Doupo Cangqiong (斗破苍穹) / Battle Through The Heavens (Novel : Thai Translation)

Fan's Translation for fans only. Do not use it for business purpose. And please support the original work. This translation will end if the right is available in my country.

เซียวเอี๋ยนยิ้มแย้มเอ่ยขณะจ้องมองใบหน้าชวนมองเย็นชาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง  “ท่านบาดเจ็บหรือไม่?”

 

“ไม่”  หานเยวี่ยส่ายศีรษะ  สายตาของนางแลดูประหลาดขณะจ้องมองเซียวเอี๋ยนที่อยู่ตรงหน้า  ความรู้สึกที่วูบวาบอยู่บนใบหน้าของนางก็ค่อยๆ ลดลงขณะเอ่ยขอบคุณเบาๆ  ทันใดนั้น  นางทอดถอนใจออกมา  “ครั้งล่าสุดที่ข้าพบเจ้า,  เพิ่งผ่านมาเพียงสอง-สามเดือน  ทว่าเจ้าก็แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมเป็นอันมากแล้ว  คงยากที่จะมีผู้ใดในโรงเรียนส่วนในเร็วกว่าเจ้าไปได้แล้ว”

 

ความเร็วของวานรฟ้าปีศาจหิมะหลังกลายสภาพนั้นเป็นสิ่งที่กระทั่งบุคคลแข็งแกร่งเช่นหลินซิวหยาก็ยังไม่อาจกระโจนหนีได้ทัน  กระนั้นก็ตาม  เซียวเอี๋ยนที่อยู่ตรงหน้านางนี้กลับสามารถช่วยชีวิตนางมาได้ในเสี้ยววินาทีนั้น  ความเร็วเช่นนี้เป็นสิ่งที่ไม่มีผู้ใดในหมู่พวกเขาสามารถเทียบเทียมได้  นี่ย่อมเป็นความเปลี่ยนแปลงสุดยอดชนิดหนึ่งเมื่อเทียบกับสอง-สามเดือนก่อน  ไม่น่าแปลกใจที่หานเยวี่ยจะบ่นบ้าง

 

เซียวเอี๋ยนยิ้มอีกคราวทว่าไม่พูดอะไร  เขาหันไป  สายตาเคลื่อนไปทางเงาร่างสีแดงที่พุ่งตัวกลับลงไปบนพื้นและดูราวกับหินยักษ์ก้อนหนึ่ง  ความเคร่งขรึมชนิดหนึ่งฉายวูบขึ้นในดวงตาของเขา  ในขณะนี้  ขนสีขาวราวหิมะทั้งหมดบนร่างของวานรฟ้าปีศาจหิมะได้กลายสภาพเป็นสีแดงฉานอย่างหนึ่งแล้ว  รังสีสังหารและความร้ายกาจภายในดวงตาสีแดงสดคู่นั้นก็ยิ่งเข้มขึ้น  สสารคล้ายหมอกหลั่งไหลออกมาจากร่างของมันระลอกแล้วระลอกเล่า  ครั้นหมอกเหล่านั้นเปื้อนถูกกิ่งไม้ใบหญ้า  มันกัดกร่อนจนอีกฝ่ายไม่เหลือซากเลย  ดูจากรัศมีที่ปรากฏนี้  พลังของมันแทบจะเพิ่มสูงขึ้นเป็นสองเท่าจากเมื่อครู่แล้ว

 

“ศิษย์พี่หานเยวี่ย  เจ้าตัวใหญ่นี้ดูเหมือนจะยิ่งหยุดมันได้ยากขึ้น  ข้าคิดว่าทางที่ดีที่สุด  พวกเรารีบล่าถอยไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ก่อนเถิด  ไม่เช่นนั้น  ข้าเกรงว่า...”  เซียวเอี๋ยนขมวดคิ้วมุ่นเข้าหากันเล็กน้อยขณะเอ่ยเตือน  เหยาเหลาได้บอกไว้ก่อนแล้วว่า หลังจากที่สายเลือดโหดร้ายถูกปลุกให้ตื่นขึ้น,  วานรฟ้าปีศาจหิมะจะสามารถต่อสู้กับเต๋าหวังห้าดาวแข็งแกร่งผู้หนึ่งได้เป็นระยะเวลาสั้นๆ  บัดนี้หลินซิวหยาก็ถูกกระแทกไปไกลและบาดเจ็บ  คณะที่เหลือย่อมไม่อาจจะทำร้ายวานรตัวนี้ได้ด้วยลำพังพละกำลังของพวกเขา  ยิ่งไปกว่านั้น  หากพวกเขาไม่ระวัง  ยังจะต้องเผชิญกับการบาดเจ็บล้มตายใหญ่หลวงแล้ว

