Doupo Cangqiong (斗破苍穹) / Battle Through The Heavens (Novel : Thai Translation)

Fan's Translation for fans only. Do not use it for business purpose. And please support the original work. This translation will end if the right is available in my country.

นักเรียนที่มีคุณสมบัติมากพอที่จะลงสู่หอฝึกชี่เพลิงฟ้าชั้นสี่เพื่อฝึกชี่ได้นั้น,  ปกติแล้วต้องนับว่าเป็นนักเรียนระดับหัวกะทิในโรงเรียนเจียหนัน  เมื่อยังไม่เป็นที่ยอมรับสำหรับชั้นนี้,  เซียวเอี๋ยนจึงมิได้ทำวางท่าเฉกเช่นที่เคยทำบนชั้นสาม  ดังนั้น หลังจากที่เดินเข้าสู่ชั้นสี่แล้ว  สิ่งแรกที่เขาถือว่าเป็นเรื่องจำเป็นที่สุดก็คือการเติมท้องของตนให้เต็มก่อนที่จะเลือกห้องระดับกลางห้องหนึ่งเพื่อดำเนินธุระของตนในการเก็บตัวต่อไป

 

แม้ประสิทธิภาพของห้องฝึกระดับกลางบนชั้นสี่นี้ไม่อาจเทียบได้กับห้องฝึกระดับสูง  หากเทียบอานุภาพของเพลิงหัวใจแล้ว,  ย่อมแข็งแกร่งกว่าในห้องฝึกระดับสูงบนชั้นสาม  ในความคิดของเซียวเอี๋ยนขณะนี้,  นี่นับว่าเหมาะสมแล้ว  การฝึกของเขาก็จะไม่เอาแต่ถูกขัดจังหวะจากผู้คนที่คิดพยายามจะครอบครองห้องฝึกระดับสูง

 

หลังจากที่พบห้องว่างห้องหนึ่งแล้ว  เซียวเอี๋ยนจึงล้วงหม้อกลั่นยาออกมาอีกคราหนึ่งและกลั่นขี้ผึ้งภูติเพลิงเห็ดหลินจือเขียวกับยาภูติลมปราดเปรียว  ในเจ็ดวันแห่งการเก็บตัว,  เขาใช้ยาที่กลั่นได้คราวก่อนไปจนหมดสิ้นแล้ว  ดังนั้น  เขาจึงจำเป็นที่จะต้องเปิดหม้อกลั่นยาของตนและกลั่นพวกมันอีกครา

 

จากประสบการณ์การกลั่นเมื่อครั้งที่แล้ว  ฝีมือกลั่นยาของเซียวเอี๋ยนในครั้งนี้ย่อมเชี่ยวชาญขึ้นกว่าเดิม  ดังนั้น  เวลาที่เขาใช้กลั่นจึงลดลงไปเป็นอันมาก  ยิ่งไปกว่านั้น  คุณภาพและปริมาณที่กลั่นได้ก็ดีกว่าความพยายามในหนแรก

 

หลังจากที่กลั่นยาทั้งสองซึ่งจำเป็นต้องใช้เสร็จเรียบร้อยแล้ว  เขาจึงเริ่มเก็บตัว  แผนการวิวัฒน์ครั้งสำคัญจะต้องดำเนินไปได้โดยไม่มีสิ่งใดมารบกวน

 

คราวครั้งนี้  การเก็บตัวของเซียวเอี๋ยนไม่ถูกขัดจังหวะกลางทางอีก  บางทีอาจจะเป็นเพราะปัจจัยบางอย่าง  ครั้งนี้ยังเป็นช่วงการฝึกที่เขาชื่นชอบที่สุดช่วงหนึ่งอีกด้วย

 

