ขึ้นมาอย่างรวดเร็วด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

 

เพียงพริบตาเดียว  ร่างเล็กๆ ฉบับพกพาได้ของพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งแต่เดิมก็พลันกลับกลายเป็นร่างใหญ่ยักษ์ที่ยาวกว่าร้อยฟุต  พญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งแกว่งร่างมหึมาของมันอยู่ใต้ท้องฟ้ายามราตรี  ดวงตาชวนหลงใหลคู่หนึ่งจ้องมองวานรฟ้าปีศาจหิมะเบื้องล่าง  บนท้องฟ้าเริ่มผันผวนขึ้นมาเล็กน้อยในขณะที่ลิ้นงูของมันแลบแปลบออกมาและก็หดกลับเข้าไป

 

“หลังจากที่จำศีลมานาน  พลังของเจ้าตัวเล็กนี่เพิ่มสูงขึ้นมากมายอีกคราหนึ่งแล้ว  ช่างสมกับสมญานาม ‘กลืนกินสรวงสวรรค์’  หากมันเติบโตถึงที่สุด  คงมีพลังที่จะทำลายแผ่นดินแผ่นฟ้าได้เป็นแน่”  เซียวเอี๋ยนเผลอร้องอุทานออกมาขณะสัมผัสได้ว่าร่างของพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งดูใหญ่โตยิ่งกว่าครั้งก่อนที่เขาได้เห็นในพรรคเมฆครามเสียอีก

 

“พญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งเป็นสัตว์วิเศษยิ่งชนิดหนึ่งจากบรรพกาล  ภายใต้สภาวะแวดล้อมปกติ  มันต้องใช้เวลาถึงหนึ่งร้อยปีจึงจะเข้าถึงระดับนี้ได้  หากมิใช่เพราะการกัดกร่อนและการหลอมรวมด้วยจิตวิญญาณของราชินีอสรพิษแล้วล่ะก็  สัตว์เลี้ยงของเจ้าตัวนี้ก็คงไม่อาจวิวัฒน์ได้เร็วปานนี้  แทนที่จะบอกว่ามันดูแข็งแกร่งขึ้น  เจ้าควรจะพูดว่ามันกำลังใช้ประโยชน์จากพลังของราชินีอสรพิษจึงจะถูกกว่า”  เหยาเหลาเอ่ยเบาๆ

 

เซียวเอี๋ยนพยักหน้าเงียบๆ  เป็นราชินีอสรพิษอีกแล้ว  สตรีผู้นี้ช่างน่าสะพรึงกลัวเกินไปหน่อยแล้ว...

 

เซียวเอี๋ยนผ่อนลมหายใจออกมายาวเหยียดคำหนึ่ง  เขาหยุดนิ่งอยู่ราวสิบวินาทีจึงพลันขยับปีกคู่บนแผ่นหลัง  ร่างกายก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นเงาดำสายหนึ่งซึ่งพุ่งตัวระเบิดตรงเข้าไปในหุบเขา

 

เจ้าวานรฟ้าปีศาจหิมะดูเหมือนจะรับรู้ได้ถึงบางสิ่งเมื่อเซียวเอี๋ยนลงมือเคลื่อนไหว  มันส่งเสียงคำรามบ้าคลั่งออกมาคราหนึ่งทันที  สองเท้าก็กระทืบลงบนพื้น  ร่างมหึมาของมันดุจดังลูกปืนใหญ่ที่พุ่งตัวไปทางเซียวเอี๋ยนเพื่อสกัดกั้นเขา  เสียงร้องแหลมแสบหูดังสนั่นขึ้นมาจากบริเวณทางเข้าหุบเขา

 

ความเร็วของวานรฟ้าปีศาจหิมะนั้นรวดเร็วยิ่ง  พญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งยิ่งเร็วกว่า  ก่อนที่อีกฝ่ายจะทันเข้าถึงตัวของเซียวเอี๋ยน  มันเห็นแสงสว่างแรงกล้าเจ็ดสีสายหนึ่งเบื้องหน้าตน  หางมหึมาท่อนหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยแสงสว่างสีรุ้งเจิดจ้าหล่นลงมาจากบนฟ้า  ในที่สุดกระแทกเข้าใส่ร่างของวานรฟ้าปีศาจหิมะอย่างหนักหน่วง  พลังมหาศาลระเบิดตัวขึ้นทันควันขณะฟาดเจ้าวานรยักษ์เข้าใส่ผนังเขา

 

“ตูม!”

