Doupo Cangqiong (斗破苍穹) / Battle Through The Heavens (Novel : Thai Translation)

Fan's Translation for fans only. Do not use it for business purpose. And please support the original work. This translation will end if the right is available in my country.

ภายใต้คำพูดเย็นชาเรียบเฉยของเซียวเอี๋ยน,  สีหน้าของหลิวเฟยค่อยๆ น่าเกลียดขึ้น  ให้ทางโรงเรียนส่วนในสร้างห้องฝึกพิเศษสักห้องหนึ่งให้นางหรือ?  หากคำพูดเหล่านี้แพร่หลายออกไป,  คงได้มีคนกลุ่มใหญ่หัวเราะจนแทบตายแล้ว  ด้วยฐานะเช่นโรงเรียนเจียหนันภายในทวีปแห่งเต๋านี้,  อย่าว่าแต่นางจะเป็นเพียงนักเรียนผู้หนึ่งซึ่งนับได้ว่าพอจะมีพรสวรรค์อันโดดเด่น,  แม้แต่ญาติผู้พี่ของนาง, หลิวชิง ผู้ซึ่งนับได้ว่าค่อนข้างมีชื่อเสียงอยู่ในโรงเรียนส่วนใน  ก็ยังไม่มีคุณสมบัติปานนี้  ดังนั้น  คำพูดที่เซียวเอี๋ยนเพิ่งเอ่ยออกมา  ย่อมเต็มไปด้วยคำเย้ยหยันต่อนางโดยตรง

 

ทั่วทั้งบริเวณตกสู่ความเงียบกริบด้วยคำพูดของเซียวเอี๋ยน  บรรยากาศเต็มไปด้วยพายุแห่งแรงกดดันที่ถาโถมขึ้นมาเงียบๆ  ปกคลุมไปทั่วบริเวณนอกห้องฝึกชี่

 

เหลยน่าซึ่งอยู่ข้างกายก็เพิ่งรู้สึกตัวกับคำพูดของเซียวเอี๋ยน  สีหน้าของเขาเริ่มดุร้ายและเคร่งขรึมจนเข้าข่ายน่าสะพรึงกลัว  สายตาจ้องมองเซียวเอี๋ยนเขม็งในขณะที่น้ำเสียงแหบพร่าแฝงการกดข่มความโกรธเกรี้ยวเอาไว้ตะโกนออกไป  “ไอ้สารเลว,  เจ้าช่างกล้านัก!”

 

“เจ้าไม่รู้กฎหรือ?  ก่อนที่เจ้าจะท้าทายผู้ใด  เจ้าต้องสั่นกระดิ่งท้าสู้ด้านนอกห้องฝึกเสียก่อน  เจ้ากำลังพยายามจะแสดงว่าพลังของเจ้านั้นแข็งแกร่ง,  ด้วยการใช้กำลังเคาะประตูราวกับพวกป่าเถื่อนหรืออย่างไร?”  เซียวเอี๋ยนเหลือบตา  ความเย็นชาบางเบาฉายวูบผ่านดวงตาดำขลับคู่นั้น  นิ้วๆ หนึ่งชี้ไปทางปุ่มสีดำข้างประตูขณะกล่าวเสียงดุร้ายเย็นชา

 

ภายในหอฝึกชี่เพลิงฟ้าแห่งนี้,  แม้ผู้ใดก็ตามซึ่งมีหมัดแข็งกว่าจะสามารถชื่นชมกับเงื่อนไขการฝึกที่ดีกว่าได้  หากมีคนเข้าไปในห้องฝึกก่อนและมีคนที่ต้องการจะเข้าไปฝึกด้วย  ผู้มาทีหลังจะต้องกดกระดิ่งท้าสู้ที่ด้านนอกห้องฝึกเสียก่อน  ยิ่งไปกว่านั้น  คนผู้นั้นจะต้องสอดแผ่นผลึกเพลิงเข้าไปก่อนด้วยและแผ่นผลึกเพลิงจะถูกหักออกไปหนึ่งวัน  จึงจะสามารถกดกระดิ่งท้าสู้นี้ได้

 

หากมีผู้กดกระดิ่งท้าสู้  คนที่กำลังฝึกอยู่ในห้องจะค่อยๆ สัมผัสได้ถึงเพลิงหัวใจที่ค่อยๆ ลดลง  เมื่อเพลิงหัวใจอ่อนลง  ผู้ฝึกย่อมสามารถออกจากสภาพการฝึกโดยไม่ประสบกับปัญหาใดๆ  นี่เป็นมาตรการปกป้องที่ทางโรงเรียนส่วนในวางเอาไว้เพื่อผู้ฝึกชี่  อย่างไรก็ตาม  เมื่อครู่เหลยน่ากลับเพิกเฉยต่อกระดิ่งท้าสู้อย่างเห็นได้ชัดและเลือกใช้วิธีที่ง่ายที่สุดในการทำให้คนที่กำลังอยู่ในสมาธิฝึกชี่สะดุ้งตื่นขึ้นมา  โดยการกระแทกใส่ประตู!

