Doupo Cangqiong (斗破苍穹) / Battle Through The Heavens (Novel : Thai Translation)

Fan's Translation for fans only. Do not use it for business purpose. And please support the original work. This translation will end if the right is available in my country.

เด็กหนุ่มในชุดสีดำนั่งขัดสมาธิอยู่บนยอดเขา  สองมือของเขาผนึกเป็นสัญลักษณ์โคจรชี่และลมหายใจของเขาก็ช่างสงบและยาวนัก  ยิ่งไปกว่านั้น  อากาศรอบตัวก็บังเกิดความผันผวนขึ้นมาเล็กน้อยในแต่ละครั้งที่เขาสูดลมหายใจเข้าและผ่อนลมหายใจออกมา  ริ้วพลังงานพาดเอียงไปทางคลื่นความร้อนรุนแรงที่ไหลซึมออกมา  ในที่สุดพวกมันเคลื่อนไปตามลมหายใจของเขาและเข้าสู่ร่างกายภายใน

 

การฝึกอันเงียบสงบดำเนินต่อไปอยู่ราวสองชั่วโมง  เสื้อผ้าบนร่างของเด็กหนุ่มในชุดคลุมสีดำที่กำลังปลิวสะบัดทั้งๆ ที่ลมสงบในที่สุดก็ค่อยๆ ทิ้งตัวลง  และดวงตาลืมขึ้นด้วยอาการสั่นพร่าเล็กน้อย

 

“ข้าได้รับประโยชน์จากการฝึกในภูเขาลึกมาเป็นเวลาสองเดือนนี้มากมายเลยทีเดียว...”  เซียวเอี๋ยนบิดคอ  เขาสัมผัสได้ถึงเต๋าชี่ที่ล้นหลามราวกับกระแสน้ำพุที่กำลังไหลเวียนไม่หยุดนี้และเผลอฉีกยิ้มขึ้นมาบนมุมปากขณะเอ่ยเบาๆ

 

ระหว่างสองเดือนแห่งการฝึกฝนอันหนักหน่วง  เซียวเอี๋ยนไม่เพียงได้ฝึกท่าเท้าสายฟ้าสามพันลี้ของตนจนเข้าถึงขั้นแรก, แสงสายฟ้า, ได้สำเร็จ  ทว่าเต๋าชี่ภายในร่างกายก็เพิ่มขึ้น,  สอดประสานกัน  และยังบริสุทธิ์ขึ้นท่ามกลางป่าลึกที่ซึ่งเขาได้ดื่มกินอยู่ท่ามกลางสายลมและหลับนอนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ  ตามความคาดคะเนของเขา  ขณะนี้เขาคงเข้าถึงจุดสูงสุดของระดับต้าเต๋าซื่อแปดดาวไปโดยมิได้ตั้งใจแล้วขณะฝึกฝนท่าเท้าสายฟ้าสามพันลี้อยู่  แน่นอนว่าเขาได้ใช้เวลาถึงสองเดือนเพื่อที่จะช่วยให้ตนเองเข้าถึงจุดสูงสุดของต้าเต๋าซื่อแปดดาว  ความเร็วเช่นนี้อาจไม่สามารถเทียบได้กับการฝึกชี่อยู่ในหอฝึกชี่เพลิงฟ้า  อย่างไรก็ตาม  เซียวเอี๋ยนก็รู้สึกพึงพอใจกับมันมากแล้ว  สามารถฝึกท่าเท้าสายฟ้าสามพันลี้ได้จนเข้าถึงขั้นแรกก็นับว่าสมดังความตั้งใจของเขาแล้ว  เหนือเป้าหมายที่สำเร็จ  เขายังสามารถพัฒนาเต๋าชี่ของตนเองไปด้วย  นี่ก็นับว่าเป็นเรื่องเพิ่มเติมที่น่ายินดี  ดังนั้น  เขาจึงไม่รู้สึกเสียใจ

 