 

“ใช่แล้ว”  หานเยวี่ยยิ้มขื่นและพยักหน้า  การเปลี่ยนรูปกะทันหันของวานรฟ้าปีศาจหิมะตัวนี้ช่างนอกเหนือความคาดหมายของนางนัก  พลังของกลุ่มนางย่อมไม่เพียงพอที่จะเอาชนะมันได้  หลังได้เป็นประจักษ์พยานความแข็งแกร่งน่าสะพรึงกลัวของอีกฝ่ายด้วยตนเองแล้ว,  นางย่อมไม่คาดหวังว่าจะสามารถครอบครองแก่นน้ำนมชุบร่างได้อีก

 

ไม่ไกลออกไป  เอี๋ยนเฮ่ารีบโบกมือเมื่อเขาเห็นวานรฟ้าปีศาจหิมะกำลังอยู่ในสภาพปรับตัวหลังปลดปล่อยพลังโจมตีรุนแรงออกมาแล้ว  คนผู้หนึ่งพุ่งวูบเข้าไปในป่าเพื่อค้นหาหลินซิวหยาที่บาดเจ็บอยู่  พวกที่เหลือต่างรีบรุดขึ้นไปบนยอดไม้ที่หานเยวี่ยและเซียวเอี๋ยนยืนอยู่  ทันใดนั้น  พวกเขาใช้สายตาประหลาดประเมินเซียวเอี๋ยน  ความเร็วที่เขาแสดงออกมาเมื่อครู่นับว่าเพียงพอที่จะทำให้คนเหล่านี้,  ผู้เป็นสุดยอดฝีมือในโรงเรียนส่วนใน,  ต้องถอนความดูแคลนของตนทิ้งไป

 

“เคอะๆ  สหายท่านนี้  เจ้าเป็นนักเรียนของโรงเรียนส่วนในหรือ?  เหตุใดข้าจึงไม่เคยเห็นเจ้ามาก่อน?”  เอี๋ยนเฮ่าอดไม่ได้ที่จะบังเกิดความสงสัยขึ้นมาหลังลอบสังเกตเซียวเอี๋ยนแล้ว  ด้วยความเร็วของอีกฝ่าย,  เขาควรจะเป็นยอดยุทธ์คนหนึ่งในทำเนียบยอดฝีมือ  เหตุใดคนผู้นี้จึงแปลกหน้านัก

 

“ศิษย์พี่เอี๋ยนเฮ่า  เขาชื่อเซียวเอี๋ยน  เขาเป็นนักเรียนใหม่ที่เพิ่งเข้ามายังโรงเรียนส่วนในเมื่อสอง-สามเดือนก่อน”  หานเยวี่ยยิ้มและแนะนำให้รู้จัก

 

“นักเรียนใหม่?”  เอี๋ยนเฮ่าพลันร้องออกมาเมื่อได้ยินเช่นนี้  สายตาค่อนข้างประหลาดไป  นักเรียนใหม่ที่เพิ่งเข้ามายังโรงเรียนส่วนในได้ไม่ถึงครึ่งปี กลับมีพลังถึงปานนี้? 

 

สายตาหลายคู่กวาดมองทั่วร่างของเซียวเอี๋ยน  ครู่ต่อมา  ความสงสัยของพวกเขาก็ยิ่งมากขึ้น  ดูจากระดับความเข้มในชี่ของเขา,  พลังของอีกฝ่ายก็เป็นแค่ต้าเต๋าซื่อผู้หนึ่งชัดๆ  อย่างไรก็ตาม  เหตุใดความเร็วที่เขาปลดปล่อยออกมาเมื่อครู่จึงเป็นสิ่งที่แม้แต่พวกเขาก็ยังไม่อาจไล่ตามได้ทัน?