ยามฝึกชี่ย่อมไม่สนใจวันเวลาว่าจะล่วงเลยผ่านไปเท่าใด  เพียงพลิกนิ้วคราวเดียว  เวลาเกือบครึ่งเดือนก็ผ่านพ้นไป  ระหว่างที่เก็บตัวนี้  บางครั้งเซียวเอี๋ยนก็ออกจากห้องฝึกบ้าง  ทว่าเกือบเก้าสิบห้าส่วนของเวลาทั้งหมด  เขาอยู่แต่ภายในห้องฝึกชี่  ขยันขันแข็งที่จะก้าวเข้าสู่ขั้นที่แปดให้ได้

 

ภายใต้การฝึกในลักษณะซึ่งลืมกินลืมนอนเช่นนี้  เซียวเอี่ยนก้าวเข้าสู่เพดานสูงสุดของต้าเต๋าซื่อเจ็ดดาวแล้ว  ผ่านไปครึ่งเดือน,  ในที่สุดเขาก็สัมผัสได้เลาๆ ถึงเขตแดนแห่งขั้นที่แปดแล้ว  บัดนี้  ผ่านการฝึกชี่ไปอีกสอง-สามวัน  เต๋าชี่ภายในร่างกายของเขาเข้าถึงระดับที่สมบูรณ์เต็มที่  มันเหมือนถังน้ำขนาดใหญ่ลูกหนึ่งซึ่งจุน้ำจนเต็ม  ในขณะนี้  เต๋าชี่ในร่างกายของเซียวเอี๋ยนดูราวกับน้ำที่กำลังจะไหลล้นออกมา  หากมีคนเติมลงไปอีกสักหน่อย  มันคงทะลักออกมาจากขอบถังและไหลลงสู่โลกที่กว้างกว่าเป็นแน่

 

โอกาสอันน้อยนิดนี้ในที่สุดก็มาถึงในระหว่างการฝึกชี่ช่วงหนึ่งซึ่งเขาไม่ค่อยรู้สึกตัวนัก...

 

ร่างกายท่อนบนของเซียวเอี๋ยนเปลือยเปล่าอยู่ภายในห้องฝึกอันเงียบสงัด  เขานั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นหินสีดำ  สองมือประสานท่าผนึก  ใบหน้าดูราวกับพระแก่ๆ รูปหนึ่งซึ่งกำลังเข้าฌาน  ริ้วพลังงานแข็งแกร่งที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่ากำลังหลั่งไหลเข้าไปในร่างกายของเขาไม่หยดหย่อนเพราะผลจากขี้ผึ้งภูติเพลิงเห็ดหลินจือเขียวที่ถูกทาไปทั่วร่าง

 

บรรยากาศเงียบสงบดำเนินต่อไปไม่ทราบนานเท่าไหร่  ทันใดนั้น  บังเกิดเสียงต่ำประหลาดที่แสนเบายิ่งราวกับกลองใบหนึ่งซึ่งกำลังถูกตีกระหน่ำอยู่ข้างหู  หากลองตั้งใจฟังดู  เสียงนี้กลับดังออกมาจากร่างกายของเซียวเอี๋ยน!

 

ไม่นานหลังจากที่เกิดเสียงต่ำประหลาดชุดนี้  ร่างอันไม่ขยับเขยื้อนราวเสาไม้ท่อนหนึ่งของเซียวเอี๋ยนดูราวกับกำลังถูกไฟฟ้าช๊อตก็ไม่ปาน  มันสั่นขึ้นกะทันหัน  ใบหน้าก็พลันแดงก่ำเป็นมันขึ้นมาในทันที  แน่นอน  ความเปลี่ยนแปลงนี้มิได้เกิดขึ้นแต่เพียงภายนอก  ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ก็กำลังเกิดขึ้นภายในร่างกายของเขาด้วยเช่นกัน  ที่น่าประหลาดที่สุดก็คือพลังดูดภายในร่างกายที่พลันเพิ่มสูงขึ้นอย่างพรวดพราด

 

ภายในพลังดูดอันหาใดเปรียบปานได้เช่นนี้   ริ้วพลังร้อนสีแดงเข้มที่กำลังล่องลอยอยู่รอบตัวเขาและเคยเข้าสู่ร่างกายของเขาได้อย่างต่อเนื่องเริ่มดูราวกับฝูงวัวป่าบ้าคลั่งที่กำลังอยู่ในสภาพตื่นกลัว  พวกมันไม่สนใจลำดับแม้แต่น้อยในยามหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของเซียวเอี๋ยนอย่างบ้าคลั่ง!

