Doupo Cangqiong (斗破苍穹) / Battle Through The Heavens (Novel : Thai Translation)

Fan's Translation for fans only. Do not use it for business purpose. And please support the original work. This translation will end if the right is available in my country.

แก่นน้ำนมชุบร่างกำเนิดอยู่ใต้พื้นพิภพ  ประสบกับแรงดันอันบริสุทธิ์ของพื้นพิภพมาเป็นเวลานาน,  ผ่านไปหนึ่งร้อยปี  มันกำเนิดเป็นหมอกและถูกขนานนามว่า ‘แก่นหมอก’  ถึงจุดนี้  มันจะมีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้แก่ร่างกายของผู้คนได้  เมื่อสะสมตัวต่อไปอีกหนึ่งพันปี  มันจะกลายสภาพเป็นของเหลว  หากคุณสมบัติของมันยิ่งสูงขึ้น  มันจะถูกขนานนามว่า ‘แก่นน้ำนมชุบร่าง’  มันมีคุณสมบัติวิเศษในการชะล้างและทำให้กระดูกของคนผู้หนึ่งบริสุทธิ์  ยิ่งไปกว่านั้น  ความบริสุทธิ์ยิ่งยวดและพลังมหาศาลแห่งแผ่นดินภายในน้ำนมยังช่วยให้คนผู้นั้นมีพลังพุ่งขึ้นถึงขีดสุดจนทะลายกำแพงขวางกั้นระหว่างระดับเต๋าชี่ไปได้  แน่นอนว่ามันย่อมมีโอกาสล้มเหลวได้อยู่บ้าง

 

กล่าวโดยทั่วไปแล้ว  เพราะการถือกำเนิดที่ค่อนข้างหฤโหดของแก่นน้ำนมชุบร่างนี้,  จึงมีผู้คนไม่มากนักที่จะมีโอกาสได้พบเห็นมัน  แม้แต่เซียวเอี๋ยนก็เพียงเคยได้ยินเหยาเหลาพูดถึงมันคร่าวๆ ครั้งเดียว  ในเวลานั้น  เซียวเอี๋ยนจดจำมันไว้ในหัวใจอย่างแม่นมั่นก็เพราะเขาได้ยินเกี่ยวแก่ฤทธิ์ในการชะล้างและกลั่นกระดูกของผู้คนที่ทำให้ผู้คนพากันกระหายที่จะได้ครอบครอง  ดังนั้นเซียวเอี๋ยนจึงระลึกถึงมันได้ในบัดนี้  เพียงแต่คาดไม่ถึงว่าเขาจะมาได้ยินเรื่องราวของสมบัติล้ำค่าแห่งธรรมชาติที่มีผู้คนไม่มากนักรู้จัก

 

ความดีใจมากมายบนใบหน้าคงอยู่ครู่หนึ่งจึงค่อยๆ เลือนหายไป  เขากดข่มรัศมีกายและลมหายใจของตนเอาไว้อย่างระมัดระวัง  อย่างไรก็ตาม  สายตาเผลอพุ่งเข้าไปในหุบเขาขณะในใจพึมพำเบาๆ  “แก่นน้ำนมชุบร่างอยู่ข้างในนั้นหรือ?”

 

“ทำไม?  เจ้าสนใจหรือ?”  เสียงหัวเราะของเหยาเหลาดังขึ้นในหัวใจของเซียวเอี๋ยน

 