 

เซียวเอี๋ยนเพียงแค่ยิ้มเมื่อเผชิญกับสายตาสงสัยของเอี๋ยนเฮ่าและพวก  เขาไม่เอ่ยอธิบายอันใด  ทั้งหมดที่ทำก็คือยกสองมือขึ้นคำนับแก่คนเหล่านั้นด้วยท่วงท่าสุภาพอย่างยิ่ง  ไม่ว่าอย่างไร  ผู้คนข้างหน้าเขานี้ก็ล้วนเป็นยอดยุทธ์ลำดับสูงสุดในโรงเรียนส่วนใน  พลังของพวกเขาสูงส่งกว่าคนเช่นไป๋เฉิงมากนัก  เขาย่อมไม่ปฏิเสธโอกาสที่จะสร้างสัมพันธ์อันดีกับพวกเขา

 

“เซียวเอี๋ยน?  ข้าเหมือนจะเคยได้ยินชื่อนี้  ไม่นานมานี้เอง,  มิใช่เรื่องที่มีนักเรียนใหม่สามารถเอาชนะกลุ่มนักเรียนรุ่นพี่ได้ในการแข่งล่าพลังงานเพลิงหรอกหรือ?  ดูเหมือนหัวหน้ากลุ่มนักเรียนใหม่นั้นจะชื่อเซียวเอี๋ยน ใช่หรือไม่?  ข้าคิดว่าคนผู้นี้ก็คงจะเป็นคนเดียวกันนั้นนั่นเอง”  ชายชุดเหลืองผู้หนึ่งผิวเข้มทว่าดวงตาเจิดจ้าเป็นพิเศษพิจารณาอยู่ครู่หนึ่งจึงพลันพูดออกมา

 

เอี๋ยนเฮ่าและพวกตกใจเมื่อพวกเขาได้ยินคำพูดเหล่านี้  ทันใดนั้น  พวกเขาดูเหมือนจะหวนนึกถึงข่าวที่ว่า  เอี๋ยนเฮ่ายิ้มและกล่าว  “เซียวเอี๋ยนผู้นั้นก็คือเจ้านี่เอง  ชื่อนี้เป็นที่รู้จักกว้างขวางนัก  ในอดีต  ครั้งเมื่อพวกเราเข้าสู่โรงเรียนส่วนใน  หลินซิวหยาและข้ายังต้องลงเอยพ่ายแพ้ให้แก่กลุ่มปีศาจขาว  คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าคลื่นลูกใหม่ย่อมแทนที่คลื่นลูกเก่าเสมอ  นักเรียนใหม่ปีนี้ยังดุร้ายยิ่งกว่า  เจ้ากลับสามารถล้มกลุ่มปีศาจดำ-ขาวได้สำเร็จ  นับว่ามีความสามารถจริงๆ”

 

เซียวเอี๋ยนเผลอหัวเราะเจื่อนออกมาเมื่อเห็นสายตาประหลาดของคนเหล่านี้  เขาเอ่ยขึ้น  “ข้าเพียงแค่โชคดี  ในอดีต  ศิษย์พี่เอี๋ยนเฮ่าและศิษย์พี่หลินซิวหยาต่อสู้กับกลุ่มปีศาจดำ-ขาวตามลำพัง  อีกด้านหนึ่ง ข้าอาศัยนักเรียนใหม่ทั้งกลุ่ม  พวกเราจะเปรียบเทียบสถานการณ์เหล่านี้ได้อย่างไร?”  เซียวเอี๋ยนก็เคยได้ยินเรื่องราวเก่าก่อนมาบ้าง  เอี๋ยนเฮ่าและหลินซิวหยาล้วนเป็นพวกทะนงตนหัวดื้อ  นักเรียนใหม่คนอื่นๆ ในกลุ่มนั้นย่อมยากจะเข้าตาคนที่รู้จักแยกแยะเช่นเขาทั้งสองได้  ดังนั้น  คนทั้งสองจึงสร้างกลุ่มกันเองขึ้นมาก่อนที่จะออกไปอาละวาด  ในตอนท้าย  พวกเขาจึงพ่ายแพ้อย่างหวุดหวิดใต้เงื้อมมือของกลุ่มปีศาจขาว  นี่เป็นเหตุการณ์สำคัญอย่างหนึ่งในครั้งนั้น

