Doupo Cangqiong (斗破苍穹) / Battle Through The Heavens (Novel : Thai Translation)

Fan's Translation for fans only. Do not use it for business purpose. And please support the original work. This translation will end if the right is available in my country.

ใบหน้าของเซียวเอี๋ยนทั้งเย็นชาทั้งเฉยเมย  บัวเพลิงสีม่วง-ครามในมือกระแทกเข้าใส่ใบหน้าตกใจและหวาดกลัวของเหลยน่าอย่างโหดเหี้ยม  ดูจากพลังมหาศาลของมัน  เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายไม่มีความคิดที่จะปราณีแม้แต่น้อย

 

“หยุดมือ!”

 

อย่างไรก็ตาม  ชั่วขณะที่บัวเพลิงอยู่ห่างจากเหลยน่าราวสองฟุต  เสียงร้องต่ำสูงวัยสายหนึ่งดังถ่ายทอดมาจากที่ไกลออกไป  พลังเต๋าชี่ที่บรรจุอยู่ในเสียงร้องนั้นแข็งแกร่งนัก  ส่งผลให้แก้วหูของบรรดานักเรียนที่อยู่ในบริเวณนี้ลั่นจนรู้สึกเจ็บปวด

 

ใบหน้าของเซียวเอี๋ยนแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงร้องนี้  ความคิดหนึ่งพุ่งวาบขึ้นในใจ  เซียวเอี๋ยนฝืนหยุดฝ่ามือชั่วร้ายที่กำลังกระแทกลงไปกลางอากาศ  แม้จะทำเช่นนี้แล้ว  อุณหภูมิที่สูงร้อนในบัวเพลิงยังคงเผาไหม้เส้นผมของเหลยน่าจนกลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา

 

“ชี่!”

 

ชั่วขณะที่ฝ่ามือของเซียวเอี๋ยนหยุดลง  พลังแข็งแกร่งยิ่งยวดสายหนึ่งพลันพุ่งวูบมาจากกลางอากาศ  อย่างไรก็ตาม  มันมิได้พุ่งตรงเข้าใส่เซียวเอี๋ยน  ตรงกันข้าม  มันกลับพุ่งเข้าใส่ร่างของเหลยน่าอย่างหนักหน่วง  ทันใดนั้น  ภายใต้พลังร้ายกาจชุดนี้,  ร่างของเหลยน่าดูราวกับว่าวตัวหนึ่งซึ่งถูกตัดสายป่านทิ้ง  เขากลิ้งไปในอากาศสอง-สามตลบก่อนที่จะกระแทกเข้าใส่กำแพงอย่างหนักหน่วง  ทันใดนั้น  เขากระอักเอาเลือดสดๆ ออกมาคำหนึ่ง  ย้อมจนพื้นหินสีดำสนิทกลายเป็นสีแดงฉาน

 

เมื่อเหลยน่าซึ่งอยู่ข้างหน้าเขาถูกส่งปลิวไปได้ภายในหมัดเดียว  เซียวเอี๋ยนสูญเสียเป้าหมายของตนแล้ว  เขาได้แต่ค่อยๆ ยืดตัวขึ้นตรงขณะที่ฝ่ามือลากเพลิงบัวสีคราม-ม่วงขนาดราวฝ่ามือตามไป  เขามองตามสายตาของทุกคนในที่นั้นและหันไปยังต้นเสียง

 

ที่สุดปลายทางเดินซึ่งมีความสว่างไสว  เงาร่างมนุษย์หลายคนกำลังพุ่งตัวเข้ามา  คนที่อยู่ข้างหน้าเป็นชายสูงวัยผู้หนึ่งอย่างแน่นอน  ฝีเท้าของเขาคล่องแคล่วนัก  ทุกคนเพียงเห็นร่างกายของเขากำลังกระโจนสองสามก้าวและพุ่งตัวมาในขณะปรากฏกายเข้าสู่บริเวณที่เกิดเหตุ

 

“ผู้เฒ่าเหอ!  เหตุใดเขาจึงต้องเข้ามาขัดจังหวะ?  กระทั่งทำให้เขาออกมาด้วยตนเอง?”