 

แม้โรงเรียนส่วนในได้ใช้โลหะพิเศษสร้างประตูขึ้นมา  หากคนผู้หนึ่งใช้กำลังรุนแรงกระแทกใส่มัน  เสียงแสบแก้วหูที่เกิดขึ้นยังคงสามารถขัดขวางคนผู้หนึ่งที่กำลังฝึกชี่อยู่ด้านในได้  และแม้กระทั่งบังคับให้เขาต้องออกมาจากสภาพฝึกยุทธ์

 

นี่คือเหตุผลที่ทำให้สีหน้าของเซียวเอี๋ยนทั้งดุร้ายและเคร่งขรึมขณะออกมาด้านนอกเมื่อครู่  และยังเป็นเหตุผลที่ว่า  ทำไมคำพูดของเขาจึงค่อนข้างฉุนเฉียว

 

เหลยน่าตัวชาเมื่อถูกเซียวเอี๋ยนตำหนิด้วยท่าทีเช่นนี้  ความโกรธเกรี้ยวบนใบหน้ายิ่งเข้มขึ้น  ในฐานะที่คุ้นเคยกับการใช้อำนาจบาตรใหญ่อยู่เป็นประจำ  เขาจึงแทบไม่เคยใส่ใจกฎเกณฑ์เหล่านี้เลย  ยิ่งไปกว่านั้น  จากมุมมองของเขา  คนที่ยังฝึกชี่อยู่บนชั้นสามนี้จะแข็งแกร่งปานใดกันเชียว?  เพราะเหตุนี้,  เขาจึงละเลยต่อกระดิ่งท้าสู้และใช้วิธีการป่าเถื่อนที่สุด  แต่ก็เป็นวิธีที่ได้ผลที่สุดในอันที่จะปลุกคนที่กำลังฝึกชี่อยู่ด้านใน

 

เหลยน่าชี้ไปทางเซียวเอี๋ยน  เขาหัวเราะออกมาด้วยท่าทางเกรี้ยวกราดที่สุดในตอนท้าย  “ดี  เจ้าคงจะมีดีอยู่บ้างจริงๆ ... ข้าคันไม้คันมือมาหลายวันแล้ว  ข้าจะนวดกล้ามเนื้อและกระดูกให้ผ่อนคลายขึ้นเสียบ้างในวันนี้”  ครั้นสิ้นเสียงของเหลยน่า  พลังแข็งแกร่งสายหนึ่งแผ่พุ่งระเบิดตัวออกมาจากภายในร่างกายของเขา  แรงกดดันเข้มข้นเป็นเหตุให้บรรดานักเรียนรอบด้านเผลอกระถดถอยหนีไปหลายก้าว

 

“ราวๆ เต๋าหลิงสี่ดาวผู้หนึ่ง,  แข็งแกร่งกว่าฝูเอ้าอยู่บ้าง...”  เซียวเอี๋ยนมีสีหน้าเรียบเฉยขณะสัมผัสได้ถึงพลังภายในของเหลยน่า  อย่างไรก็ตาม  ภายในใจได้ประเมินกำลังของอีกฝ่ายแล้ว

 

สีหน้าของหลิวเฟยที่อยู่ด้านข้างได้สติขึ้นมาบ้างในท้ายที่สุด  นางไม่เอ่ยปากหยุดเหลยน่าเมื่อเห็นว่าเขาเลือกใช้มาตรการนี้กับเซียวเอี๋ยน  หลายปีที่ผ่านมานี้  นางไม่เคยถูกหาเรื่องมาก่อน  วันนี้,  เจ้าเด็กอ่อนหัดที่ชื่อเซียวเอี๋ยนผู้นี้กลับทิ่มแทงจนนางรู้สึกเจ็บใจนัก  ดังนั้น  นางย่อมพอใจที่จะได้เห็นใครสักคนสั่งสอนบทเรียนให้แก่เขาเสียบ้าง

 