 

“ใครจะสนว่าต้องใช้กลเม็ดอันใด  ชนะได้ก็นับว่าพอ  ครั้งนั้น  พวกเราทะนงตนเกินไปหน่อย  ไม่เช่นนั้น  กลุ่มแรกที่จะสามารถทำลายคำสาบของการแข่งล่าพลังงานเพลิงลงได้ก็คงไม่ต้องรอจนถึงปีนี้แล้ว”  เอี๋ยนเฮ่าห่อปากและหัวเราะ

 

ระหว่างที่เซียวเอี๋ยนและพวกกำลังสนทนากันอยู่นี้  เงาร่างมนุษย์สองสายพลันเร่งรุดออกมาจากผืนป่า  เพียงไม่กี่วูบ,  พวกเขาก็มาปรากฏตัวอยู่ข้างกายทุกคนแล้ว  ที่แท้พวกเขาก็คือหลินซิวหยาที่ถูกกระแทกลอยเข้าป่าไปและเพื่อนที่ออกไปค้นหาเขาเมื่อครู่นี่เอง

 

“คนผู้นี้คือ?”  ใบหน้าของหลินซิวหยาซีดเซียวยิ่งในขณะนี้  ยังมีรอยเลือดบางๆ สายหนึ่งที่มุมปากของเขา  เสื้อผ้าชุดเขียวบนร่างกายก็ขาดวิ่นเป็นริ้วๆ  แม้สภาพภายนอกจะดูย่ำแย่  อารมณ์ของเขามิได้เปราะบางนัก  เขายิ้มขื่นให้แก่ทุกคนก่อนที่จะเผลอถามออกมาด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นใบหน้าที่ไม่คุ้นตาของเซียวเอี๋ยน

 

“เจ้าไม่เป็นไร?”  เอี๋ยนเฮ่าสอบถามก่อนที่จะแนะนำพื้นเพของเซียวเอี๋ยนสั้นๆ

 

“ที่แท้ก็เป็นน้องเซียวเอี๋ยน  เคอะๆ  ชื่อนี้มิใช่แปลกใหม่”  หลินซิวหยาก็รู้สึกตกใจเช่นกันเมื่อได้ยินคำพูดของเอี๋ยนเฮ่า  เขาเคยรับรู้ถึงความเร็วของวานรฟ้าปีศาจหิมะมาด้วยตนเอง  คาดไม่ถึงว่านักเรียนใหม่ผู้ซึ่งเพิ่งเข้ามายังโรงเรียนส่วนในได้ไม่ถึงครึ่งปีกลับสามารถช่วยชีวิตใครบางคนให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของมันได้  ด้วยความสามารถนี้  เขาย่อมมีคุณสมบัติมากพอที่จะสนทนากับพวกเขาอย่างเสมอภาคกันได้

 

“เคอะๆ  ศิษย์พี่หลิน  ข้าบังเอิญฝึกยุทธ์อยู่ในป่าเขา  เมื่อครู่ข้าได้ยินเสียงวุ่นวายแถวนี้จึงรุดมาดู ก็พบพวกท่านกำลังต่อสู้อยู่กับสัตว์ยักษ์ตัวนั้น  แล้วข้าก็เห็นศิษย์พี่หานเยวี่ยกำลังตกอยู่ในอันตราย  และไม่อาจเอาแต่ซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดได้  ดังนั้น  ข้าจึงได้แต่ลงมือ  โปรดอภัยหากเป็นการรบกวนพวกท่าน...”  เซียวเอี๋ยนชำเลืองมองวานรฟ้าปีศาจหิมะที่ยังมิได้ลงมือโจมตีเพราะคนกลุ่มใหญ่กำลังชุมนุมกันอยู่ก่อนที่จะเอ่ยยิ้มแย้มแก่หลินซิวหยา