“ฮี่ๆ  หากข้าบอกว่าไม่สนใจสิ่งล้ำค่าลึกลับเช่นนี้ก็คงโกหกแล้ว หากข้าได้ครอบครอง ‘แก่นน้ำนมชุบร่าง’ สักนิดหน่อย  ข้าคงจะสามารถทะลวงเข้าสู่ระดับเต๋าหลิงได้ภายในเวลาหนึ่งหรือสองเดือนเป็นแน่  ยิ่งไปกว่านั้น  อาจารย์มิใช่เคยเล่าให้ฟังหรอกหรือว่า ‘แก่นน้ำนามชุบร่าง’ นี้ยังมีฤทธิ์ช่วยชะล้างและกลั่นให้กระดูกของคนผู้หนึ่งมีความบริสุทธิ์?  หากข้าได้ครอบครองมัน  อนาคตข้างหน้า,  เมื่อยามที่ข้าทะลวงเข้าสู่ระดับเต๋าหลิงก็คงจะเป็นประโยชน์จนไม่อาจประเมินค่าได้เลยทีเดียว”  เซียวเอี๋ยนไม่ปิดบังความปรารถนาต่อแก่นน้ำนมชุบร่างนี้  เขากำลังแบกหลายสิ่งหลายอย่างเอาไว้บนบ่า,  การหายตัวไปของบิดา,  ความอัปยศที่ถูกไล่ล่าออกมาจากจักรวรรดิ,  และยังความเป็นไปได้ที่ต้องเผชิญหน้ากับหอเก็บเกี่ยววิญญาณลึกลับนั้นเพื่อเหยาเหลาในอนาคตข้างหน้าอีก  ทั้งหมดนี้ล้วนต้องการพลังที่ยิ่งใหญ่  ไม่เช่นนั้น  ก็ลืมเรื่องที่จะค้นหาบิดาเขาและปกป้องเหยาเหลาไปได้เลย  แม้แต่จักรวรรดิเจียหม่าก็คงไม่กล้ากลับไป  สุนัขที่ต้องสูญเสียบ้านและไม่อาจกลับไปได้ยังจะสามารถทำตัวเสรีและทำหน้าสบายใจอยู่ข้างนอกได้อีกหรือ?

 

“ใช่แล้ว  มันเหนือความคาดคิดของข้าจริงๆ ที่ได้มาพบแก่นน้ำนมชุบร่างที่นี่  ประโยชน์ที่เจ้าจะได้รับหากครอบครองมันได้สำเร็จย่อมเป็นที่เข้าใจได้โดยไม่ต้องพูดถึง  อย่างไรก็ตาม  วานรฟ้าปีศาจหิมะมิใช่จะรับมือได้ง่ายๆ  ปกติแล้ว  สัตว์เทพระดับเต๋าหวังก็เริ่มมีเชาวน์ปัญญาขึ้นมาบ้างแล้ว  ทว่าก็ยังห่างไกลจากระดับที่สามารถอ้าปากพูดได้  ข้าคิดว่านี่คงจะเกี่ยวข้องกับแก่นน้ำนมชุบร่างที่มันกำลังปกป้องอยู่เป็นแน่”  เหยาเหลายิ้มและกล่าว

 

เซียวเอี๋ยนพยักหน้าน้อยๆ  แม้แต่สัตว์พิเศษตัวหนึ่งในบรรพกาลเช่นพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์ระดับเต๋าหวังก็ยังไม่สามารถพูดได้  วานรฟ้าปีศาจหิมะตัวนี้แม้นับว่าเป็นสัตว์วิเศษหายากชนิดหนึ่ง  ทว่าก็ยังยากจะเทียบกับพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์ได้  ดังนั้น  สิ่งเดียวที่จะช่วยอธิบายว่าเหตุใดเชาวน์ปัญญาของมันจึงพัฒนามาได้ก็มีเพียงแก่นน้ำนมชุบร่างในตำนานนั้นนั่นเอง

 

“พวกเราควรจะทำอะไรกันต่อไปดี?  พวกเราควรฉวยโอกาสที่พวกเขากำลังต่อสู้กันอยู่ลอบเข้าไปดีหรือไม่?”  เซียวเอี๋ยนเอ่ยถามเบาๆ ในหัวใจ

 

“มันออกจะเป็นไปไม่ได้สำหรับเจ้าที่จะเข้าไปทางช่องเขานั้น  หากเจ้าบินไป  ความเคลื่อนไหวในอากาศก็จะดึงดูดความสนใจของพวกเขา  พลังของเด็กพวกนี้ค่อนข้างสูง  ดังนั้น  จะเป็นการยากนักที่เจ้าจะลอบเข้าไปภายใต้สายตาของพวกเขา”  เหยาเหลาได้แต่กล่าว

 

“แล้วพวกเราควรจะทำเช่นใด?”

