Doupo Cangqiong (斗破苍穹) / Battle Through The Heavens (Novel : Thai Translation)

Fan's Translation for fans only. Do not use it for business purpose. And please support the original work. This translation will end if the right is available in my country.

เซียวเอี๋ยนจ้องมองแสงสีครามเจิดจ้าด้านนอกขณะเดินออกจากประตูหอคอย  เขารู้สึกถึงความอบอุ่นของแสงแดดที่สาดส่องลงมาจากฟากฟ้าและเผลอบังเกิดความรู้สึกซาบซึ้ง  เขากางแขนออกทั้งสองข้างก่อนที่จะพลันหัวเราะเสียดออกมา  คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าการเก็บตัวที่ยังไม่ถึงเดือนดีนี้  แทบทำให้จิตใจของเขาอ่อนไหวเกินไปแล้ว

 

ในเมื่อขณะนี้ ไม้บรรทัดซวนยักษ์ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของเซียวเอี๋ยนไปเสียแล้ว  เขาจึงไม่ค่อยแบกมันไว้เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงจากปัญหาอันอาจจะเกิดขึ้นได้  แม้จะมีผลกระทบต่อการฝึกยุทธ์ของเซียวเอี๋ยนอยู่บ้าง  ก็ช่วยเซียวเอี๋ยนประหยัดความกังวลไปได้

 

เซียวเอี๋ยนเดินไปตามถนนอยู่เกือบครึ่งชั่วโมงจึงกลับถึงบริเวณพื้นที่พักอาศัยของนักเรียนใหม่กลุ่มประตูหิน  เขาจ้องมองเวรยามที่กำลังยืนตัวตรงแน่วราวกับพู่กันอยู่ตรงทางเข้า-ออกและเผลอแอบชื่นชมเงียบๆ ในใจ  เป็นดังที่เซวี่ยนเอ๋อกล่าวไว้จริงๆ  กลุ่มประตูหินผ่านพบวันคืนแห่งการเปลี่ยนแปลงจริงๆ  เมื่อสังเกตรัศมีกายของเวรยามประจำกลุ่มประตูหินเหล่านี้  ดูเหมือนว่าพวกเขากำลังอยู่ในระดับต้าเต๋าซื่อขั้นสูง  เห็นได้ชัด  สมาชิกของกลุ่มประตูหินไม่น้อยฝึกชี่อยู่ในหอฝึกชี่เพลิงฟ้าในระหว่างหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้  ดูเหมือนว่าผลกระทบจากหอคอยแห่งนี้จะเป็นประโยชน์ไม่น้อยเลยทีเดียว

 

เซียวเอี๋ยนค่อยๆ เดินตรงเข้าไปยังทางเข้า-ออกนั้น  พวกยามที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ยังคงจดจำใบหน้าเซียวเอี๋ยนได้  พวกเขาตกใจในเบื้องแรกและจึงบังเกิดความตื่นเต้นขึ้นบนใบหน้าในฉับพลัน  เมื่ออีกฝ่ายเดินใกล้เข้ามา  ทุกคนในที่นั้นรีบยืดคอตะโกนขึ้นมาโดยพร้อมเพรียงกัน  “หัวหน้า!”

 

เสียงอันดังกังวานฉุดสายตารอบด้านของผู้คนที่กำลังเดินทางไปมา  เซียวเอี๋ยนเผยอปากและยิ้มเซ่อซ่าให้แก่พวกเขาและได้แต่ส่ายศีรษะ  เขาเดินตรงไป,  แตะบ่าของยามผู้หนึ่งก่อนที่จะเดินโทงเทงสบายๆ เข้าไปในบริเวณที่พักนักเรียนใหม่  ทิ้งใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตกใจของยามซึ่งได้รับความชื่นชมจากการกระทำของเซียวเอี๋ยน

 