 

“มีอันใดต้องขอโทษกัน?  ในเมื่อน้องเซียวเอี๋ยนช่วยชีวิตหานเยวี่ยเอาไว้  ก็ไม่จำเป็นต้องปิดบังอะไรเจ้าแล้ว  พวกเราโดดเรียนมาล้อมโจมตีเจ้าวานรฟ้าปีศาจหิมะตัวนี้ถึงนี่ก็เพราะว่ามันกำลังปกป้องสิ่งลึกลับอย่างหนึ่ง  กล่าวกันว่า คนที่ได้รู้เห็นก็จะมีส่วนร่วมแบ่งปันกัน  หากพวกเราสามารถคว้ามันมาครอบครองได้  ย่อมต้องแบ่งให้แก่น้องเซียวเอี๋ยนเป็นแน่”  หลินซิวหยายิ้มอย่างไม่ใส่ใจคราหนึ่ง  อย่างไรก็ตาม  คำพูดลวกๆ ของเขามีเจตนาที่จะดึงเซียวเอี๋ยนเข้ากลุ่ม  การกระทำนี้ย่อมแสดงถึงความคิดของเขาว่าพลังของเซียวเอี๋ยนส่งผลให้เขามีสิทธิที่จะแบ่งปันรางวัลชิ้นนี้กับพวกเขา  อย่างไรก็ตาม  เขาไม่พูดถึงรายละเอียดของแก่นน้ำนมชุบร่าง  ของสิ่งนี้สูงค่าเกินไปและเขาเพิ่งพบเซียวเอี๋ยนเป็นครั้งแรก  ย่อมเป็นธรรมดาที่เขาจะยังไม่เปิดเผยความลับเรื่องนี้แก่เซียวเอี๋ยนได้โดยง่าย

 

เอี๋ยนเฮ่าและพวกตกใจเมื่อพวกเขาได้ยินหลินซิวหยาเป็นฝ่ายริเริ่มขอให้เซียวเอี๋ยนเข้าร่วมคณะ  พวกเขาสบตากันและก็พลันเงียบไป   พวกเขาอาจไม่ค่อยสนใจพลังที่แท้จริงของเซียวเอี๋ยนเท่าไหร่  ทว่าความเร็วผิดธรรมดาที่เขาแสดงออกมาเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่อาจดูแคลนได้  ยิ่งไปกว่านั้น  แก่นน้ำนมชุบร่างนี้ก็เป็นสิ่งที่หานเยวี่ยค้นพบก่อนเป็นคนแรก  บัดนี้เมื่อเซียวเอี๋ยนได้ช่วยชีวิตนางเอาไว้  นางก็คงไม่ทัดทานข้อเสนอแนะของหลินซิวหยา  ดังนั้น  หลังจากครุ่นคิดถึงความเกี่ยวพันเหล่านี้ในใจ  ทุกคนจึงไม่ส่งเสียงคัดค้าน

 

เซียวเอี๋ยนเองก็ตกใจกับความตรงไปตรงมาของหลินซิวหยา  ผู้อื่นล้วนปรารถนาจะครอบครองสมบัติล้ำค่าชิ้นหนึ่งกันเอง  คนผู้นี้กลับสามารถกดข่มความปรารถนาและยื่นข้อเสนออย่างชาญฉลาดจริงจัง  จิตใจเช่นนี้ลุ่มลึกไม่น้อยทีเดียว  อย่างไรก็ตาม  เขาไม่อาจเปิดเผยเรื่องราวบางอย่างของตนต่อหน้าผู้อื่นได้  ดังนั้น  เขาจึงได้แต่ปฏิเสธข้อเสนอนี้

 