 

ร่างของเซียวเอี๋ยนแปรเปลี่ยนเป็นหลุมลึกไร้ที่สิ้นสุดอีกคราแล้วในขณะนี้  มันรับพลังงานทั้งหมดที่กำลังถาโถมเข้ามา ไม่ว่าพลังงานเหล่านั้นจะมากมายปานไหน  ยิ่งไปกว่านั้น  ยังไม่มีวี่แววว่าความเคลื่อนไหวครั้งนี้จะเบาลง  ตรงกันข้าม  พลังดูดยิ่งมาก็ยิ่งรุนแรงขึ้น  ท้ายที่สุด  ส่งผลให้พลังงานภายในห้องฝึกชี่ดูราวกับผิวของทะเลสาบอันเงียบสงบที่ถูกโยนหินก้อนใหญ่ลงไป  คลื่นพลังงานผันผวนและกลุ่มพลังงานขนาดมหึมาก่อรูปขึ้นโดยมีเซียวเอี๋ยนเป็นศูนย์กลาง  พลังดูดมหาศาลกระตุ้นพลังงานทั้งหมดที่กระจายเต็มอยู่ภายในห้องฝึกนี้

 

ปรากฏการณ์ผิดปกติภายในห้องฝึกนี้ดำเนินต่อไปอยู่เกือบสิบนาทีก่อนที่เสียงกระดูกลั่นจะค่อยๆ อ่อนลง...

 

หลังจากเสียงกระดูกลั่นประหลาดนั้นบังเกิดขึ้น  ริ้วพลังงานปริมาณมหาศาลภายในห้องฝึกจึงเริ่มอ่อนลง  ครู่ต่อมา  ในที่สุดจึงหายลับไป...  ติดตามด้วยริ้วพลังงานที่เลือนหายไปแล้ว, เงาร่างมนุษย์ที่นั่งขัดสมาธิอยู่จึงโผล่กลับออกมาอีกคราหนึ่ง

 

ผ้าคลุมสีดำบนร่างกายของเซียวเอี๋ยนถูกสั่นด้วยกลุ่มพลังงานที่หลั่งไหลเข้าไปอย่างบ้าคลั่งเมื่อครู่จนกลายสภาพเป็นผ้าขาดวิ่น  ขี้ผึ้งภูติเพลิงเห็ดหลินจือเขียวที่ถูกทาไว้ทั่วผิวก็เริ่มระเหิดหายไปจนสิ้น  นอกจากงูสีรุ้งตัวเล็กที่กำลังซ่อนตัวและจำศีลอยู่บนแขนของเขาแล้ว  ส่วนที่เหลือบนร่างกายที่ยังคงผอมบางไม่ค่อยมีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงไปเมื่อเทียบกับเมื่อครู่ก่อน

 

เปลวไฟสีครามแผ่พุ่งออกมาอย่างประหลาดจากดวงตาที่ปิดสนิทในขณะที่พวกมันค่อยๆ ลืมขึ้นมา  ในที่สุด  มันห่อหุ้มรอบดวงตาดำขลับคู่นั้น  เป็นเวลาอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะค่อยๆ หายลับไป

 

เปลวไฟหดตัวแล้ว  ดวงตาดำขลับคู่นั้นดูยิ่งดำขึ้น,  เข้มขึ้น และยังลึกล้ำขึ้นกว่าเดิม  ลมหายใจขุ่นมัวเคลื่อนออกมาตามลำคอและถูกขับออกมายาวเหยียด  ลมหายใจนี้กลับมีไอสีดำปะปนออกมาเล็กน้อย

 