“ฮี่ๆ  ไม่เห็นหน้าเขามาร่วมเดือน  พลังของหัวหน้าดูเหมือนจะก้าวหน้าขึ้นไปเป็นอันมาก  ดูเหมือนว่าเต๋าจงแข็งแกร่งผู้หนึ่งคงจะปรากฏขึ้นในกลุ่มประตูหินของพวกเราในไม่ช้านี้แล้ว  ถึงเวลานั้น  จะทำอะไรแต่ละที,  พวกเราก็ไม่ต้องคอยเฝ้าดูสีหน้าของผู้คนแล้ว”  ยามที่ถูกเซียวเอี๋ยนตบบ่าเมื่อครู่อดไม่ได้ที่จะอ้าปากของตนขึ้นพูดพร้อมยิ้มแย้มขณะจ้องมองแผ่นหลังผลุบๆ โผล่ๆ ของเซียวเอี๋ยน

 

“เชอะ  หัวหน้ายังจะต้องกลัวผู้ใดอีก?  พวกเจ้าทุกคนก็เพิ่งไปฝึกชี่ในหอฝึกชี่เพลิงฟ้ามาเมื่อเร็วๆ นี้,  อย่าบอกข้านะว่าพวกเจ้าไม่เคยได้ยินเรื่องราวนั้น?  ฮี่ๆ  สามารถทำให้เต๋าหลิงสี่ดาวตกใจจนเสียจิตนักสู้อันฮึกเหิมได้ด้วยหมัดๆ เดียว  จะมีสักกี่คนในโรงเรียนส่วนในที่สามารถทำได้เช่นนี้?”

 

“ข้าก็ได้ยินเรื่องนั้นมาเหมือนกัน  ฮ่าๆ  บัดนี้ พอได้ยินว่าพวกเราเป็นสมาชิกของกลุ่มประตูหิน,  ก็ไม่มีกลุ่มไหนกล้ามาดูถูกพวกเราเหมือนแต่ก่อน  ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเพราะหัวหน้า!”

 

เซียวเอี๋ยนย่อมไม่ได้ยินบทสนทนาของพวกยาม  อย่างไรก็ตาม  ตั้งแต่เขาเดินเข้าสู่พื้นที่พักอาศัยของนักเรียนใหม่มาจนถึงบัดนี้  พวกสมาชิกของกลุ่มประตูหินที่เดินทางเข้าๆ ออกๆ ล้วนมีสีหน้าตกใจในคราวแรกที่มองเห็นเขาก่อนที่จะรีบหลีกทางให้  สายตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความเคารพและหวาดกลัวขณะจ้องมองเซียวเอี๋ยนเดินผ่านพวกเขาไปพร้อมด้วยความสงสัยบางประการ

 

เซียเวอี๋ยนเดินกลับไปที่บ้านพักหลังพิเศษ  เมื่อเข้าประตูห้องไป  เขาพบว่าเซวี่ยนเอ๋อ, หูเจีย และอู๋เฮ่าล้วนอยู่ในนั้น  แม้แต่หลินเอี้ยนก็อยู่ในห้องโถงอย่างคาดไม่ถึง

 

เซวี่ยนเอ๋อเป็นบุคคลแรกในหมู่คนทั้งสี่ภายในห้องโถงที่เห็นเซียวเอี๋ยนตรงทางเข้า  อย่างไรก็ตาม  บุคคลแรกที่เกิดปฏิกิริยารุนแรงที่สุดกลับเป็นหลินเอี้ยน  ทุกคนเห็นเขากระโดดโหยงขึ้นจากเก้าอี้ราวกับกระต่ายตัวหนึ่ง  ร่างกายก็พุ่งเข้าไปถึงข้างกายของเซียวเอี๋ยนอย่างรวดเร็วราวกับฟ้าแลบ  ครั้นแล้ว  เขาคว้าชายแขนเสื้อของเซียวเอี๋ยนภายใต้สายตาตกใจของอีกฝ่ายและเอ็ดอย่างกระวนกระวายใจ  “เจ้า, ไอ้หนุ่มน้อย  ในที่สุดก็กลับมาแล้ว  เร็วเข้า  ยาภูติน้ำแข็งและยาน้ำภูติน้ำแข็งชำระไขกระดูกถูกใช้จนหมดเกลี้ยงแล้ว  ข้ารอเจ้ามาตั้งสามวัน, หรือจะสี่วันแล้ว  พรุ่งนี้, หากเจ้ายังไม่ยอมกลับมา  ข้าก็ตั้งใจจะเข้าไปหาเจ้าในหอฝึกชี่เพลิงฟ้าแล้ว”