 

“รอคอย  มาดูกันก่อนว่าพวกเราจะทำตัวเป็นนักตกปลาอีกครั้งได้หรือไม่”  เหยาเหลายิ้มอ่อนโยนและเอ่ย

 

“อาจารย์กำลังคิดที่จะรอให้พวกเขาต่อสู้กันจนทั้งสองฝ่ายบาดเจ็บหนัก?”  เซียวเอี๋ยนสะดุ้งก่อนที่จะพลันเอ่ยเงอะงะ  หากเขาไม่รู้จักคนเหล่านั้นเลยสักคนก็คงไม่เป็นไร  แต่ทว่าเซียวเอี๋ยนรู้สึกว่าหานเยวี่ยมิใช่คนเลวร้าย  ได้ยินคำสนทนาเมื่อครู่  ดูเหมือนว่านางจะเป็นคนแรกที่พบสถานที่แห่งนี้  หากเขาทำตัวเป็นนักฉวยโอกาสและลอบฉกรางวัลของพวกเขาจากการต่อสู้  ก็ออกจะ...

 

“เคะๆ  เจ้าประเมินคนกลุ่มนี้สูงเกินไป  แม้วานรฟ้าปีศาจหิมะตัวนี้เพิ่งเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์  ไม่ว่าจะพูดอย่างไร,  ท้ายที่สุดมันก็ยังเป็นสัตว์วิเศษหายากชนิดหนึ่ง  สัตว์วิเศษจำพวกนี้มีความร้ายกาจดุดันไหลเวียนอยู่ในสายเลือด  หากสายเลือดชนิดนี้ไม่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาก็แล้วไป  ทว่าหากมันตื่นขึ้นมาเมื่อใด  แม้แต่เต๋าหวังแข็งแกร่งห้าคนก็ยังได้แต่ซ่อนตัวจากคมเล็บของมัน  คนกลุ่มนี้ยังมิใช่เต๋าหวังแท้จริงผู้หนึ่งด้วยซ้ำไป  พวกเขาจะเอาชนะมันได้อย่างไร?  ถึงเวลานั้น  คงต้องมีคนบาดเจ็บล้มตายหากพวกเขาเสียรูปขบวน”  เหยาเหลายิ้มแย้มอธิบาย

 

ความตกใจแล่นวาบขึ้นในดวงตาของเซียวเอี๋ยนเมื่อได้ยินเช่นนี้  คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าพลังทำลายล้างของเจ้าวานรฟ้าปีศาจหิมะตัวนี้จะน่าสะพรึงกลัวจนถึงปานนี้  จากที่เห็น  ดูเหมือนโอกาสที่คณะของหานเยวี่ยจะได้รับชัยชนะคงมีไม่มากนัก

 

ระหว่างที่เซียวเอี๋ยนกำลังสนทนาอยู่กับเหลาเหลา  บรรยากาศเข้มข้นก็พลันปะทุขึ้นภายใต้สภาพยั่วยุโดยรอบ  เงาร่างทั้งห้าแปรเปลี่ยนเป็นเงาลางเลือน  แต่ละคนเต็มไปด้วยพลังแข็งแกร่งซึ่งไม่อาจเทียบได้  พวกเขาดูราวกับลำแสงหลากสีขณะจู่โจมเข้าหาวานรฟ้าปีศาจหิมะที่ยืนสูงตระหง่านอยู่อย่างโหดเหี้ยม

 

“โฮก!”