ดังนั้น  เซียวเอี๋ยนส่ายศีรษะภายใต้ความสนใจของทุกคน  เขายิ้มเจื่อนและกล่าว  “ศิษย์พี่หลิน  ขอบคุณในเจตนาดีของท่านนัก  อย่างไรก็ตาม  เซียวเอี๋ยนผู้นี้คงไม่มีวาสนาที่จะได้ร่วมชื่นชมมัน  วานรฟ้าปีศาจหิมะตัวนี้มิใช่สัตว์เทพชั้นต่ำทั่วไป  กล่าวกันว่าร่างกายของสัตว์พิเศษจำพวกนี้มีสายเลือดโหดร้ายอย่างหนึ่งไหลเวียนอยู่ภายในนั้น  หากมันถูกปลุกขึ้นมา  พลังของมันจะเพิ่มพูนขึ้นเป็นระยะเวลาหนึ่ง  ดูจากความเปลี่ยนแปลงของเจ้าสัตว์ป่าเถื่อนตัวนี้ในเวลานี้  ข้าเกรงว่าคงจะเป็นเพราะสายเลือดโหดร้ายนั้นคงตื่นขึ้นมาแล้ว  ในขณะนี้  ลืมเต๋าหวังทั่วไปผู้หนึ่งได้เลย  ต่อให้เป็นยอดยุทธ์ผู้หนึ่งซึ่งมีกำลังถึงเต๋าหวังห้าดาว  ก็ยังไม่มีความหมายหากจะรับมือกับมัน  แม้คำพูดของข้าจะแรงเกินไปสำหรับบางท่าน  ทว่าข้าไม่คิดว่าพวกเราไม่กี่คนจะสามารถเอาชนะมันได้”

 

“สายเลือดดุร้ายโหดเหี้ยมหรือ?”  หลินซิวหยาและพวกตกใจเมื่อพวกเขาได้ยินเรื่องนี้  ใบหน้าของพวกเขาก็พลันแปรเปลี่ยน  แม้พวกเขาจะรู้จักสัตว์พิเศษชนิดนี้  ความเข้าใจเกี่ยวกับมันกลับไม่ลึกซึ้งเท่าเหยาเหลา  ดังนั้น  พวกเขาจึงไม่เคยได้ยินถึงเรื่องสายเลือดโหดเหี้ยมอะไรทำนองนั้น  อย่างไรก็ตาม  ดูจากความเปลี่ยนแปลงของวานรฟ้าปีศาจหิมะเมื่อครู่  มันช่างพ้องกับคำบอกเล่าของเซียวเอี๋ยน  ดังนั้น  สีหน้าของทุกคนจึงค่อนข้างน่าเกลียดขึ้นมาแล้ว  พวกเขาย่อมรู้ดีว่าพวกตนไม่อาจเอาชนะสัตว์เทพตัวหนึ่งซึ่งสามารถต่อกรกับเต๋าหวังห้าดาวผู้หนึ่งได้,  ด้วยลำพังกำลังของพวกตน

 

“พวกเราควรจะทำอะไรต่อไปดี?  อย่าบอกข้านะว่าพวกเราได้แต่ยอมแพ้?”  เอี๋ยนเฮ่าขมวดคิ้วมุ่นและเอ่ยถามหลินซิวหยา  แก่นน้ำนมชุบร่างนี้ดึงดูดใจเขานัก  จะเป็นการเจ็บปวดเกินไปหากจะขอให้เขายอมแพ้

 

หลินซิวหยาหัวเราะขื่นและตรึกตรองอยู่ครู่ใหญ่  จากนั้นเขาจึงกัดฟันเอ่ยออกมา  “ลืมมันเถอะ  เชื่อศิษย์น้องเซียวเอี๋ยนสักคราหนึ่ง  ยิ่งไปกว่านั้น  ข้าเองก็ค่อนข้างบาดเจ็บไม่น้อยในครั้งนี้  ดูท่าว่าข้าคงจะต้องพักรักษาตัวอย่างน้อยถึงครึ่งเดือนจึงจะฟื้นเป็นปกติได้  ดังนั้น  พวกเราก็ได้แต่คิดหาวิธีอื่น”

 

เอี๋ยนเฮ่าและพวกออกจะไม่เต็มใจอยู่บ้างเมื่อพวกเขาได้ยินหลินซิวหยาคิดที่จะล่าถอยชั่วคราว  อย่างไรก็ตาม  เมื่อดวงตาหันไปจ้องมองวานรฟ้าปีศาจหิมะที่กำลังกระจายรังสีอำมหิตน่าสะพรึงกลัวออกมาจากบริเวณที่ไม่ไกลออกไปนั้น  หัวใจของพวกเขาก็เริ่มหวาดกลัวขึ้นมาและได้แต่พยักหน้าอย่างอับจนหนทาง