 

เห็นการปรากฏตัวของผู้เฒ่าซึ่งหลังโกงเล็กน้อยผู้นี้  สีหน้าของนักเรียนที่กำลังสังเกตการณ์อยู่บางคนเผลอแปรเปลี่ยนแล้ว  พวกเขาเผลอร้องออกมา  บรรดาผู้พิทักษ์หอคอยเหล่านี้ล้วนมีตำแหน่งที่สูงยิ่งภายในโรงเรียนส่วนใน  ปกติแล้วพวกเขาไม่ค่อยปรากฏตัวออกมาในเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทระหว่างนักเรียนด้วยกัน  ช่างคาดไม่ถึงว่าผู้ที่รับผิดชอบสูงสุดบนหอคอยชั้นสามกลับแสดงตัวออกมาในวันนี้  เป็นเหตุให้บรรดานักเรียนเผลอรู้สึกแปลกใจ

 

ไม่นานหลังจากที่ผู้เฒ่าท่านนี้พุ่งตัวออกมา  เงาร่างมนุษย์อีกสี่-ห้าสายก็โผล่ตามหลังเขามาอย่างรวดเร็ว  พวกเขาเหล่านี้ล้วนเป็นอาจารย์ประจำหอคอย  พวกเขารีบรุดมาเพราะสัมผัสได้ถึงพลังงานผันผวนที่น่าสะพรึงกลัวที่นี่เหมือนๆ กัน

 

“เจ้ากำลังทำอะไร?”  สายตาแหลมคมของผู้เฒ่าหลังโกงกวาดมองรอบด้านขณะส่งเสียงร้องเย็นชาออกมา

 

นักเรียนรอบด้านพากันปิดปากสนิทเมื่อได้ยินคำถามของท่านผู้เฒ่า  ฐานะของผู้เฒ่าเหล่านี้ภายในโรงเรียนส่วนในเป็นสิ่งที่ไม่อาจละเมิดได้  หากคิดแข็งขืน  อาจต้องพบความทุกข์ใจไม่น้อย

 

“ผู้เฒ่าเหอ  เหตุใดพวกเราจึงรบกวนถึงท่านผู้เฒ่าได้?  นี่เป็นเพียงการซ้อมมือเล็กๆ น้อยๆ ทั่วไปเท่านั้นเอง”  เสียงที่ค่อนข้างอ่อนหวานน่ารักทำลายความเงียบ  ที่แท้ก็คือหลิวเฟยที่รีบสาวเท้าเข้าไปและเอ่ยพร้อมด้วยรอยยิ้มแก่ผู้เฒ่าเหอ

 

“การซ้อมมือทั่วไป?  หากข้ามาช้ากว่านี้อีกแม้เพียงเล็กน้อย  เกรงว่าชีวิตหนึ่งคงต้องสูญสิ้นไปแล้ว!”  ผู้เฒ่าเหอเอ็ดเสียงเย็น  เขาหันสายตาไปหยุดลงบนร่างของเซียวเอี๋ยน  เมื่อสายตากวาดเลยไปถึงเพลิงบัวสีม่วง-ครามในมือของเซียวเอี๋ยนแล้ว  สองตาของเขาพลันหรี่แคบลง  เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานอันน่าสะพรึงกลัวที่บรรจุอยู่ในบัวเพลิงนั้น

 

“เจ้าเด็กน้อย  เจ้าช่วยสลายบัวเพลิงในมือของเจ้าทิ้งเสียก่อนได้หรือไม่?  ข้าจะเป็นผู้ให้ความยุติธรรมต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่นี่ให้เอง”  ผู้เฒ่าเหอสาวเท้าเข้าหาเซียวเอี๋ยนก้าวหนึ่งจึงหยุดลง  ภายในรัศมีนี้  เขาจึงสามารถยื่นมือเข้าช่วยชีวิตได้ทันการณ์, หากจะเกิดเหตุนอกเหนือความคาดหมายใดๆ

 

“ข้าจะปฏิบัติตามคำสั่งของท่านผู้เฒ่า”  เซียวเอี๋ยนลังเลอยู่ครู่หนึ่งเมื่อได้ยินคำพูดของผู้เฒ่าเหอ  ครั้นแล้วจึงพยักหน้า  เขาล่วงรู้ถึงพลังของผู้เฒ่าประจำโรงเรียนส่วนในเหล่านี้เป็นอย่างดี  ปกติแล้ว  เขาย่อมไม่คิดที่จะล่วงเกินคนเหล่านี้ง่ายๆ

 