 

เซียวเอี๋ยนใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดดึงชายแขนเสื้อที่ถูกหลินเอี้ยนดึงไว้กลับมาอย่างสุดความสามารถ  เขากลอกสองตาและเอ่ย  “เหตุใดท่านจึงต้องรีบร้อนนัก?  ท่านไม่ตายเพียงเพราะพิษพวกนั้นยังไม่ถูกขับออกมาสักวันสองวันหรอก...”

 

เซียเวอี๋ยนไม่สนใจหลินเอี้ยนหลังจากที่กล่าวเช่นนี้ออกไป  เขาเดินเข้าไปในห้องโถงและนั่งลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่งก่อนที่จะหันไปพูดพร้อมยิ้มแย้มแก่เซวี่ยนเอ๋อและพวกทั้งสอง  “เป็นอย่างไรบ้าง?  มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นกับกลุ่มประตูหินบ้างหรือไม่?  เจ้าแก๊งขาวนั่นไม่มีความเคลื่อนไหวอันใด  ใช่หรือไม่?”

 

“อา  เดิมที  ยังมีสมาชิกบางคนเล่าว่าพวกเขาได้พบคนของแก๊งขาวเข้ามาหาเรื่องขณะกำลังฝึกชี่อยู่ในหอคอยในช่วงวัน-สองวันแรกที่ท่านเข้าไปเก็บตัว  อย่างไรก็ตาม  ต้องขอบคุณชื่อเสียงภายในหอฝึกชี่เพลิงฟ้าของท่านหลังจากนั้น  เดี๋ยวนี้ พวกแก๊งขาวไม่กล้าอวดดีเกินไปนัก  พวกมันลดความเกะกะระรานเล็กๆ น้อยๆ ไปแล้ว  ข้าคิดว่าการป้องปรามของท่านมีผลใช้ได้ทีเดียว”

 

“ยิ่งไปกว่านั้น  ขณะนี้ยังมีพวกนักเรียนรุ่นพี่บางคนที่ไม่มีสังกัดต้องการที่จะเข้าร่วมกับกลุ่มประตูหินของเรา  เมื่อประเมินดูแล้ว   พลังของนักเรียนรุ่นพี่เหล่านั้นไม่เลวเลยทีเดียว  เกือบทุกคนมีกำลังอยู่ในระดับต้าเต๋าซื่อ”  เซวี่ยนเอ๋อรินน้ำชาอุ่นๆ ถ้วยหนึ่งให้แก่เซียวเอี๋ยนขณะจีบปากยิ้มแย้ม

 

“โอ้?”

 

เซียวเอี๋ยนตกใจเมื่อได้ยินเช่นนี้  เขาพลันยิ้มออกมาด้วยท่าทางเซ่อซ่าและกล่าว  “ข้าแค่อาศัยเรื่องราวของเหลยน่าเป็นคำเตือนเพราะข้าต้องการทำเช่นนั้น  เพื่อที่จะไม่มีผู้ใดกล้าเข้ามาขัดจังหวะข้าในระหว่างที่เก็บตัวอีก  คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าจะมีประโยชน์เช่นนี้ด้วย...”