เซียวเอี๋ยนลุกขึ้นจากหินเขียวก้อนใหญ่  เขาไพล่สองมือไว้ด้านหลังขณะสอดส่ายสายตาเหนือแมกไม้เขียวขจี  สายลมบางเบาบังเอิญพัดผ่านทะเลไม้เหล่านั้นอยู่ในขณะนี้  ทันใดนั้น  ทะเลไม้ไหวโอน  ป่าไม้กว้างใหญ่เกือบพันฟุตกระเพื่อมไหวเป็นระลอกคลื่นจากที่ห่างไกลออกไป  คลื่นแล้วคลื่นเล่าเช่นนี้ไม่หยุดหย่อน  มันแทบไม่แตกต่างไปจากคลื่นที่ซัดสาดอยู่ในมหาสมุทรเลย  เป็นเหตุให้ผู้คนได้เห็นถึงอำนาจแห่งธรรมชาติ, ทั้งยิ่งใหญ่  ทั้งสูงส่ง...

 

เซียวเอี๋ยนตกใจขณะจ้องมองระลอกคลื่นอันน่าสะพรึงกลัวราวอสุรกายขณะยืนอยู่บนยอดเขา  บางทีอาจจะเป็นเพราะบรรยากาศอันสุขสงบระหว่างสรวงสวรรค์และผืนโลกเช่นนี้ในขณะนี้กระมัง  ทว่าบางอย่างในหัวใจของเขาขยับขื้นมาเงียบๆ  ความคิดของเซียวเอี๋ยนในขณะนี้ทั้งรวดเร็วและว่องไวยิ่ง  และพวกมันก็เหนียวแน่นขึ้นมาโดยพลันเมื่อความรู้สึกประหลาดอย่างหนึ่งพวยพุ่งขึ้นมาอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าฟาด

 

สองมือของเซียวเอี๋ยนเริ่มเหยียดออกไปด้านหลัง  ดวงตาค่อยๆ หรี่แคบ  ครู่ใหญ่ผ่านไป  แผ่นหลังของเขาขยับ  ปีกหมอกม่วงคลี่ออกมา  เมื่อปีกหมอกม่วงขยับ  ร่างกายวาดเป็นเส้นโค้งพาดผ่านท้องฟ้าออกไป ก่อนที่สองเท้าของเขาจะดิ่งลงอย่างมั่นคงบนทะเลไม้ที่กว้างใหญ่ไพศาล

 

ปีกหมอกม่วงหดกลับไป  เซียวเอี๋ยนยืนอยู่เพียงลำพังบนทะเลไม้เหล่านั้น  เขาเฝ้ามองทัศนียภาพที่ปรากฏแก่สายตาและได้รับการต้อนรับจากโลกสีมรกต  ร่างกายของเขาดุจดังหมึกดำหยดหนึ่งในสีเขียวราวมรกตนั้น  เขาดูตัวเล็กยิ่งทว่าช่างโดดเด่นนัก

 

สองมือของเซียวเอี๋ยนค่อยๆ เหยียดออก  คลื่นไม้ส่งเสียงหวีดหวิวจากที่ไกลออกไปก่อนที่จะบังเกิดเสียงดัง ‘หู หู’  ราวกับเสียงฟ้าร้องที่ถ่ายทอดมา มันแล่นผ่านเซียวเอี๋ยนไป

 

สองเท้าของเซียวเอี๋ยนดุจดังกรงเล็บอินทรี  พวกมันจิกคว้ายอดไม้ไว้มั่น  ร่างกายราวกับใบไม้ใบหนึ่งที่กำลังพริ้วไหวไปตามแรงลมท่ามกลางคลื่นไม้ไร้ที่สิ้นสุด  มันพลิ้วไหวอย่างรวดเร็วทว่าไม่เคยถูกฉีกทำลายเพราะความทรงพลังที่สร้างจากคลื่นไม้เหล่านี้เลย

 

คลื่นไม้นับพันฟุตเคลื่อนไป  ต่อเนื่องไปกว่าสิบนาทีก่อนที่จะค่อยๆ ทิ้งช่วงลง

 