“พี่เหลยน่า  อย่าลงมือหนักเกินไปนัก  ไม่เช่นนั้น  ญาติผู้พี่จะบ่นข้าเอาได้”  หลิวเฟยชำเลืองมองเซียวเอี๋ยนเรียบๆ ขณะพูดกับเหลยน่า

 

“ฮี่ๆ  ตกลง”  เหลยน่ายิ้มแย้มพยักหน้า  ทันใดนั้น  เขาหันไปส่งยิ้มโหดเหี้ยมให้แก่เซียวเอี๋ยนคราหนึ่ง  เต๋าชี่แข็งแกร่งบนหมัดรวมตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

 

เมื่อเห็นว่าการต่อสู้กำลังจะเริ่มขึ้นที่บริเวณนี้  ผู้คนรอบด้านรีบถอยหนีไปเพราะเกรงว่าจะถูกลูกหลง

 

สีหน้าของเซียวเอี๋ยนเคร่งขรึมขึ้นอีกมากขณะจ้องมองรอยยิ้มเหี้ยมโหดบนใบหน้าของเหลยน่าอย่างเย็นชา  เขาสูดลมหายใจเบาๆ เอาอากาศที่ค่อนข้างร้อนคำหนึ่งเข้าปอดและเอ่ยเสียงเย็นชา  “เจ้าต้องการจะต่อสู้จริงๆ หรือ?”

 

“เจ้ากลัวหรือ?”  เหลยน่ายิ้มแย้มและพูดต่อไป  “ออกจากห้องฝึกแห่งนี้เดี๋ยวนี้  และขอโทษเฟยเอ๋อซะ  นอกจากนั้น  ต่อไป เจ้าห้ามเข้ามาที่พื้นที่ฝึกชี่ระดับสูงแห่งนี้อีก  ถ้าเจ้ายอมตกลง  ข้าก็จะยอมปล่อยเจ้าไป”

 

เซียวเอี๋ยนหลุบตาลงต่ำเล็กน้อยหลังจากที่ได้ยินเช่นนี้  เขาพยักหน้าเงียบๆ  สะบัดมือและยาสีม่วงเม็ดหนึ่งถูกยัดเข้าปากไป  เขาค่อยๆ เริ่มเคี้ยวมันเงียบๆ และเบาๆ

 

“ไฮ้  เจ้าสารเลว  เจ้าคิดจะกินยาที่ช่วยเพิ่มพลังให้แก่ตนหรืออย่างไร?”  เห็นการกระทำของเซียวเอี๋ยนแล้ว  เหลยน่าเผลอหัวเราะเย็นออกมา  มีร่องรอยเหยียดหยามในรอยยิ้มบนใบหน้าของเขา  เขามองเห็นได้ว่ารัศมีกายของเซียวเอี๋ยนเป็นเพียงต้าเต๋าซื่อผู้หนึ่งและคงไม่อาจรับมือเขาได้ถึงสิบกระบวนท่าด้วยซ้ำไป

 

เซียวเอี๋ยนไม่สนใจเขาและอ้าปากขึ้น  เปลวไฟสีม่วงกลุ่มหนึ่งถูกพ่นออกมาและเขาประคองมันไว้ในมือ

 

“หืม?”  เหลยน่าสะดุ้งเมื่อเห็นเปลวไฟสีม่วงในมือของเซียวเอี๋ยน  เขาพลันมีใบหน้าบูดบึ้งเล็กน้อยและหัวเราะเสียงเย็น  “ดูเหมือนเจ้าจะมีฝีมืออยู่บ้าง  ไม่แปลกใจที่เจ้าจะเย่อหยิ่งนัก  อย่างไรก็ตาม  ก็ยังไม่เพียงพอ  หากเจ้าคิดจะอาศัยของแค่นี้มาเอาชนะข้าได้”

 

เซียวเอี๋ยนยังคงไม่สนใจเขา  เขาค่อยๆ แบมือข้างขวาและเปลวไฟสีครามกลุ่มหนึ่งก็พลันแผ่พุ่งออกมา

 

จ้องมองเซียวเอี๋ยนซึ่งกำลังประคองเปลวไฟสีม่วงไว้ในมือข้างหนึ่งและเปลวไฟสีครามอีกข้างหนึ่ง  ความตกใจบางส่วนจึงฉายวูบขึ้นในดวงตาของเหลยน่าในที่สุด  แม้เขาจะเป็นคนที่หยิ่งยะโสผู้หนึ่ง  เขาก็มิใช่คนโง่  ความร้อนที่กระจายออกมาจากเปลวไฟทั้งสองชนิดนี้เพียงพอที่จะทำให้เขาต้องเริ่มมองมันอย่างจริงจังเงียบๆ