เซียวเอี๋ยนพลันขมวดสองคิ้วมุ่นเมื่อได้เห็นไอดำที่ปนอยู่ในลมหายใจ  หัวใจพลันจดจำถึงสิ่งที่เกือบจะลืมไปเสียสนิทแล้ว  พิษโรยรา  มันก็คือพิษที่กลายพันธ์และแฝงซ่อนลึกล้ำอยู่ภายในร่างกายของเขาและยังยากที่จะรักษาราวกับหนอนที่ชอนไชอยู่ในกระดูกข้อเท้าของผู้คน

 

“คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าข้าจะสามารถขับเจ้า ‘พิษโรยรา’ กระจุกเล็กๆ นี้ออกมาได้โดยอาศัยพลังในชั่วขณะที่กำลังข้ามขั้น...  เจ้าของบ้าๆ นี้,  ช่างทำให้ทั่วทั้งตัวรู้สึกอึดอัดนัก เพราะการซ่อนตัวอยู่ในร่างกายของผู้คนเช่นนี้”  เซียวเอี๋ยนหัวเราะขื่นและส่ายศีรษะ  แม้พิษโรยราในขณะนี้ดูไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อร่างกายของเขา เพราะเพลิงแก่นบัวสีครามที่คอยปกป้องอยู่  ของสิ่งนี้เป็นดังเสี้ยนหนามตำใจของเซียวเอี๋ยนในทุกๆ วันที่มันยังไม่ถูกขับออกไป  ไม่ว่าอย่างไร  เขาก็ได้เป็นประจักษ์พยานรู้เห็นกับตาของตนในพลังของมัน  แม้แต่น่าหลันเจี่ยซึ่งมีกำลังถึงระดับเต๋าหวังผู้หนึ่ง  ก็ยังเกือบจะเอาชีวิตไม่รอดเพราะของสิ่งนี้  ไม่จำเป็นต้องพูดถึงเขาซึ่งเป็นเพียงต้าเต๋าซื่อขั้นที่เจ็ด, ไม่ใช่สิ, ขั้นที่แปดผู้หนึ่งในขณะนี้

 

เซียวเอี๋ยนถอนหายใจเบาๆ ขณะวางความกังวลเกี่ยวแก่พิษโรยราในหัวใจลงไว้ชั่วคราว  เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนและบิดตัว  ทันใดนั้น  เสียงกระดูกลั่นขึ้นราวกับประทัดที่ติดไฟ  ดังขึ้นในห้องฝึกชี่แห่งนี้

 

เมื่อเสียงกระดูกลั่นดังขึ้น  ความรู้สึกผ่อนคลายและสดชื่นเต็มที่ก็ไหลบ่าเข้าไปภายในกระดูกของเซียวเอี๋ยน  การเก็บตัวกว่ายี่สิบวันที่ผ่านมานี้  ในที่สุดเขาก็ก้าวข้ามเข้าสู่ระดับต้าเต๋าซื่อแปดดาวได้สำเร็จดังหวังแล้ว  ช่างเป็นผลลัพธ์ที่หอมหวานสมกับการฝึกอันหนักหน่วงและสันโดษถึงยี่สิบกว่าวันเสียจริง!

 

“แปดดาวแล้ว  ดูเหมือนหนทางที่จะก้าวเข้าสู่ระดับเต๋าหลิงของข้า... อยู่ไม่ไกลนักแล้ว...”  เซียวเอี๋ยนยิ้ม  เขาก้มศีราะลงจ้องมองพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งบนแขนของตนที่กระจายความเย็นราวน้ำแข็งออกมาและอดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นมาพร้อมยิ้มขื่นคราหนึ่ง  “เจ้าตัวน้อยนี้  หลายวันที่ผ่านมาชักจะยิ่งขี้เซามากขึ้น  ขนาดว่ามีความเคลื่อนไหวมากมายปานนี้  มันก็ยังไม่ยอมตื่นขึ้นมาสักนิด...”