 

“ไฮ้  มันมีประโยชน์จริงๆ  อย่างไรก็ตาม  ก็ยังมีข้อเสียอยู่มากด้วย  เจ้าทำให้เหลยน่าเสียชื่อ  บัดนี้  เขาคงจะกัดฟันกรอดๆ ในทุกครั้งที่พูดถึงเจ้า  ยิ่งไปกว่านั้น  เจ้ายังไปมีเรื่องกับหลิวเฟย  สตรีผู้นั้นมีแต่หน้าอกทว่าไร้สมอง  อันที่จริง  การสร้างความขุ่นเคืองใจให้แก่นางคงไม่มีอะไร  ทว่าเจ้าไม่ควรจะลืมว่าญาติผู้พี่ของนางเป็นคนอย่างไร  ทวนยาวหลิวซีจอมเผด็จการ  ชื่อนี้มิใช่พวกไร้ชื่อแซ่ทั่วไปในโรงเรียนส่วนใน  ฮี่ๆ  หากเขาต้องการออกหน้าแทนหลิวเฟย  บางที  แม้แต่เพลิงบัวสีม่วง-ครามของเจ้าก็ยังไม่อาจทำอะไรกับ “ทวนทะลายภูผา” ของเขาได้”  เห็นเซียวเอี๋ยนกลับมา  หลินเอี้ยนก็ค่อยระงับความวิตกกังวลของตนลงได้  เขาเดินข้ามห้องโถงมาและหัวเราะเย็นชา

 

“หลิวชิงผู้นั้นมีพลังระดับไหน?”  เซียวเอี๋ยนอดไม่ได้ที่จะมีหน้าบูดบึ้งขึ้นมาขณะเอ่ยถามออกไปเมื่อได้ยินชื่อของหลิวชิงอีกคราหนึ่ง

 

“เจ้าลองถามอู๋เฮ่าดูได้  เมื่อเร็วๆ นี้  เขาไปเตร็ดเตร่อยู่ที่ลานประลองบ่อยไป  และน่าจะมีความเข้าใจหลิวชิงอยู่บ้าง”  หลินเอี้ยนหดตัวกลับไปนั่งลงบนเก้าอี้  เขารู้สึกว่าการอธิบายเรื่องราวจำพวกนี้เป็นสิ่งที่ยุ่งยากที่สุด  ดังนั้น  เขาจึงเพียงบุ้ยปากไปทางอู๋เฮ่า

 

อู๋เฮ่าได้แต่ส่ายศีรษะเมื่อเห็นสายตาของเซียวเอี๋ยนเพ่งมองมา  เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงเอ่ยขึ้น  “ทวนยาวหลิวชิงจอมเผด็จการเป็นหนึ่งในสิบอันดับแรกของทำเนียบยอดฝีมือ  คนที่สามารถเอาชนะเขาได้,  ทั่วโรงเรียนใช้นิ้วมือทั้งสิบนับก็ยังเพียงพอ  อีกอย่างหนึ่ง  บนลานประลองนั้น  เขาเป็นหนึ่งในยอดฝีมือไม่กี่คนที่เคยชนะติดต่อกันถึงแปดรอบ  ผู้คนไม่น้อยในโรงเรียนส่วนในยำเกรงในชื่อเสียงของเขา”

 

เซียวเอี๋ยนจิบชาเบาๆ จากถ้วยชาในมือและพยักหน้าเงียบๆ  ด้วยกำลังของอู๋เฮ่า  เขายังพ่ายแพ้มากกว่าชนะบนลานประลอง  ที่ซึ่งผู้แข็งแกร่งมีจำนวนมากมายราวก้อนเมฆ  ดังนั้น  เซียวเอี๋ยนจึงคาดเดาได้คร่าวๆ ว่าการเอาชนะได้ติดต่อกันแปดรอบนั้นยากเย็นเพียงใด  ดูเหมือนว่า... หลิวชิงผู้นั้นคงเป็นคนที่ยากจะรับมือได้จริงๆ

 

“อย่างไรก็ตาม  เจ้าวางใจได้  คนผู้นั้นคงไม่มีเวลามาช่วยออกหน้าให้แก่หลิวเฟยชั่วคราว  ภายในเวลาครึ่งปีนับจากนี้ไป  จะเป็นการแข่งขันใหญ่ของโรงเรียนส่วนในที่จัดขึ้นทุกๆ ห้าปี  เวลานี้เขาคงใช้เวลาทุกวันอยู่หลังประตู  แม้บางครั้งจะออกมาจากหอคอยบ้าง  เขาก็คงไม่ออกมาหาเรื่องกับเจ้าจนกว่าการแข่งขันใหญ่จะสิ้นสุดลง  แต่ทว่า  หลังจากนั้น... ฮี่ๆ  ก็คงยากที่จะพูดได้”  หลินเอี้ยนเอ่ยอย่างลำพองใจพร้อมยิ้มแย้ม