 

“ข้าไม่อาจชักช้าต่อไปได้อีก...”  ความคิดหนึ่งพุ่งวาบขึ้นในหัวใจ  ร่างกายของเหลยน่าส่ายเล็กน้อย  พลังงานสีเหลืองเข้มจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าแผ่พุ่งออกมา  ในที่สุด มันห่อหุ้มรอบกายของเขาเอาไว้อย่างสมบูรณ์

 

“เจ้าสารเลว  วันนี้ข้าจะสอนให้เจ้ารู้ว่า  หากคิดจะเอาชีวิตรอดอยู่ในโรงเรียนส่วนในแห่งนี้  หากเจ้ารู้จักเก็บเนื้อเก็บตัวบ้าง จึงจะเป็นการดีที่สุด!”  เสียงหัวเราะเย็นชาของเหลยน่าดังออกมาจากกลุ่มพลังงานสีเหลืองนั้น  สองเท้าของเขาพลันกระทืบลงบนพื้นอย่างหนักหน่วง  ร่างกายดูราวกับสัตว์เทพร่างยักษ์ตัวหนึ่งที่กำลังเดือดดาล  สร้างแรงลมกดดันกราดเกรี้ยวขณะพุ่งเข้าหาเซียวเอี๋ยนอย่างแรง

 

เซียวเอี๋ยนจ้องมองเหลยน่าที่กำลังพุ่งตัวเข้ามาด้วยสายตาเย็นชา  ลมแข็งแกร่งที่พัดผ่านเขาไปทำให้เสื้อคลุมสีดำถูกกดแนบลำตัว  ร่างของเหลยน่าดูใหญ่ขึ้นในดวงตาดำขลับคู่นั้น  ใบหน้าของเซียวเอี๋ยนก็ยิ่งเย็นชามากขึ้น  เปลวไฟสีครามและสีม่วงในมือทั้งสองข้างพลันปะทะเข้าหากันอย่างหนักหน่วง

 

ชั่วขณะที่เปลวไฟทั้งสองปะทะกัน  ฝีเท้าของเซียวเอี๋ยนเลื่อนไปทางซ้ายมือก้าวหนึ่งและบังเอิญหลบพ้นการโจมตีของเหลยน่าไปได้

 

สองเท้าของเหลยน่าครูดไปตามพื้น  เขาไม่หันกลับไปมอง  ร่างกายพลิกผันคราหนึ่งและท่อนขาข้างหนึ่งซึ่งเตะตวัดออกไปจนสามารถกระแทกให้อากาศส่งเสียงดังราวฟ้าผ่ากำลังเหวี่ยงเข้าใส่ศีรษะของเซียวเอี๋ยนอย่างเหี้ยมโหด

 

สองมือของเซียวเอี๋ยนกดเข้าหากันแน่น  เปลวไฟสีครามและสีเขียวในมือทั้งสองข้างกำลังประสานเข้าหากันอย่างรวดเร็ว  เมล็ดเพลิงที่ดูราวกับประกายไฟส่งเสียงฟู่ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าปรากฏตัวขึ้น  ขณะที่เขาสัมผัสได้ถึงพลังลมรุนแรงที่พุ่งตรงเข้าใส่ศีรษะ,  ร่างกายของเซียวเอี๋ยนพลันสั่นพร่า  ขาที่กำลังสั่นอยู่น้อยๆ แตะลงพื้นเบาๆ  พร้อมด้วยพลังระเบิดสายหนึ่ง, เซียวเอี๋ยนผู้เอียงตัวจากพื้นเล็กน้อยล่าถอยไปได้อย่างรวดเร็วด้วยแรงชุดนี้

 

สองเท้าของเหลยน่ากระแทกลงพื้น  ร่างกายของเขากระโจนขึ้นไปในอากาศ  ครั้นแล้ว  สองมือของเขาแปรเปลี่ยนกรงเล็บคู่หนึ่ง  ดูราวกับอินทรีดุร้ายที่กำลังพุ่งเข้าหาเหยื่อตัวหนึ่ง  พวกมันประกบกันตรงเข้าใส่เซียวเอี๋ยนที่กำลังล่าถอย

 

เซียวเอี๋ยนใช้ขาข้างหนึ่งเหยียบใส่กำแพงหินด้านหลัง  อาศัยพลังสะท้อนของมัน, เขากระโจนหนีพลังโจมตีอันร้ายกาจของเหลยน่าไปได้อีกคราหนึ่ง  นอกเหนือจากการกระโจนหนี  หางตาของเขาชำเลืองมองเปลวไฟในมือ  เปลวไฟสีครามและสีม่วงค่อยๆ หลอมรวมตัวเข้าหากันแล้ว  หากเขามีเวลาสักครู่หนึ่ง  เพลิงบัวยูไรพิโรธย่อมถือกำเนิดขึ้นมาได้  และมันจะสามารถทำร้ายคู่ต่อสู้ได้!