 

เห็นกลุ่มของหลินซิวหยายังคงปฏิเสธที่จะล่าถอยไป  แสงสีแดงเข้มและรังสีสังหารภายในดวงตาของวานรฟ้าปีศาจหิมะก็ยิ่งเข้มข้นขึ้น  เป็นเหตุให้ผู้คนบังเกิดความรู้สึกเย็นยะเยือกขึ้นในหัวใจ  กรงเล็บแหลมคมมหึมาตบลงบนอกของตนอย่างดุร้ายในขณะที่ปากกว้างใหญ่ราวชามใบหนึ่งอ้ากว้าง  เสียงคำรามแสบแก้วหูที่สามารถบดขยี้หินขนาดใหญ่จนระเบิดได้ถูกปล่อยออกมา

 

ภายใต้เสียงคำรามลั่นของวานรฟ้าปีศาจหิมะ,  ความเร็วของหลินซิวหยาและพวกก็เริ่มช้าลงเล็กน้อยอย่างเห็นได้ชัด  ชั่วขณะที่ความเร็วของท่าร่างพวกเขาลดลง,  สองเท้าของวานรฟ้าปีศาจหิมะก็กระทืบลงบนพื้นอย่างแรง  ทั่วทั้งหุบเขาสะเทือนขึ้นมาแล้วในขณะนี้  ร่างกายของมันหยิบยืมแรงผลัก,  เจ้าวานรพุ่งตัวออกไปราวกับกระสุนปืนใหญ่ยักษ์สีขาว  เพียงพริบตาเดียว  เจ้าวานรตัวนั้นก็ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าเอี๋ยนเฮ่าที่กำลังนำอยู่แนวหน้าของกลุ่มที่กำลังพุ่งตัวเข้าไป  มันขยุ้มกรงเล็บและอากาศเย็นเยือกก็มารวมตัวกันอยู่รอบมัน  เพียงพริบตาเดียว มันก่อรูปเป็นกรงเล็บน้ำแข็งยาวร่วมครึ่งฟุตชิ้นหนึ่ง

 

กรงเล็บน้ำแข็งเริงร่ายและคว้าใส่หัวใจของเอี๋ยนเฮ่า กลเม็ดที่ร้ายกาจเช่นนี้เต็มไปด้วยรังสีสังหาร  ไม่มีความคิดที่จะซ้อมมือหรืออุ่นเครื่องแม้เพียงน้อย  ดูจากท่าทางของมัน  วานรฟ้าปีศาจหิมะตัวนี้มีความคิดที่จะเข่นฆ่าผู้คนตั้งแต่แรก

 

วานรฟ้าปีศาจหิมะมีความว่องไวและรวดเร็วไม่สมกับร่างมหึมาของมันเอาเสียเลย  สิ่งนี้ย่อมไกลเกินความคาดหมายของเอี๋ยนเฮ่ายิ่งนัก  อย่างไรก็ตาม  เอี๋ยนเฮ่าก็มิใช่คนอ่อนแอที่ไร้ประสบการณ์การต่อสู้  ทั้งๆ ที่แปลกใจ  ค้อนเหล็กสีดำสนิทในมือก็หวดอย่างแรงออกไปอย่างเฉื่อยเนือย  ค้อนเหล็กแหวกฝ่าอากาศ  ส่งเสียงกรีดแหลมซึ่งเป็นเหตุให้แม้แต่เซียวเอี๋ยนที่ซ่อนตัวอยู่ในป่าต้องมีใบหน้าบูดบึ้งขึ้นมาเล็กน้อย

 

“ตูม!”

 

กรงเล็บและค้อนเหล็กปะทะกันอย่างหนักหน่วง  เศษน้ำแข็งแตกกระจายออกไปทุกทิศทางพร้อมเสียงดังจากการปะทะกัน  ร่างของเอี๋ยนเฮ่าลอยละลิ่วไปข้างหลังอย่างรวดเร็ว  ตลอดทางนั้น  กิ่งไม้ต่างๆ ที่ร่างของเขากระแทกเข้าใส่ล้วนหักสะบั้นลง  ร่างของเขาในที่สุดก็หยุดลงหลังจากที่ถล่มใส่ต้นไม้ไปสิบกว่าต้นในลักษณาการเช่นนั้น  เขาเงยหน้าขึ้นและมีคราบเลือดเล็กๆ บนมุมปาก