มือขวาของเซียวเอี๋ยนคลุมลงไปบนบัวเพลิงสีม่วง-ครามในมือ  จิตสัมผัสแผ่พุ่งออกมาและล่วงล้ำเข้าไปในเปลวไฟ  แยกเปลวไฟที่เชื่อมประสานกันอย่างแน่นหนาภายในนั้น  ด้วยพละกำลังที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นอันมากสำหรับเขาในขณะนี้  ความสามารถในการควบคุมเพลิงบัวยูไรพิโรธก็ช่ำชองขึ้นเป็นอันมาก  ที่ผ่านมา  เขาไม่สามารถควบคุมส่วนที่หลอมรวมกันอยู่  ทว่าบัดนี้  เขามีความสามารถในการสลายหรือปลดปล่อยมันได้ตามใจปรารถนา

 

การแยกสลายที่กำเนิดจากพลังจิตนั้นเป็นเหตุให้เพลิงสีม่วง-ครามกลายเป็นลูกคลื่นในพริบตา  เมื่อเห็นความผันผวนบนเปลวไฟนั้น  ใบหน้าของผู้เฒ่าเหอบังเกิดความกังวลมากขึ้น  สองมือเหี่ยวย่นของเขาห่อเล็กน้อยราวกับกรงเล็บอินทรีตัวหนึ่ง  เต๋าชี่รุนแรงจนมองเห็นได้เลาๆ กลุ่มหนึ่งปรากฏขึ้นในฝ่ามือ  เตรียมพร้อมที่จะลงมือในทุกขณะ

 

อย่างไรก็ตาม  โชคดีที่สถานการณ์เลวร้ายที่สุดที่ผู้เฒ่าเหอคาดคิดมิได้เกิดขึ้น  หลังจากที่เปลวไฟสีม่วง-ครามนั้นผันผวนขึ้นมาเล็กน้อยแล้ว  พวกมันก็ค่อยๆ เลือนหายไป  ครู่ต่อมา  พวกมันหายลับไปในอากาศเบาบางบนฝ่ามือของเซียวเอี๋ยน

 

เห็นเปลวไฟที่น่าสะพรึงกลัวชุดนี้หายไปในที่สุดแล้ว  ผู้เฒ่าเหอจึงลอบถอนหายใจออกมาเงียบๆ  ร่างกายที่ขึ้งเครียดอยู่นั้นก็ค่อยๆ ผ่อนคลายลง

 

“เจ้าเด็กน้อย  เจ้าคือเซียวเอี๋ยนใช่หรือไม่?”  นอกจากได้ถอนหายใจโล่งอกออกมาแล้ว,  ผู้เฒ่าเหอมองเซียวเอี๋ยนขึ้นๆ ลงๆ และคาดเดา  เขาหวนนึกถึงเพลิงบัวที่น่าสะพรึงกลัวเมื่อครู่  ความประหลาดใจฉายวูบขึ้นในดวงตาของเขาขณะเอ่ยถามเซียวเอี๋ยน

 

เซียวเอี๋ยนตกใจเล็กน้อย  ไม่คาดคิดว่าแม้แต่ผู้เฒ่าเหอท่านนี้ก็ยังเคยได้ยินชื่อของเขา  ทันใดนั้น  เขารีบพยักหน้า  “ผู้น้อยเซียวเอี๋ยน  คารวะท่านผู้เฒ่าเหอ”

 

“เคะๆ”  ผู้เฒ่าเหอยิ้มแย้มและพยักหน้า  สีหน้าเฉียบขาดเย็นชาของผู้เฒ่าเหอดูอ่อนโยนขึ้นเมื่อเผชิญหน้ากับเซียวเอี๋ยน  เขาเอ่ยถาม  “เกิดอะไรขึ้นที่นี่?”

 

“ผู้เฒ่าเหอ  ท่านก็รู้ว่าห้องฝึกนี้เป็นสถานที่ที่เฟยเอ๋อใช้บ่อยๆ  วันนี้  มันกลับถูกคนผู้นี้ยึดครอง  พี่ใหญ่เหลยน่าเพียงกำลังช่วยเฟยเอ๋อถามหาความยุติธรรม  อย่างไรก็ตาม  คิดไม่ถึงว่าคนผู้นี้กลับคิดจะลงมืออย่างโหดเหี้ยมนัก  หากผู้เฒ่าเหอไม่ตะโกนออกมาเมื่อครู่  เกรงว่าพี่ใหญ่เหลยน่าคงต้องเสียชีวิตที่นี่แล้ว”  ได้ยินผู้เฒ่าเหอเอ่ยถามเกี่ยวกับเรื่องราวทั้งหมด  หลิวเฟยรีบชิงตัดหน้าก้าวหนึ่ง  ใบหน้าน่ารักของนางมีความคับข้องใจขณะอธิบายถึงสิ่งที่เกิดขึ้น