 

“ถอยกันก่อนเถิด  มาคิดหาวิธีการอื่นอีกทีหนึ่งเมื่อพวกเราฟื้นจากอาการบาดเจ็บแล้ว...”  หลินซิวหยาทอดถอนใจก่อนที่จะพลันยกสองมือแก่เซียวเอี๋ยน  เขากล่าว  “น้องเซียวเอี๋ยน  เจ้าจะกลับไปที่โรงเรียนส่วนในพร้อมพวกเราหรือไม่?”

 

เซียวเอี๋ยนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งเมื่อได้ยินเช่นนี้  เขาส่ายศีรษะและกล่าว  “ข้าขึ้นเขามาเพื่อจะฝึกเคล็ดวิชาเต๋าอย่างหนึ่ง  ข้ายังฝึกเคล็ดวิชาเต๋านี้ได้ไม่เชี่ยวชาญนัก  ดังนั้นข้าจึงยังไม่คิดที่จะกลับไป”

 

“เคอะๆ  ในเมื่อเป็นเช่นนั้น  พวกเราก็จะกลับไปก่อน  มีบางสิ่งที่ข้าหวังว่าน้องเซียวเอี๋ยนจะช่วยได้  โปรดอย่าได้แพร่งพรายเรื่องราวในวันนี้ออกไปแก่ผู้ใด...”  หลินซิวหยาจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเซียวเอี๋ยนก่อนที่จะยกสองมือขึ้นและเอ่ย

 

“ข้าพอจะตระหนักได้ว่าสิ่งใดควรพูดและสิ่งใดไม่ควรพูด”  เซียวเอี๋ยนยิ้มแย้มตอบ

 

“ถ้าเช่นนั้น  ขอบคุณเจ้ามาก  หากมีสิ่งใดที่น้องเซียวเอี๋ยนต้องการความช่วยเหลือในอนาคตข้างหน้า,  เจ้าไปพบข้าได้ทุกเมื่อ  มีผู้คนไม่น้อยในโรงเรียนส่วนในที่ยอมเห็นแก่หน้าข้า,  หลินซิวหยา”  หลินซิวหยายิ้มแย้มกล่าว  เขามีความสงสัยบางอย่างต่อเซียวเอี๋ยนยิ่งนัก  แม้ความเร็วของเซียวเอี๋ยนจะน่าตกใจยิ่ง  เป็นไปไม่ได้สำหรับเขาที่จะเร่งรุดเข้ามาในหุบเขาที่มีวานรฟ้าปีศาจหิมะคอยปกป้องอยู่เพียงอาศัยพลังระดับต้าเต๋าซื่อแต่อย่างเดียว

 

“ไปกันเถอะ”  ครั้นกล่าวจบ  เขาโบกมือ  เป็นฝ่ายนำหมุนตัวและรุดหน้าตรงไปยังทางออกจากป่าลึก  ที่ด้านหลัง,  เอี๋ยนเฮ่าและพวกที่ไม่ค่อยเต็มใจได้แต่ติดตามไป

 

“ศิษย์น้องเซียวเอี๋ยน  ระวังตัวให้มากขึ้นอีกสักหน่อยเมื่อเจ้ายังฝึกยุทธ์อยู่ในป่าลึกเช่นนี้”  หานเยวี่ยส่งยิ้มให้แก่เซียวเอี๋ยนและเตือนเขาอย่างเป็นห่วงคราหนึ่ง  ครั้นแล้ว  นางจึงหมุนตัวและเร่งรุดจากไปพร้อมเรือนผมสีเงินที่ปลิวล้อไปตามลม

 