 

“ฮ่าๆ  ดี  สมกับเป็นวานรฟ้าปีศาจหิมะอันลือชื่อด้านพละกำลัง  อย่างไรก็ตาม  แรงของเจ้าก็ยังขาดไปนิดหน่อยหากคิดจะฆ่าข้าในหมัดเดียว”  เอี๋ยนเฮ่าเผยอปากหัวเราะร่าหลังปาดคราบเลือดบนมุมปากออกไปแล้ว  เขาไม่สนใจอาการบาดเจ็บบนร่างกายขณะกำค้อนเหล็กในมือแน่น  ราวกับมนุษย์รถถัง,  เขาพุ่งเข้าใส่วานรฟ้าปีศาจหิมะที่กำลังสนุกอยู่กับหลินซิวหยาและพวกทั้งสาม

 

เงาร่างมนุษย์หลายคนเคลื่อนไหววูบวาบรวดเร็วอยู่ตรงทางเข้าหุบเขา  รูปขบวนที่พวกเขาเข้าจู่โจมสามารถสกัดเงาร่างสีขาวสูงใหญ่นั้นเอาไว้ตรงกลางได้อย่างแม่นมั่น  เต๋าชี่แข็งแกร่งดุร้ายทะลักล้นหลามออกมาราวกับเป็นของได้เปล่า  เคล็ดวิชาเต๋าแข็งแกร่งมากมายที่ประจุเต็มไปด้วยสายลมแหลมคมและเสียงร้องต่ำมากมายกระแทกเข้าใส่ร่างของวานรฟ้าปีศาจหิมะ  การโจมตีทำให้เกิดเศษน้ำแข็งและขนสัตว์สีขาวปลิวกระจายไปทุกทิศทาง

 

ความโหดเหี้ยมจากกระบวนท่าจู่โจมของหลินซิวหยาและพวกค่อนข้างเกินความคาดหมายของเซียวเอี๋ยนและกระทั่งความคาดหมายของเหยาเหลา  คนพวกนี้ครอบครองร่างกายที่เต็มไปด้วยความสามารถน่าประทับพิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถในการเป็นสิบสุดยอดนักเรียนทรงคุณค่าในทำเนียบยอดฝีมือแห่งโรงเรียนส่วนใน  การโจมตีของพวกเขาอาจจะรุนแรงทว่าการป้องกันของวานรฟ้าปีศาจหิมะก็แข็งแกร่งมั่นคงจนน่าสะพรึงกลัว  ใต้ขนของมัน,  ดูเหมือนจะปกคลุมไว้ด้วยน้ำแข็งหนาชั้นหนึ่ง  ไม่ว่าจะโจมตีเข้าไปเท่าไหร่  ก็ได้แค่ระลอกสะเก็ดน้ำแข็งออกมา  ในท้ายที่สุดก็ยากที่จะทำให้มันบาดเจ็บหนักได้  การต่อสู้เช่นนี้  ดูท่ากลุ่มของหลินซิวหยาคงไม่สามารถคงไว้ได้นาน  ไม่ว่าอย่างไร  ความสามารถในการฟื้นตัวของวานรฟ้าปีศาจหิมะก็เหนือกว่ามนุษย์จนยากจะเทียบกันได้

 

การต่อสู้ระหว่างทั้งสองฝ่ายยิ่งเข้มข้นขึ้นไปตามกาลเวลาที่ไหลเลื่อนและยิ่งเร่าร้อนขึ้น  หินก้อนใหญ่มากมายที่กระจายอยู่ทั่วทางเข้าหุบเขาถูกขยี้ตามพลังปะทะจากทั้งสองฝ่าย  พลังทำลายล้างเช่นนี้เป็นเหตุให้เซียวเอี๋ยนที่กำลังหลบซ่อนตัวอยู่ในเงามืดต้องพูดไม่ออกแล้ว  พวกเขาช่างสมกับที่เป็นยอดฝีมือที่กำลังจะเข้าสู่ระดับเต๋าหวัง  พลังการต่อสู้เช่นนี้ช่างห่างชั้นกับต้าเต๋าซื่อ,  หรือกระทั่งเต๋าหลิงทั่วไป, จนยากจะเทียบกันได้