 

นางฝึกชี่อยู่ที่ชั้นสามนี้มาเป็นเวลานานแล้ว  ดังนั้น  หลินเฟยและผู้เฒ่าเหอจึงเคยพบหน้ากันมาแล้วสอง-สามครั้ง  ยิ่งไปกว่านั้น  ด้วยความงดงามของอีกฝ่าย  ผู้เฒ่าเหอจึงให้ความเอ็นดูแก่นางในยามที่ได้สนทนากันตามโอกาส  เมื่อนางชิงเป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อน  นางย่อมมีเจตนาให้ผู้เฒ่าเหอลงโทษเซียวเอี๋ยน

 

หากเป็นเวลาทั่วไปและเกี่ยวข้องกับนักเรียนทั่วไป  ผู้เฒ่าเหออาจจะเอ็ดอีกฝ่ายในฐานะที่บุรุษผู้หนึ่งไม่ควรโต้เถียงกับสตรี  อย่างไรก็ตาม  คู่วิวาทในวันนี้คือเซียวเอี๋ยน  ผู้เฒ่าที่หนึ่งเคยเอ่ยถึงชื่อของคนผู้นี้และยังต้องการให้พวกเขาทุกคนคอยดูแลนักเรียนผู้นี้  ดังนั้น  ความต้องการของหลิวเฟยคงส่งผลให้นางต้องผิดหวังแล้ว

 

แน่นอน  หลังจากที่ได้ยินคำบอกเล่าจากหลิวเฟย  ผู้เฒ่าเหอกระพริบตาเบาๆ  และเมินเฉยต่อนาง  เขาเพียงหันไปทางเซียวเอี๋ยนและยิ้มแย้มขณะเอ่ยออกไป  “เซียวเอี๋ยน  เหตุใดเจ้าไม่อธิบายว่าเกิดสิ่งใดขึ้นบ้าง”

 

เห็นผู้เฒ่าเหอไม่สนใจนาง  หลิวเฟยเผลอสะดุ้งและพลันล่าถอยไปด้วยใบหน้าจืดเจื่อน  นางรู้ดีถึงพลังของผู้เฒ่าเหล่านี้  หากมีญาติผู้พี่ของนางมาอยู่ที่นี่  ผู้เฒ่าท่านอาจจะยังยอมเห็นแก่หน้าเขาบ้าง  อย่างไรก็ตาม  ลำพังความสามารถและพรสวรรค์ของนาง... นางจึงได้แต่ประหยัดความพยายามเอาไว้

 

เซียวเอี๋ยนชำเลืองมองหลิวเฟยด้วยสีหน้าเรียบเฉย  นางคนโฉดที่เริ่มเป็นฝ่ายกล่าวหา  รอยยิ้มเย็นสายหนึ่งซึ่งเขาไม่ปิดซ่อนลากผ่านใบหน้าของตนขึ้นมา  เขายกสองมือขึ้นคำนับแก่ผู้เฒ่าเหอและอธิบายเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นเมื่อครู่อย่างละเอียดตั้งแต่ต้นจนจบ  ด้วยว่ามีผู้สังเกตการณ์อยู่มากมาย  เซียวเอี๋ยนจึงไม่กล่าวสิ่งใดเกินจริง  ทว่าเพียงบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดตามความเป็นจริงที่เกิดขึ้น

 

สีหน้าของผู้เฒ่าเหอเผลอบูดเบี้ยวน่าเกลียดขึ้นมาเล็กน้อยในขณะที่เซียวเอี๋ยนบอกเล่าเรื่องราว  เขาหันศีรษะไปเล็กน้อยและจ้องมองเหลยน่าที่กำลังปีนป่ายลุกขึ้นยืนตรงมุมกำแพงด้วยสายตาเย็นชา  สายตาของเขานี้เป็นเหตุให้สีหน้าที่ค่อนข้างกังวลใจอยู่แต่เดิมของเหลยน่ายิ่งซีดขาวขึ้น

 

หลิวเฟยที่อยู่ด้านข้างได้ยินเซียวเอี๋ยนเปิดเผยความเกี่ยวข้องของนาง  ใบหน้าน่ารักก็เผลอน่าเกลียดขึ้นมาอีกคราหนึ่งแล้ว

 