คลื่นไม้เคลื่อนผ่านไปแล้ว  ทิ้งเด็กหนุ่มในชุดสีดำผู้มีใบหน้าซีดขาวเอาไว้เบื้องหลัง  อย่างไรก็ตาม  ดวงตาคู่นั้นกลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้นมากล้น  เขาหมุนตัวและจ้องมองคลื่นไม้มหึมาที่ค่อยหยุดตัวลงและหายลับไปจากสายตาอย่างรวดเร็ว  มุมหนึ่งในหัวใจของเขาถูกปลุกเร้าขึ้นมาอย่างแรง

 

“ความคิดริเริ่มอันงดงามเช่นนี้...”

 

เซียวเอี๋ยนค่อยๆ ยกมือขวาขึ้น  ไม้บรรทัดซวนยักษ์ขนาดใหญ่โผล่พรวดออกมา  เขากระชับมันไว้แน่นและพึมพำ  “หากข้าสามารถทำให้การโจมตีของข้าเป็นดังคลื่นที่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าไม่สิ้นสุด  คงต้องเป็นวิธีการโจมตีที่ยอดเยี่ยมอย่างหนึ่งเป็นแน่  หรือมิใช่?”

 

มือของเซียวเอี๋ยนกระชับไม้บรรทัดซวนยักษ์ขณะเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย  ดวงตาดำขลับเต็มไปด้วยความเหม่อลอยและความครุ่นคิด  ร่างกายดูเหมือนแข็งทื่ออยู่ในเวลานี้  หากมีคนสายตาเฉียบแหลมผู้หนึ่ง,  เขาหรือนางคงสังเกตุเห็นได้ว่ามือขวาของเซียวเอี๋ยนที่ถือไม้บรรทัดซวนยักษ์อยู่นั้นกำลังสั่นเทาเป็นเสี้ยวโค้งที่เล็กยิ่ง  ลักษณะเช่นนี้ราวกับว่ามันกำลังปรับอะไรบางอย่างอยู่...

 

อาการแข็งทื่อของเซียวเอี๋ยนดำเนินอยู่เกือบตลอดชั่วโมง  อย่างไรก็ตาม  ตัวเขาดูเหมือนกับกำลังไม่รู้สึกตัวเลย  บรรยากาศเมื่อครู่ที่ปรากฏขึ้นในคลื่นไม้ถูกฉายซ้ำๆ อยู่ในก้นบึ้งของจิต  ราวกับเวลาหยุดลงในสภาพเงื่อนไขอันแปลกประหลาดเช่นนี้  เซียวเอี๋ยนรู้สึกถึงแสงสว่างขนาดใหญ่ที่เพิ่มพูนขึ้น,  บังเกิดขึ้นฉับพลัน  และรู้สึกถึงเค้าเงื่อนบางอย่างที่แหวกว่ายขึ้นมาในระหว่างคลื่นไม้เหล่านั้น

 

คลื่นไม้ที่กวาดผ่านและหายลับไปก่อนที่จะกวาดเคลื่อนเข้ามาอีกและหายลับไป  มันเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าเช่นนี้  เกิดเป็นวงจรที่ไม่เคยขาดสายเลยสักชั่วขณะหนึ่ง

 

เวลาของโลกภายนอกดำเนินต่อไป  แม้ผ่านไปชั่วโมงหนึ่งแล้ว  เซียวเอี๋ยนรับรู้ถึงความรู้สึกประหลาดฉับพลันจากการเลียนแบบคลื่นไม้ที่กำลังพัดผ่านไปนับครั้งไม่ถ้วนภายในหนึ่งชั่วโมงนี้โดยอาศัยสภาพเงื่อนไขที่ประหลาดเช่นนี้

 

ขณะที่เขาสัมผัสถึงความรู้สึกประหลาดเช่นนี้อยู่นับครั้งไม่ถ้วน  ความกระจ่างแจ้งอย่างหนึ่งก็เริ่มปรากฏขึ้นในดวงตาดำขลับของเซียวเอี๋ยนอย่างฉับพลันโดยมิได้ตั้งใจแล้ว...