 

กระบี่สีเขียวในมือของหลินซิวหยาสั่นสะท้าน  สองเท้าของเขากดลงบนลมหมุนหอบหนึ่งซึ่งโผล่ออกมาจากที่ใดไม่อาจทราบได้เบาๆ  ร่างกายของเขาก็พุ่งขึ้นไปกลางอากาศ  ใบหน้าสดใสและเรียบเฉยแต่เดิมของเขาก็เสริมเติมด้วยความเคร่งขรึมอยู่ในขณะนี้  เขาจ้องมองวานรฟ้าปีศาจหิมะที่ถูกเอี๋ยนเฮ่าและพวกทั้งสามห้อมล้อมอยู่เบื้องล่าง  มันดูมีคล่องแคล่วและไม่มีทีท่าว่าจะเหน็ดเหนื่อยเลย  เขามีใบหน้าบึ้งตึงจริงจังขณะกระบี่ยาวในมือสั่นสะท้านขึ้นมา  เต๋าชี่สีเขียวเคลื่อนออกมาตามเส้นทางโคจรชี่และหลั่งไหลเข้าไปในตัวกระบี่  ติดตามด้วยเต๋าชี่ที่ไหลเข้าไป  ผิวสีเขียวบนตัวกระบี่ก็เริ่มมองเห็นได้เลาๆ  ขนาดของมันก็พลันขยายขึ้นนับสิบเท่า  พายุหมุนที่มีลักษณะเหมือนสสารอย่างหนึ่งลอยอ้อยอิ่งอยู่บนตัวกระบี่ขณะที่อากาศโดยรอบเริ่มผันผวนขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

 

“เอี๋ยนเฮ่า  สกัดเจ้าสัตว์ป่าเถื่อนตัวนั้นเอาไว้!”  หลินซิวหยาร้องออกมาเสียงแหลมขณะกำกระบี่สีเขียวในมือแน่น

 

สัมผัสได้ถึงพลังลมที่น่าสะพรึงกลัวที่กำลังพัดหมุนอยู่กลางอากาศ  เอี๋ยนเฮ่าและพวกที่เหลือล้วนเข้าใจดีว่าหลินซิวหยากำลังจะแสดงผลงานชิ้นเอกของตน  พวกเขาพลันพยักหน้า  การโจมตีจากพวกเขาก็ยิ่งรุนแรงขึ้นขณะพยายามอย่างสุดความสามารถในอันที่จะป้องกันมิให้เจ้าวานรฟ้าปีศาจหิมะเข้าขัดขวางการรวบรวมเต๋าชี่ของหลินซิวหยา

 

วานรฟ้าปีศาจหิมะเองก็สัมผัสได้ถึงพลังที่น่าเกรงขามซึ่งกำลังก่อตัวขึ้นบนฟ้า  ความรุนแรงของพลังนี้ทำให้ขนทั่วตัวของมันลุกชัน  เสียงคำรามดุดันถูกปล่อยออกมาจากปากอย่างดุร้าย  ทันใดนั้น  ระลอกพลังงานสีขาวราวหิมะสายหนึ่งก็ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างรวดเร็ว  หินใหญ่บางก้อนตามทางถูกทำให้กลายสภาพเป็นน้ำแข็งไปในทันทีที่ระลอกความเย็นนี้แล่นผ่านพวกมัน

 

การแผดเสียงกะทันหันจากวานรฟ้าปีศาจหิมะทำให้หลินซิวหยาและพวกต้องรีบหยุดมือ  ร่างกายของพวกเขารีบพุ่งและกระโจนหนีระลอกน้ำแข็งที่ไล่ล่าตามหลังมา

 