“เหลยน่า  ในฐานะรุ่นพี่  เจ้ากลับไม่ทำตามกฎประจำหอคอย  เจ้าจะถูกปรับพลังงานเพลิงเป็นจำนวนสามสิบวัน  ซึ่งเจ้าจะต้องไปจ่ายค่าปรับภายในเวลาสามวัน  ไม่เช่นนั้น  เจ้าจะถูกลงโทษโดยการห้ามเข้ามาในหอฝึกชี่เพลิงฟ้าแห่งนี้เป็นเวลาหนึ่งเดือน”  หลังจากที่เซียวเอี๋ยนเปิดเผยเรื่องราวทั้งหมดออกมาแล้ว  ผู้เฒ่าเหอพยักหน้า  ภายใต้สายตาสังเกตุการณ์มากมาย  เขาหันไปทางเหลยน่าและกล่าวเย็นชา

 

เมื่อได้ยินคำตัดสินลงโทษที่ออกมาจากปากของผู้เฒ่าเหอ  นักเรียนรอบด้านได้แต่ตกใจ  ทันใดนั้น  พวกเขาหันสายตาเวทนาไปทางเหลยน่าผู้มีใบหน้าซีดขาว  คนผู้นี้กำลังจะสูญเสียมากมายในคราวนี้แล้ว

 

“หลิวเฟย  แม้เจ้าจะไม่ได้เป็นผู้ลงมือกระทำความผิดหลัก  ทว่าเจ้าก็มีความผิดในฐานะที่เป็นผู้ยุยงและจะต้องถูกปรับพลังงานเพลิงเป็นจำนวนสิบวัน  เจ้าจะต้องจ่ายภายในเวลาสามวัน  หรือจะต้องถูกลงโทษตามที่ได้บอกไปแล้วเมื่อครู่”  สายตาเย็นชาหันไปทางหลิวเฟยอีกคราหนึ่ง  อย่างไรก็ตาม  เสียงร้องนั้นทำให้หลิวเฟยตัวแข็งทื่อขึ้นมาเล็กน้อย  นางคาดไม่ถึงว่าผู้เฒ่าเหอจะลงโทษนางด้วย

 

“เซียวเอี๋ยน  แม้เจ้าจะมีเหตุผลที่ดี  การโจมตีของเจ้ารุนแรงเกินไป  เจ้าจะต้องถูกปรับพลังงานเพลิงเป็นจำนวนห้าวัน  ถือเป็นการตักเตือน”  ในที่สุดผู้เฒ่าเหอหันไปทางเซียวเอี๋ยนและร้องออกมาเบาๆ

 

ได้ยินบทลงโทษที่ผู้เฒ่าเหอมอบให้แก่เซียวเอี๋ยนเป็นจำนวนน้อยนิด  ผู้คนรอบด้านตกใจอีกคราหนึ่งแล้ว  พวกเขามองหน้ากันและกัน  ทันใดนั้น  พวกเขาดูเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่างและพากันนิ่งเงียบ  ตามกฎแล้ว  หากใช้การโจมตีที่รุนแรงถึงตายในระหว่างประลองกันจะต้องถูกลงโทษอย่างหนักที่สุด  ผู้โชคร้ายบางคนไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าฝึกชี่ในหอฝึกชี่เพลิงฟ้าเป็นเวลาถึงหนึ่งหรือสองเดือน  เทียบกับค่าปรับพลังงานเพลิงจำนวนห้าวันของเซียวเอี๋ยนแล้ว  ย่อมแตกต่างกันราวฟ้ากับดินเลยทีเดียว...

 

ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าเซียวเอี๋ยนจะได้รับการสนับสนุนถึงเพียงนี้  คราวครั้งนี้หลิวเฟยและเหลยน่านับว่าเตะใส่แผ่นเหล็กเข้าให้แล้ว

 

“ผู้เฒ่าเหอ  ท่านไม่ลงโทษเซียวเอี๋ยนเบาเกินไปหรือ?  คนที่ใช้กำลังรุนแรงขณะประมือกันจะถูกห้ามไม่ให้เข้ามาในหอฝึกชี่เพลิงฟ้า!”  ใบหน้าของหลิวเฟยเขียวคล้ำ  น้ำเสียงของนางก็แหลมขึ้น

 

“หากเจ้าไม่พอใจกับการตัดสินของข้า  เจ้าก็ไปหาท่านผู้เฒ่าที่หนึ่งหรืออาจารย์ใหญ่ได้เลย..”  ผู้เฒ่าเหอชำเลืองมองหลิวเฟยก่อนที่จะพูดขึ้นมาเรียบๆ

 