 

แม้เซียวเอี๋ยนกำลังเอ็ดมันพร้อมรอยยิ้มในหน้า  ภายในหัวใจกลับทรุดฮวบ  การจำศีลของพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งเป็นเวลานานเช่นนี้  ช่างไม่มีเหตุผลชัดๆ  โดยทั่วไปแล้ว, พญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งที่อยู่ในวัยเติบโตน่าจะกระปรี้กระเปร่าและมีชีวิตชีวาที่สุด  อย่างไรก็ตาม  มันกลับง่วงนอนทั้งวันและไม่มีความตื่นตัวเลยแม้แต่น้อย...  เซียวเอี๋ยนมีความระแวงอยู่ลางๆ ถึงความหมายของพฤติกรรมอันผิดปกติเช่นนี้  เขาอดไม่ได้ที่จะกังวลขึ้นมาเล็กน้อย

 

“ดูเหมือนว่าจิตวิญญาณของพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งเริ่มที่จะถูกราชินีอสรพิษกดข่มแล้ว... เมื่อดูจากสถานการณ์นี้  ข้าเกรงว่าภายในเวลาไม่ถึงปี  ราชินีอสรพิษคงจะยึดครองร่างของพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งได้สำเร็จ  ถึงเวลานั้น  จิตวิญญาณของนางและร่างก็จะหลอมรวมกัน  นางจะกลายเป็นเต๋าจงแข็งแกร่งผู้หนึ่งอย่างแท้จริง... ให้ตายเถอะ,  ดูจากนิสัยอันชั่วร้ายของนาง  สิ่งแรกที่นางจะทำหลังจากที่ควบคุมร่างกายของตนได้แล้วก็คงเป็นการชี้ปลายดาบมาทางข้าแล้ว...”  มือข้างหนึ่งของเซียวเอี๋ยนลูบไล้ผิวของพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งที่ค่อนข้างเย็นจัดนั้น  สองคิ้วของเขาขมวดมุ่นจนกลายเป็นเส้นตรงขณะพร่ำบ่นออกมาช้าๆ

 

“วางใจได้  นางจะยังไม่ทำร้ายเจ้าจนกว่านางจะได้ยาหลอมรวมจิตวิญญาณ  นางจะหลอมรวมจิตวิญญาณของตนกับร่างงูนั้นได้อย่างสมบูรณ์ ได้ยังไง?  นางต้องอาศัยความช่วยเหลือของยาหลอมรวมจิตวิญญาณนั้นเสียก่อน  เพื่อที่จะกลืนจิตวิญญาณของพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้ง  หลังจากนั้น  นางจึงจะสามารถหลอมรวมเข้ากับร่างของพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งได้  ไม่เช่นนั้น  นางจะไม่สามารถควบคุมร่างนั้นได้อย่างสมบูรณ์  ร่างของพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งก็จะกลายเป็นได้แค่ภาระอย่างหนึ่งของนาง”  เสียงหัวเราะสูงวัยสายหนึ่งพลันดังขึ้นในหัวใจของเซียวเอี๋ยน  ช่วยปลอบประโลมหัวใจเขา

 

“อาจารย์!”

 

ใบหน้าของเซียวเอี๋ยนดีใจที่ได้ยินเสียงในหัวใจของตน  เมื่อได้ยินคำพูดของเหยาเหลาเช่นนั้น  เขาจึงทอดถอนใจออกมาอย่างหนักหน่วงคราหนึ่งด้วยความโล่งอก  เขายิ้มและพยักหน้าขณะกล่าวในใจ  “จะเป็นการดีที่สุดหากจะเป็นเช่นนั้น  ตราบใดที่นางยังต้องการยาหลอมรวมจิตวิญญาณ  ข้าก็จะยังมีเบี้ยที่จะใช้เจรจาเงื่อนไขกับนางได้  จะเป็นการดีที่สุดหากข้าจะเก็บเต๋าจงแข็งแกร่งผู้หนึ่งไว้คอยช่วยเหลือได้”

 