สายตาของเซียวเอี๋ยนจ้องมองหลินซิวหยาและพวกที่ค่อยๆ หายลับไปจากสายตา  ครู่ใหญ่ผ่านไป  เซียวเอี๋ยนจึงทอดถอนใจออกมาเบาๆ คราหนึ่ง  เขาหัวเราะเจื่อนและเอ่ยเบาๆ  “ข้าต้องขออภัยจริงๆ  ข้าคะยั้นคะยอให้พวกท่านทุกคนจากไปก็เพื่อประโยชน์ของพวกท่านเอง  หากพวกท่านยังคอยตามตอแยมันอยู่เช่นนี้  ก็คงไม่มีสักคนที่จะออกจากสถานที่แห่งนี้ไปได้เมื่อวานรฟ้าปีศาจหิมะตัวนี้ระเบิดพลังออกมาเต็มที่...”  หลังจากที่เหยาเหลาเอ่ยเตือน  เซียวเอี๋ยนจึงเข้าใจชัดแจ้งว่าวานรฟ้าปีศาจหิมะตัวหนึ่งซึ่งถูกปลุกสายเลือดของมันให้ตื่นขึ้นมานั้นน่าสะพรึงกลัวปานใด  ลืมไปได้เลยว่าหลินซิวหยาและพวกต่างอยู่ในระดับเต๋าหลิงขั้นสูงสุด  แม้แต่เต๋าหวังห้าดาวผู้หนึ่งก็ยังไม่กล้าที่จะนำตัวเข้ามาพัวพันกับวานรฟ้าปีศาจหิมะในเวลาเช่นนี้

 

เซียวเอี๋ยนหันกลับไปจ้องมองวานรฟ้าปีศาจหิมะที่ค่อยลดความหงุดหงิดลงหลังจากที่คณะของหลินซิวหยาจากไปแล้ว  เซียวเอี๋ยนทอดถอนใจเงียบๆ อย่างโล่งอก  มือข้างหนึ่งของเขาถูแขนของตนใต้แขนเสื้อ  บริเวณที่งูน้อยงดงามพันตัวอยู่  มีเจ้าตัวน้อยนี้อยู่ใกล้ๆ  เขาย่อมสามารถเปิดฉากต่อสู้กับวานรฟ้าปีศาจหิมะได้เมื่อเวลานั้นมาถึง

 

ขณะที่ความคิดนี้ผุดขึ้นมาในหัวใจ  มุมปากของเซียวเอี๋ยนก็พลันยกขึ้น  เขาจ้องมองวานรฟ้าปีศาจหิมะเขม็งและพึมพำ  “เจ้าสัตว์น่ารังเกียจ  เชิญเจ้าบ้าต่อไปเถอะ  เมื่อเจ้ากลับสู่สภาพที่อ่อนแอในค่ำคืนนี้  ข้าจะมาดูแลเจ้าต่อเอง... แก่นน้ำนมชุบร่างของเจ้าเป็นสิ่งที่ข้าต้องได้”

 

เซียวเอี๋ยนหัวเราะเบาๆ  ร่างกายขยับและสายฟ้าก็ก่อตัวขึ้นใต้สองเท้าของเขา  ครั้นแล้ว  ร่างของเขาแปรเปลี่ยนเป็นเงาดำสายหนึ่งและพุ่งพรวดเข้าไปในป่ากว้างภายใต้เสียงสายฟ้าทุ้มต่ำ  เขาพลันหายลับไปแล้ว...

Comment

  • #4 เฒ่าทารก

    2017-09-08 22:22

    ขอบคุณฮับ 

  • #3 ตี๋

    2017-09-07 23:52

    ไปให้หมอตรวจน่าจะดีนะครับ ขอให้หายไวๆ กินวิตามินซีเยอะๆ

  • #2 เฒ่าทารก

    2017-09-07 21:06

    คืนนี้มีไข้ ของดสักวันนะครัช คร่อก..........

  • #1 ตี๋

    2017-09-07 14:19

    ขอบคุณครับ

    นั่น แอบไปเอาก่อนคนเดียว เดี๋ยวคนพวกนี้มาทีหลังรู้เรื่องก็ไม่พอใจหรอก

View Desktop Version

Hot Vote

กรุณา Login เข้าสู่ระบบก่อนทำการโหวตค่ะ

Report

กรุณา Login เข้าสู่ระบบก่อนทำการโหวตค่ะ