หลิวเฟยเคืองใจนักเมื่อได้ยินเช่นนี้  ผู้เฒ่าที่หนึ่งนั้นแทบไม่เคยปรากฏตัวเลย  แล้วนางจะไปหาเขาพบได้ที่ใดเล่า?  ส่วนอาจารย์ใหญ่นั้น  นางไม่เคยเห็นอาจารย์ใหญ่ลึกลับผู้นี้มาก่อนเลยตั้งแต่เข้ามาในโรงเรียนส่วนในแห่งนี้  ไม่ต้องพูดถึงการถามหาความช่วยเหลือสำหรับความไม่ยุติธรรมนี้

 

“เอาล่ะ  เรื่องราวในวันนี้ก็ควรจะสิ้นสุดลงที่นี่  หากมีผู้ใดไม่ทำตามกฎของหอคอยอีกในกาลข้างหน้า  ก็อย่าได้โทษว่าข้าลงโทษหนักอีก”  สายตาของผู้เฒ่าเหอชำเลืองมองรอบด้าน  คนที่สบเข้ากับสายตาของเขาต่างรีบก้มศีรษะลง

 

ผู้เฒ่าเหอชำเลืองมองเซียวเอี๋ยนก่อนที่จะหมุนตัวและเดินกลับไปตามเส้นทางที่เขาเข้ามา

 

“เจ้าเด็กน้อย  ครั้งหน้าหากเจ้าซ้อมมือกับผู้ใด  อย่าทุ่มสุดตัวเช่นวันนี้อีก  การที่เจ้าต้องการแสดงความสามารถนั้นเป็นเรื่องดี  ทว่าคนผู้หนึ่งไม่อาจประสบความสำเร็จตามใจปรารถนาได้หากกระทำการเกินเลย...”  เซียวเอี๋ยนจ้องมองผู้เฒ่าเหอที่กำลังจากไป  เขากำลังจะโค้งกายลงส่งอีกฝ่ายจากไปด้วยความเคารพเมื่อเสียงสูงวัยสายหนึ่งดังก้องขึ้นข้างหูของเขาเบาๆ  เซียวเอี๋ยนสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงนี้ก่อนที่จะพยักหน้าเงียบๆ

 

เมื่อผู้เฒ่าเหอจากไป  บริเวณนี้จึงกลับสู่ความเงียบที่น่าอึดอัดอย่างหนึ่ง  เสริมด้วยแววเคารพและหวาดกลัวที่ปรากฏขึ้นในดวงตาของผู้คนที่จ้องมองเซียวเอี๋ยนเหล่านั้น  มันไม่ได้เกิดจากการที่ผู้เฒ่าเหอช่วยปกปิดการกระทำของเขา  ทว่าเกิดจากดอกบัวเพลิงที่น่าสะพรึงกลัวซึ่งเซียวเอี๋ยนแสดงออกมา  คนที่มีสายตาแหลมคมย่อมสามารถมองเห็นได้ว่าหากการจู่โจมของเซียวเอี๋ยนไม่ถูกผู้เฒ่าเหอหยุดเอาไว้  และหากผู้เฒ่าเหอไม่ปรากฎกายขึ้น  เหลยน่าก็อาจจะกลายเป็นซากศพไปแล้วในขณะนี้

 

เซียวเอี๋ยนไม่กังวลกับสายตารอบด้าน  เขาหมุนตัวอีกคราหนึ่งและเดินกลับเข้าไปในห้องฝึกระดับสูงแห่งนั้น  ขณะเดินผ่านหลิวเฟย  เขาหยุดฝีเท้าลงและเอ่ยเบาๆ  “ข้าไม่เตะเจ้าก็เพราะว่าเจ้าเป็นอิสตรี  หากเจ้าเป็นผู้ชาย  จุดจบของเจ้าก็คงไม่ดีไปกว่าเหลยน่าเท่าไหร่...”

 

ครั้นกล่าวจบ  เซียวเอี๋ยนปัดชายแขนเสื้อและเดินเข้าไปในห้องฝึก  ทิ้งหลิวเฟยหน้าคล้ำผู้กำลังกัดฟันสีเงินของตนกรอดๆ เอาไว้เบื้องหลัง

Comment

  • #1 ตี๋

    2017-08-11 18:41

    ขอบคุณครับ

    มีแบ็คแบบนี้ เจ๋งกว่าโชว์พาวด้วยตัวเองอีก

View Desktop Version

Hot Vote

กรุณา Login เข้าสู่ระบบก่อนทำการโหวตค่ะ

Report

กรุณา Login เข้าสู่ระบบก่อนทำการโหวตค่ะ