“ถูกต้องแล้ว  ราชินีอสรพิษที่ก้าวข้ามขีดจำกัดระดับเต๋าหวงไปได้แล้วย่อมมีศักยภาพไร้ที่สิ้นสุดในอนาคตข้างหน้า  ในอดีตนั้น  เคยมีราชินีอสรพิษตนหนึ่งซึ่งสามารถวิวัฒน์และปรากฏตัวขึ้นบนทวีปแห่งเต๋า  อย่างไรก็ตาม  ร่างจริงของนางมิใช่พญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้ง  ทว่าเป็นสัตว์เทพโบราณดุร้ายอีกชนิดหนึ่ง,  พญางูสีม่วง-ทองเจ็ดปีก  แม้มันจะค่อนข้างอ่อนแอกว่าพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งอยู่บ้าง  เต๋าจวนผู้สูงส่งถึงสามคนก็ยังต้องระดมกำลังร่วมกันเพื่อที่จะสังหารนาง”  เหยาเหลาหัวเราะ  เสียงของเขาแฝงไว้ด้วยความรู้สึกชื่นชม

 

“เต๋าจวนสามคน?”

(เต๋าจื่อชี่ <- เต๋าเจ่อ <- เต๋าซื่อ <- ต้าเต๋าซื่อ <- เต๋าหลิง <- เต๋าหวัง <- เต๋าหวง <- เต๋าจง <- เต๋าจวน <- เต๋าเซิง <- เต๋าตี้)

 

มุมปากของเซียวเอี๋ยนเผยอแยก  ฐานะนี้บรรจุด้วยแรงกดดันมหาศาลต่อเซียวเอี๋ยนจนไม่ทราบจะกล่าวอะไร  เขารู้สึกมืดบอดอยู่ครู่ใหญ่ก่อนที่สายตาจะหันกลับไปทางพญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้งบนท่อนแขนของตน  เขาหัวเราะเจื่อนออกมาและบ่นอุบ  “ในอนาคตข้างหน้า,  ยายป้าแก่ผู้นี้จะแข็งแกร่งถึงปานนั้นเทียวหรือ?  ข้ามิใช่จะโชคร้ายเกินไปเสียหน่อยแล้วหรือ?  อา... พญางูกลืนกินสรวงสวรรค์สีรุ้ง  เจ้าต้องอดทนไว้ก่อนนะ  อย่าถูกนางผู้หญิงคนนั้นกลืนกินได้ง่ายๆ  ไม่เช่นนั้น พวกเราทั้งสองคนก็คงไม่ได้เจอดีเป็นแน่...”

 

ขณะที่เซียวเอี๋ยนครุ่นคิดถึงรังสีสังหารเย็นชาเฉยเมยที่มองเห็นได้เลาๆ ซึ่งราชินีอสรพิษมักแสดงต่อเขาเสมอมานั้น,  หัวใจของเขาก็พลันหนาวยะเยือกตัวสั่นระริกขึ้นมาอย่างแรง  ถูกสตรีที่น่าสะพรึงกลัวจำพวกนี้หมายตา  ช่างไม่นับว่าเป็นเรื่องดีเอาเสียเลย...

Comment

  • #3 NoFearMia

    2017-08-13 07:19

    ผู้แต่งใจร้ายแท้กว่านังเอี๋ยนจะฝ่าไปแต่ล่ะขั้นแทบตาย แล้วดูตัวประกอบแต่ล่ะตัว เต๋าหลิงงี้ เต๋าหวังงี้ แล้วพระเอกตูเมื่อไหร่จะได้เกิดฟ่ะ!!

  • #2 เฒ่าทารก

    2017-08-12 21:13

    เออะ ... สุขสันต์วันแม่เช่นกันครัช คุงตี๋และทุกท่านๆ

  • #1 ตี๋

    2017-08-12 21:05

    ขอบคุณครับ

    สุขสันต์วันแม่ครับท่านเฒ่าทารก วันนี้ลูกๆ พาไปฉลองที่ไหนเอ่ย

View Desktop Version

Hot Vote

กรุณา Login เข้าสู่ระบบก่อนทำการโหวตค่ะ

Report

กรุณา Login เข้าสู่ระบบก่อนทำการโหวตค่ะ