 

เขาในขณะนี้ไม่ต้องการให้การต่อสู้ยืดเยื้อออกไป  เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาอันอาจจะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตเบื้องหน้า  เขาจำต้องใช้พลังเต็มที่เพื่อให้ชื่อเสียงของตนมีอิทธิพล  ไม่เช่นนั้น  ก็คงต้องมีผู้คนมากมายคิดเข้ามาขัดขวางการฝึกของเขาในอนาคตเบื้องหน้าอีก!

 

อิทธิพลที่เพลิงบัวยูไรพิโรธจะสร้างขึ้นย่อมเป็นประโยชน์กว่าทุกสิ่ง!

 

กรงเล็บของเหลยน่าพุ่งลงพื้นอย่างหนักหน่วง  พลังรุนแรงนั้นทำให้เกิดรอยแตกบนพื้นหินแข็งแกร่งเป็นริ้วๆ

 

เพียงเวลาสั้นๆ ไม่ถึงสองนาที  พวกเขาประหมัดกันไปกว่าสิบกระบวนท่าแล้ว  ผู้หนึ่งกำลังจู่โจมต่อเนื่อง  และผู้หนึ่งกำลังปัดป้อง  พลังแหลมคมและเงาร่างมนุษย์ที่กำลังพุ่งวูบไปมาเป็นเหตุให้ผู้สังเกตการณ์รอบด้านเผลอร้องออกมาด้วยความประหลาดใจ  เหตุผลแรกที่พวกเขาร้องออกมาก็เป็นเพราะความโหดเหี้ยมในการโจมตีของเหลยน่า  ในขณะที่เหตุผลที่สองกลับเป็นเพราะว่าเซียวเอี๋ยนกลับสามารถรับมือเหลยน่ามาได้เนิ่นนานถึงปานนี้เพียงด้วยกำลังในระดับต้าเต๋าซื่อผู้หนึ่ง  ควรจะรู้ว่าคนผู้นี้เป็นถึงเต๋าหลิงสี่ดาวเก่งกล้าผู้หนึ่ง  ทั่วทั้งโรงเรียนส่วนในแห่งนี้  มีคนไม่ถึงร้อยที่สามารถเอาชนะเขาได้

 

“แ-ค-ว่-ก!”

 

การโจมตีร้ายกาจอีกกระบวนท่าหนึ่งพุ่งเข้ามาอีกครั้ง  หนนี้  เซียวเอี๋ยนช้าลงเล็กน้อย  ชายเสื้อสีดำมุมหนึ่งถูกเหลยน่าฉีกทึ้งอย่างแรง  โชคดี  ร่างกายของเขาไม่ได้รับบาดเจ็บอันใด

 

เห็นการโจมตีที่เคยวางแผนเอาไว้อย่างรอบคอบมาครู่ใหญ่กลับถูกหลบไปได้  ความโกรธเกรี้ยวบนใบหน้าของเหลยน่าก็ยิ่งเข้มขึ้น  เขาเงยศีรษะขึ้นเย้ยหยันเซียวเอี๋ยนที่กำลังกระโดดหลบซ้ำแล้วซ้ำเล่า  “อย่าบอกข้านะว่าเจ้าเป็นกระต่ายตัวหนึ่ง?  หากเจ้ามีความกล้าอยู่บ้าง  ก็สู้กับข้าซึ่งๆ หน้า!”

 

เมื่อได้ยินคำพูดของเหลยน่า  นักเรียนที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่รอบด้านบางคนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเงียบๆ  เจ้าใช้พลังระดับเต๋าหลิงผู้หนึ่งเข้าข่มเหงต้าเต๋าซื่อผู้หนึ่ง  และยังขอให้อีกฝ่ายอย่าโดดหนี?  นี่เจ้าคิดจริงๆ หละหรือว่าผู้อื่นโง่เง่า?