 

“การแข่งขันใหญ่ของโรงเรียนส่วนใน?”  สองคิ้วของเซียวเอี๋ยนขมวดจนกลายเป็นเส้นตรงขณะเอ่ยถามออกไปอย่างแปลกใจ  “มีการแข่งขันเช่นนี้ด้วยหรือ?  เหตุใดข้าจึงไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย?”

 

“การแข่งขันใหญ่นี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเจ้า...  นี่เป็นการแข่งขันระหว่างยอดฝีมือที่อยู่ในทำเนียบยอดฝีมือ  คนทั่วไปมีสิทธิแค่ชมดูความสนุกจากบนอัฒจันทร์  ดังนั้น  พวกเจ้าทุกคนย่อมไม่มีคุณสมบัติพอที่จะรู้ข่าวเกี่ยวกับมัน”  หลินเอี้ยนห่อปากและกล่าว  “หากคนผู้หนึ่งเข้าสู่ระดับสิบยอดฝีมือสูงสุดในการแข่งขันนี้ได้  คนผู้นั้นจะมีคุณสมบัติพอที่จะได้รับเลือกให้เป็นผู้อาวุโสผู้หนึ่ง  ยิ่งไปกว่านั้น  ยังได้รับโอกาสให้เข้าสู่หอฝึกชี่ชั้นเก้าและได้รับการหล่อหลอมร่างกายจากต้นกำเนิดเพลิงหัวใจ!”

 

“เจ้ารู้หรือไม่  ว่าต้นกำเนิดของเพลิงหัวใจนั้นคืออะไร?  พูดง่ายๆ  หากได้รับการหล่อหลอมร่างกายจากต้นกำเนิดของเพลิงหัวใจ  หากมิใช่คนที่อับโชคจนเกินไป, คนผู้นั้นจะได้รับโอกาสให้ก้าวผ่านเข้าสู่ระดับเต๋าหวังในทันที  หากพูดอย่างนี้  เจ้าเข้าใจหรือไม่?”

 

“ก้าวเข้าสู่ระดับเต๋าหวังได้ตรงๆ?”  เมื่อคำพูดเหล่านี้หลุดเข้าหูของพวกเขา  ดวงตาของอู๋เฮ่าและหูเจียก็เริ่มเร่าร้อนขึ้นมาในทันที  ในการฝึกเต๋าชี่  ระดับเต๋าหวังย่อมเป็นดังช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่ใกล้จะต่อกรกับสรวงสวรรค์ได้แล้ว  ผู้คนนับไม่ถ้วนที่มีพรสวรรค์ในการฝึกยุทธ์ค่อนข้างดี,  ต่างติดอยู่ที่เขตแดนของระดับเต๋าหลิงและไม่อาจะก้าวผ่านมันไปได้เป็นเวลายาวนาน

 

“ต้นกำเนิดเพลิงหัวใจ?”

 

เทียบกับอีกสองคนแล้ว  เซียวเอี๋ยนพุ่งความสนใจไปยังศัพท์อีกคำหนึ่ง  ต้นกำเนิด... จะเป็นไปได้หรือไม่ว่าจะหมายถึง... ร่างที่แท้จริงของเพลิงกระชากใจ?”

 

ถ้วยชาในมือของเขาสั่นเทาเล็กน้อย  ชาบางส่วนกระฉอกออกมา  เซียวเอี๋ยนฝืนกดข่มความตะลึงในหัวใจขณะค่อยๆ วางถ้วยลงบนโต๊ะ  เขาเงยหน้าขึ้นเอ่ยถามหลินเอี้ยน  “จะลงไปที่ชั้นเก้า ต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?”