หลังจากรุกไล่เอี๋ยนเฮ่าและพวกจนล่าถอยไปได้ในกระบวนท่าเดียวแล้ว  สายตาป่าเถื่อนก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของวานรฟ้าปีศาจหิมะ  สองเท้าของมันกระทืบลงบนพื้นเร่าๆ และร่างยักษ์ของมันก็พุ่งพรวดขึ้นไปบนฟ้า  พริบตาเดียว  มันปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าหลินซิวหยาที่หยิบยืมพลังลมหมุนทรงตัวอยู่กลางอากาศได้อย่างจวนเจียน  มันอ้าปากใส่อีกฝ่ายและรังสีสังหารก็เข้มข้นขึ้นในดวงตาแดงก่ำราวสีเลือดคู่นั้น  กรงเล็บแหลมคมของมันพุ่งตรงและตะปบเข้าใส่ศีรษะของหลินซิวหยาอย่างแรง  ดูจากท่วงท่านี้  หากเขาถูกซัด  หลินซิวหยาคงต้องถูกฉีกสมองจนกระจุยไปทั่วไม่ว่าเขาจะแข็งแกร่งปานใดก็ตาม

 

ขณะหลบซ่อนตัวอยู่ในผืนป่า,  เซียวเอี๋ยนจ้องมองหลินซิวหยาในขณะที่วานรฟ้าปีศาจหิมะใกล้เข้าไปถึงตัว  เขาเผลอส่ายศีรษะ  ดูเหมือนว่าความได้เปรียบกำลังไม่อยู่ข้างคนโชคร้ายผู้นี้เสียแล้ว...

 

อย่างไรก็ตาม  ชั่วขณะที่เซียวเอี๋ยนลอบทอดถอนใจเงียบๆ  เขาเห็นแผ่นหลังของหลินซิวหยาที่ไม่เหลือพลังใดๆ กลางอากาศให้หยิบยืมสำหรับทรงตัวแล้วสั่นเทาขึ้นมา ทันใดนั้น  ปีกพลังงานสีเขียวบางเบาคู่หนึ่งพลันคลี่ออกมา  ปีกคู่นั้นขยับพาร่างกายกระโจนหนีกระบวนท่าสังหารของวานรฟ้าปีศาจหิมะไปได้อย่างว่องไว  ยิ่งไปกว่านั้น  เขายังอาศัยพลังนั้นทะยานสูงขึ้นไปอีกนับสิบฟุต  กระบี่ในมือสั่นสะท้านรวดเร็วและส่งเสียงกังวานของกระบี่ที่กำลังฮึมฮำอยู่ออกมาคราหนึ่ง  อากาศรอบตัวของเขาผันผวนรุนแรง  เห็นได้ชัด  เคล็ดวิชาเต๋าอันเฉียบขาดยากจะเทียบได้ของหลินซิวหยาสมบูรณ์พร้อมแล้ว!

 

“นี่...  เต๋าชี่ที่แปรรูปเป็นปีก?  คนผู้นี้... วิวัฒน์สู่ระดับเต๋าหวังแล้ว?”

 

เซียวเอี๋ยนจ้องมองปีกพลังงานบนแผ่นหลังของหลินซิวหยาอย่างเซ่อซ่า  ทุกคนบนพื้นที่ต่อสู้ล้วนตกตะลึงอยู่ในขณะนี้แล้ว

Comment

  • #2 เฒ่าทารก

    2017-09-05 15:52

    ไม่ได้สิ ผิวจะได้สวยๆๆๆ kiss

  • #1 ตี๋

    2017-09-05 12:23

    ขอบคุณครับ

    แหม เป็นนักตกปลาทั้งศิษย์ทั้งอาจารย์เลยนะ จะเอาน้ำนมไปอาบรึไงจ๊ะ

View Desktop Version

Hot Vote

กรุณา Login เข้าสู่ระบบก่อนทำการโหวตค่ะ

Report

กรุณา Login เข้าสู่ระบบก่อนทำการโหวตค่ะ