 

อย่างไรก็ตาม  ชั่วขณะที่บรรดานักเรียนผู้สังเกตการณ์รอบด้านกำลังแอบหัวเราะอยู่เงียบๆ  เซียวเอี๋ยนผู้ซึ่งร่างกายกำลังเคลื่อนไหวไปมาอย่างรวดเร็วกลับหยุดท่าร่างลงจริงๆ  ใบหน้าหล่อเหลาอ่อนเยาว์นั้นเต็มไปด้วยความเย็นชา  นัยน์ตาดำขลับคู่นั้นกำลังจ้องมองเหลยน่าที่อยู่ตรงข้ามตนอย่างเย็นชา

 

เหลยน่าดีใจขึ้นมาในทันทีที่เห็นเซียวเอี๋ยนยอมฟังคำตนและหยุดกระโดดหนี  สองเท้าของเขากระแทกลงพื้นอย่างแรง ร่างกายพุ่งตรงออกไปในพริบตาด้วยพลังระเบิดตัวในฉับพลัน

 

เซียวเอี๋ยนจ้องมองเหลยน่าที่กำลังพุ่งตัวเข้ามาหาเขาด้วยท่าทีเรียบเฉย  ร่างกายของเขาไม่ขยับแม้เพียงน้อยขณะมือข้างหนึ่งค่อยๆ ยกขึ้น  เขาพลิกฝ่ามือ  ดอกบัวเพลิงสีม่วงครามขนาดราวฝ่ามือลอยอยู่บนนั้น

 

ติดตามด้วยดอกบัวเพลิงสีม่วง-ครามที่ปรากฏขึ้น  อากาศรอบฝ่ามือของเซียวเอี๋ยนเริ่มบังเกิดระลอกคลื่นผันผวน  ทุกคนมองดูมัน  เพียงเพื่อจะพบว่าอากาศบริเวณนั้นเริ่มบิดเบี้ยว  ทันใดนั้น  พวกเขาตกตะลึงแล้ว

 

เหลยน่าที่กำลังระเบิดตัวเข้าหาเซียวเอี๋ยนก็ค้นพบถึงปรากฏการณ์ผิดปกติของบัวเพลิงในมือที่เซียวเอี๋ยนสร้างขึ้น  ความตกตะลึงพาดผ่านใบหน้าของเขาอย่างรวดเร็ว  เขาสัมผัสได้เลาๆ ว่ามีพลังน่าสะพรึงกลัวปานใดประจุอยู่ในบัวเพลิงดอกนั้น

 

“นี่ไม่ดีแล้ว...  ด้วยพลังของเขา  เขาสามารถแสดงเคล็ดวิชาเต๋าที่น่ากลัวปานนี้ออกมาได้อย่างไร?”  ความคิดหนึ่งฉายวาบเข้ามาในใจของเหลยน่า  ในความตกใจนั้น  สองเท้าของเขารีบบดลงไปบนพื้น  สองมือระเบิดพลังออกไปข้างหน้า  หยิบยืมพลังสะท้อนจากมันเพื่อหยุดท่าร่างที่กำลังพุ่งตัวเข้าไป  ครั้นแล้ว  เขาใช้สองขาล่าถอยไปอย่างเร่งด่วน

 

“ตูม!”

 

เซียวเอี๋ยนก้าวไปข้างหน้าช้าๆ ขณะจ้องมองเหลยน่าเรียบๆ  ขณะที่เท้าเหยียบลงไป  พลังระเบิดสายหนึ่งดังขึ้นใต้ฝ่าเท้าของเขา  ทันใดนั้น  ร่างกายของเซียวเอี๋ยนแปรเปลี่ยนเป็นเงาดำลางเลือนสายหนึ่ง  ดูราวกับสายฟ้าสีดำขณะปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าเหลยน่า  สีหน้าของเขาเย็นชายิ่งขณะใช้เพลิงบัวในมือกระแทกเข้าใส่ศีรษะของอีกฝ่ายอย่างไร้ความปราณี

 

เพลิงบัวสีม่วง-ครามแลดูมีขนาดใหญ่ขึ้นในดวงตาของเหลยน่า  สาดแสงลงบนใบหน้าบิดเบี้ยวที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงและความหวาดกลัวปะปนกัน

Comment

  • #1 ตี๋

    2017-08-09 22:18

    ขอบคุณครับ

    ฆ่ามานนนนนน

View Desktop Version

Hot Vote

กรุณา Login เข้าสู่ระบบก่อนทำการโหวตค่ะ

Report

กรุณา Login เข้าสู่ระบบก่อนทำการโหวตค่ะ