 

“เจ้าเลิกหวังไปได้เลย”  หลินเอี้ยนกลอกตาและเอ่ยตอบเบาๆ  “พูดให้ง่าย  เป็นไปไม่ได้สำหรับนักเรียนที่จะลงลึกไปถึงชั้นเก้าหรือชั้นสิบ  มีเพียงพวกผู้อาวุโสของทางโรงเรียนจึงจะมีคุณสมบัติ  เพราะฉะนั้น  พวกที่สามารถจบการศึกษาและจากไปพวกนั้น,  กลับยังรั้งอยู่ในโรงเรียนเช่นนี้  ก็ด้วยเจตนาที่จะได้กลายเป็นผู้อาวุโสท่านหนึ่ง  นี่ก็เป็นเพราะว่า  หากได้เป็นผู้อาวุโส  ก็จะมีสิทธิลงไปยังชั้นเก้าหรือกระทั่งชั้นสิบ  ด้วยวิธีนี้... มันจะช่วยให้พวกเขาก้าวขึ้นแตะกำแพงแห่งระดับเต๋าหวงได้เร็วขึ้น”

 

“ยอดยุทธ์ระดับเต๋าหวง...”  เซียวเอี๋ยนถอนหายใจเบาๆ  เขาสบตากับอู๋เฮ่าที่อยู่ข้างกายและมองเห็นความตะลึงลานในดวงตาของอีกฝ่าย  ระดับเช่นนี้ย่อมช่วยให้คนผู้หนึ่งกลายเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้มีอำนาจอันสูงส่งแม้กับทั่วทั้งทวีปแห่งเต๋านี้  ช่างคาดไม่ถึงว่าจะมีบางคนในโรงเรียนส่วนในที่มีเป้าหมายเช่นนี้

 

“การแข่งขันใหญ่... นี่เป็นการแข่งขันที่มีเพียงผู้ที่เข้าสู่ทำเนียบยอดฝีมือจึงจะลงแข่งได้กระนั้นหรือ?”  เซียวเอี๋ยนเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเบาๆ และเอ่ยถามนุ่มๆ

 

“ใช่แล้ว  จะอย่างไร  ต่อให้มีคนลดคุณสมบัติของการเข้าแข่งให้ต่ำลง  เจ้าคิดหวังจะเห็นใครในหมู่นักเรียนใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในโรงเรียนได้ไม่นาน,  มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะได้รับเลือกให้เป็นผู้อาวุโสคนหนึ่งหรือ?”  คำพูดของหลินเอี้ยนยังคงตรงไปตรงมาเช่นเดิม  เขาดูเหมือนจะลืมบางสิ่งไปว่า  นักเรียนใหม่ทั้งสี่คนเบื้องหน้าเขานี้  เป็นเพียงมือใหม่ที่เพิ่งเข้ามาอยู่ในโรงเรียนส่วนในไม่ถึงสองเดือนดี

 

เซียวเอี๋ยนได้แต่ส่ายศีรษะอย่างช่วยไม่ได้กับปลายลิ้นร้ายกาจของอีกฝ่าย  เขาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยและจ้องมองเพดานห้อง  แสงสว่างในดวงตาเป็นประกายลางเลือน  อาจบางที... นี่จะเป็นโอกาส

Comment

  • #3 เฒ่าทารก

    2017-08-14 11:37

    ผู้แต่งนี่ช่างบีบคั้นจิตใจผู้อ่านนะคระนิ kiss

  • #2 NoFearMia

    2017-08-14 10:33

    จะไหวเหรอคุณตี๋ เจอหน้าตัวประกอบนังเอี๋ยนยังแย่เลย ถ้าไม่ได้เพลิงชนิดที่สอง คิดไม่ออกเลย จะเปรี้ยวยังไง

  • #1 ตี๋

    2017-08-13 13:10

    ขอบคุณครับ

    สู้ๆ ถล่มข้างนอกมาเยอะแล้ว คราวนี้ทำลายโรงเรียนให้เรียบบ้าง

View Desktop Version

Hot Vote

กรุณา Login เข้าสู่ระบบก่อนทำการโหวตค่ะ

Report

กรุณา Login เข้าสู่ระบบก่อนทำการโหวตค่ะ