 

ผนังเขาชิ้นใหญ่ร่วงลงมาข้างหลังวานรยักษ์  ขณะที่หินใหญ่มหึมาก้อนนั้นร่วงลงมา  ผนังหินข้างหลังนั้นก็บังเกิดรอยร้าวมากมายกระจายตัวออกไปราวกับใยแมงมุม  ท้ายที่สุด รอยร้าวเหล่านี้กระจายออกไปกว่าครึ่งของผนังเขาแล้ว

 

“โฮก!”

 

วานรฟ้าปีศาจหิมะเริ่มเดือดดาลยิ่งขึ้นเมื่อมันต้องรับแรงฟาดหนักหนาปานนี้  แสงสีแดงฉานในดวงตาของมันสว่างจ้าขึ้นทันควัน  มันไม่สนใจความหวาดกลัวเสี้ยวเล็กๆ ในหัวใจที่มีต่อพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้ง  พลังงานเย็นเยือกระลอกหนึ่งแผ่นพุ่งออกมาจากร่างกายของมัน  ติดตามด้วยพลังงานที่กำลังก่อตัวขึ้น  พลังเย็นเยือกนั้นทำให้อากาศโดยรอบจับตัวแข็ง  มันอ้าปากกว้างใหญ่และแยกเขี้ยว  อากาศเย็นจับตัวขึ้นทันทีและแปรเปลี่ยนเป็นลูกบอลหมุนขนาดมหึมาที่ใหญ่ถึงห้าฟุตเป็นอย่างน้อย

 

วานรฟ้าปีศาจหิมะทุบกำปั้นของมันลงบนหน้าอก  ลูกบอลหมุนที่เต็มไปด้วยพลังเย็นน่าสะพรึงกลัวพลันพุ่งยิงออกไป  เป้าหมายของมันก็คือพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งบนท้องฟ้า  ยามเมื่อลูกบอลเคลื่อนไป  ทิ้งหางริ้วสีขาวยาวเป็นทางไว้ในอากาศเบื้องหลัง

 

นัยน์ตางูงดงามชวนหลงใหลของพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งบนฟ้าจ้องมองลูกบอลหมุนที่พุ่งเข้ามาอย่างแรง  ครู่ต่อมา  แสงสว่างสีรุ้งแข็งแกร่งสว่างวาบขึ้น  มันดูราวกับแสงอาทิตย์พร่าเลือนสีรุ้งดวงหนึ่งบนท้องฟ้ายามราตรีที่ปะทะเข้ากับลูกบอลน้ำแข็งหมุนลูกนั้นอย่างหนักหน่วง  ทันใดนั้น  การระเบิดขนานใหญ่ดังขึ้นในเทือกเขาราวกับฟ้าร้องคำรามแล้ว

Comment

  • #2 ตี๋

    2017-09-09 14:07

    ขอบคุณครับ

    งูน้อย มีวิธีจะได้กินสารสกัดเยอะๆ ง่ายๆ นะ

    ก็จัดการเซียวเอี๋ยนซะสิ 555 cool

  • #1 NoFearMia

    2017-09-09 07:24

    บ๊ะ!! สมกับเป็นนังเอี๋ยนจิงๆ เรื่องแหลเพื่อผลประโยขน์ส่วนตนนี่ขอให้บอก เหอ เหอ

View Desktop Version

Hot Vote

กรุณา Login เข้าสู่ระบบก่อนทำการโหวตค่ะ

Report

กรุณา Login เข้าสู่ระบบก่อนทำการโหวตค่ะ