 

“หู?”

 

ขณะที่เซียวเอี๋ยนอยู่ในสภาพอันประหลาดเช่นนี้  เสียงร้องต่ำประหลาดใจอย่างยิ่งดังขึ้นเงียบๆ จากเหยาเหลา  เสียงนี้อาจจะเบา ทว่ายังเต็มไปด้วยความอัศจรรย์ใจและความตกตะลึง  ดูจากสิ่งนี้  สภาพที่เซียวเอ๋ยนเป็นอยู่เช่นนี้ช่างเหนือความคาดหมายของเขานัก

 

เสียง ‘หู’ ประหลาดใจของเหยาเหลาไม่ทำลายสภาพประหลาดของเซียวเอี๋ยน  เหยาเหลาผู้เปี่ยมด้วยประสบการณ์ย่อมรู้ดีถึงความหมายในการเกิดโอกาสพิเศษเช่นนี้ขณะฝึกยุทธ์ของผู้คน  หากคนผู้หนึ่งโชคร้ายเกินไปจนถูกทำลายสภาพเงื่อนไขเช่นนี้จากโลกภายนอก  ไม่ต้องสงสัยว่ามันจะทำให้คนผู้นั้นต้องเสียใจไปตลอดชีวิตของตนอย่างแน่นอน

 

พลังจิตสัมผัสแข็งแกร่งสายหนึ่งกระจายออกมาจากแหวนสีดำเก่าแก่บนนิ้วของเซียวเอี๋ยนเงียบๆ  มันเข้าโอบล้อมพื้นที่ใกล้ๆ โดยรอบทั้งหมดเอาไว้เป็นรัศมีราวสิบสองเมตร  ตามด้วยการกระทำของจิตสัมผัสชุดนี้  เสียงคำรามต่ำของสัตว์เทพตัวหนึ่งที่ดังขึ้นมาจากที่ไกลออกไปเป็นพักๆ ก็พลันเงียบหายไปสิ้น  บริเวณนี้ตกสู่ความเงียบสนิทเพราะพลังจิตสัมผัสของเหยาเหลา  ไม่มีเหตุการณ์ใดๆ จากโลกภายนอกที่จะทำให้เซียวเอี๋ยนต้องออกจากสภาพเงื่อนไขเช่นนี้ได้อีกแล้ว

 

เวลาไหลผ่านไปเชื่องช้ายิ่ง  เกือบสามชั่วโมงเต็มๆ ผ่านไปในชั่วขณะที่เซียวเอี๋ยนเข้าสู่สภาพเช่นนี้  ระหว่างสามชั่วโมงนี้  ร่างกายของเซียวเอี๋ยนราวกับแปรเปลี่ยนเป็นรูปปั้นหินก้อนหนึ่งซึ่งไม่ขยับเขยื้อนแม้เพียงน้อย  หากมิใช่เพราะระยะขยับสั่นของไม้บรรทัดซวนยักษ์ในมือของเขาที่เริ่มกว้างขึ้น,  ใครๆ ก็คงต้องคิดว่ารูปปั้นหินสีดำก้อนนี้คงไม่หลงเหลือชีวิตอยู่อีกแล้ว  อย่างไรก็ตาม  รูปปั้นหินก้อนนี้กลับดูมีชีวิตเกินไปสักหน่อย

 

เด็กหนุ่มในชุดสีดำที่ร่างกายแข็งทื่ออยู่พลันเริ่มตัวสั่นขึ้นมาเบาๆ ภายในพื้นที่ปิดผนึกบนทะเลไม้อันเงียบสงบ  ติดตามด้วยร่างกายที่สั่นขึ้นมา  แสงสว่างภายในดวงตาดำขลับของเขาและความครุ่นคิดก็หายลับไปอย่างรวดเร็ว  ความกระจ่างแจ้งชัดเจนสว่างวาบขึ้น...

 

มือขวาของเซียวเอี๋ยนจับด้ามไม้บรรทัดซวนยักษ์  ร่างกายตั้งตรงราวทวนยาวเล่มหนึ่ง  รัศมีรุนแรงสายหนึ่งกระจายออกมาเงียบๆ และใบหน้าของเซียวเอี๋ยนก็พลันเคร่งเครียด  ไม้บรรทัดซวนยักษ์ในมือคอยๆ ถูกยกขึ้น  ครั้นแล้ว  ด้วยความเคลื่อนไหวเชื่องช้ายิ่ง  มันถูกแทงออกไป, ถูกยกขึ้น, กวัดแกว่าง,  และกวาดออกไป...

 

พื้นฐานการโจมตีของไม้บรรทัดซวนยักษ์ถูกเซียวเอี๋ยนแสดงออกมาอย่างสมบูรณ์แบบแล้วในขณะนี้  ขณะที่มือของเขาสะบัดออกไป  ความเร็วอันเหมาะสมของไม้บรรทัดซวนยักษ์ก็เริ่มเพิ่มพูนขึ้น  ท้ายที่สุด  ทั่วทั้งร่างของเซียวเอี๋ยนก็แทบจะถูกห่อหุ้มอยู่ในลูกบอลสีดำลูกหนึ่งแล้ว  ทักษะไม้บรรทัดอันยอดเยี่ยมเช่นนี้เป็นสิ่งที่เซียวเอี๋ยนไม่เคยมีมาก่อน

 

เสียงกระหึ่มจากสายลมแรงดังขึ้นเหนือทะเลไม้ขณะลูกบอลสีดำใหญ่กำลังกลิ้งหมุนอยู่เหนือมัน  ใบไม้เหี่ยวเฉาลงในทุกบริเวณที่ลูกบอลนี้แล่นผ่าน  บางครั้งบางครา ใบไม้บางส่วนก็ร่วงไหลเข้าไปหาลูกบอลสีดำและถูกฉีกทึ้งจนกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยในพริบตา

 

ไม้บรรทัดซวนยักษ์ที่เริงร่ายอยู่ยิ่งเร็วขึ้น  อย่างไรก็ตาม  เมื่อถึงจุดหนึ่งซึ่งเซียวเอี๋ยนกำลังจะเพิ่มความเร็วถึงขีดสุด  ไม้บรรทัดซวนยักษ์พลันช้าลง  ความแปรเปลี่ยนกะทันหันนี้ดุจดังผีเสื้อขยับปีกในหัวใจของผู้คน  เป็นแหตุให้คนผู้นั้นต้องรู้สึกเกรงขามเป็นที่สุด

 

เสียงครางอุบเบาๆ ดังออกมาจากเงาร่างมนุษย์ที่มองเห็นได้เลาๆ ภายในลูกบอลสีดำนั้น  พริบตาต่อมา  มองเห็นสีหน้าของเด็กหนุ่มที่ซีดลง

 

แม้สีหน้าของเซียวเอี๋ยนซีดขาวอยู่  เขามิได้หยุดมือในทันที  ประกายแสงอย่างหนึ่งที่โผล่ขึ้นมาในก้นบึ้งแห่งจิตใจของเขากะทันหันฉายวูบขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า  อีกประการหนึ่ง  ขณะที่ไม้บรรทัดซวนยักษ์ในมือของเขากวัดแกว่งไป  บังเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่งซึ่งละเอียดยิ่งภายในวิถีโคจรและมุมโดยที่เขาไม่รู้ตัว

 

จิตของเซียวเอี๋ยนปิดสนิทขณะเริ่มยอมแพ้ต่อการเริ่มกวัดแกว่งไม้บรรทัด  ตรงกันข้าม  เขาเข้าควบคุมแสงสว่างที่ปรากฏขึ้น ณ ที่ใดที่หนึ่งกระทันหันในจิต

 

ลมแหลมคมจากไม้บรรทัดซวนยักษ์เริ่มช้าลง  แทนที่ด้วยตัวไม้บรรทัดซวนยักษ์ที่แกว่