Doupo Cangqiong (斗破苍穹) / Battle Through The Heavens (Novel : Thai Translation)

Fan's Translation for fans only. Do not use it for business purpose. And please support the original work. This translation will end if the right is available in my country.

เด็กหนุ่มร่างกายเปลือยเปล่าท่อนบนผู้หนึ่งหลับตาสนิทอยู่ภายในห้องฝึกชี่อันกว้างใหญ่  พลังงานสีแดงเข้มลอยวนและพุ่งผ่านไป  ในที่สุดกระแทกเข้าใส่ร่างเปลือยเปล่าของเขาอย่างแรง  มันกลับหายลับไปในทันทีด้วยลักษณาการที่ประหลาดล้ำ

 

เต๋าชี่สีครามภายในเส้นทางโคจรชี่ที่กว้างใหญ่ไพศาลในร่างกายส่งเสียงราวกับรถที่แล่นฉิวเฟี้ยวฟ้าวอยู่บนทางด่วน  ภายใต้จิตที่มุ่งมั่นอยู่  มันส่งเสียงฮึมฮำต่ำๆ ดังก้องออกมาไม่ขาดสายและกระจายอยู่ภายในร่างกายของเขา

 

หลังกลืนกินยาภูติลมปราดเปรียวเข้าไปแล้ว,  ความเร็วในการโคจรเต๋าชี่ภายในร่างกายของเซียวเอี๋ยนย่อมเพิ่มขึ้นจนเกือบถึงสามสี่เท่าแล้วในขณะนี้  คลื่นเต๋าชี่สีครามแข็งแกร่งพุ่งออกมาจากผลึกเต๋า  พวกมันวิ่งผ่านไปตามเส้นทางโคจรชี่อย่างรวดเร็วพร้อมเกิดเสียงฟุบทุ้มต่ำประหลาด

 

เพราะอัตราโคจรที่รวดเร็ว  วัฏจักรภายในร่างกายของเซียวเอี๋ยนบรรลุถึงสภาพที่ซึ่งจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดเชื่อมโยงกัน  เต๋าชี่เพิ่งออกจากผลึกเต๋าจากด้านหนึ่งในขณะที่เต๋าชี่ซึ่งถูกกลั่นด้วยเพลิงหัวใจเรียบร้อยแล้วก็หลั่งไหลกลับเข้าไปภายในนั้นอย่างรุนแรงที่อีกด้านหนึ่ง

 

ยิ่งไปกว่านั้น  นอกจากเต๋าชี่ที่ผลึกเต๋าปลดปล่อยออกมาแล้ว,  ขี้ผึ้งภูติเพลิงเห็ดหลินจือเขียวที่กระจายไปทั่วร่างกายของเซียวเอี๋ยนก็เริ่มกลายเป็นหลุมลึกไร้ขอบเขตที่ปลดปล่อยพลังดูดออกมาไม่หยุดหย่อนเช่นกัน  พลังงานสีแดงอ่อนที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าไหลซึมเข้าไปตามรูขุมขนบนผิวกายตลอดเวลา  ในที่สุด  มันรวมตัวกันจนกลายเป็นพลังงานปริมาณมหาศาลแลดูน่าทึ่งเป็นที่สุด

 

พลังงานธาตุไฟภายในหอฝึกชี่เพลิงฟ้ามีความบริสุทธิ์กว่าโลกภายนอกอย่างชัดเจน  อย่างไรก็ตาม  มันยังไม่สามารถเข้าไปในผลึกเต๋าได้ตรงๆ  ดังนั้นเซียวเอี๋ยนจึงแบ่งแยกจิตของตนส่วนหนึ่งเข้าไปควบคุมพลังงานธาตุไฟที่บุกรุกเข้ามาอย่างป่าเถื่อนและเริ่มลากมันโคจรผ่านไปตามเส้นทางโคจรชี่อีกชุดหนึ่ง

 

แน่นอนว่าจุดหมายปลายทางของเส้นทางโคจรชี่ก็คือบริเวณใกล้เพลิงหัวใจซึ่งหมายความว่า, หลังถูกเส้นทางโคจรชี่กลั่นจนบริสุทธิ์แล้ว  พลังงานธาตุไฟที่ค่อนข้างบริสุทธิ์ขึ้นจึงพุ่งเข้าไปในเพลิงหัวใจที่มีชีวิตชีวานั้น

 

เต๋าชี่ภายในร่างกายดูราวกับแม่น้ำเล็กๆ สองสายที่กำลังไหลแยกเป็นอิสระต่อกัน  เมื่อแม่น้ำเล็กๆ เหล่านี้ไหลไปถึงบริเวณที่เพลิงหัวใจตั้งอยู่  พวกมันต้องทนรับการกลั่น  แม่น้ำทั้งสองสายค่อยไหลกลับมาบรรจบและรวมตัวกันจนกลายเป็นเต๋าชี่บริสุทธิ์แข็งแกร่ง  แม่น้ำสายสุดท้ายส่งเสียงราวกับพายุฝนฟ้าคะนองทุ้มต่ำขณะหลั่งไหลเข้าสู่ผลึกเต๋าภายในศูนย์แห่งกระแสชี่

 

ภายใต้การดูดซับและกลั่นจากชี่ทั้งสองสายนี้  เซียวเอี๋ยนสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าผลึกเต๋าของตนกำลังค่อยๆ ถูกเติมเต็มไปด้วยเต๋าชี่...

 

อาศัยความช่วยเหลือของขี้ผึ้งภูติเพลิงเห็ดหลินจือเขียวและยาภูติลมปราดเปรียว,  ทุกอย่างกำลังดำเนินไปอย่างสมบูรณ์แบบในทุกทิศทาง  ด้วยความเร็วระดับนี้  เซียวเอี๋ยนมีความมั่นใจว่าภายในเวลาเดือนเดียว  เขาจะต้องก้าวเข้าสู่ระดับต้าเต๋าซื่อแปดดาวได้อย่างแน่นอน

 

การฝีกของเซียวเอี๋ยนดำเนินต่อเนื่องไปแล้วสองวัน  ไม่มีผู้ใดอยากหยุดความเร็วในระดับที่ผู้คนสัมผัสได้ถึงพลังที่เติบโตขึ้นได้อย่างชัดเจน  นี่เป็นเพราะว่า  สิ่งล้ำค่าจากความเติบโตเช่นนี้ย่อมทำให้ผู้คนรู้สึกถึงความสุขสบายจนน่าสะพรึงกลัวที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากส่วนลึกของจิตวิญญาณ

 

แน่นอน,  เซียวเอี๋ยนอาจจะไม่ต้องการหลุดออกจากสภาพการฝึกที่แทบจะเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบเช่นนี้  ทว่าด้วยปัจจัยจากโลกภายนอกมากมายหลายหลาก  ความตั้งใจที่จะฝึกชี่เงียบๆ กลับต้องพัลทลายลง  การฝึกดำเนินไปจนถึงช่วงบ่ายของวันที่สอง  ชั้นสามที่ค่อนข้างมีเสียงจ้อกแจ้กจอแจพลันเริ่มเงียบลงเพราะคนกลุ่มหนึ่งที่โผล่เข้ามา

 

ผู้นำของแขกผู้ไม่เป็นที่ต้อนรับกลุ่มนี้เป็นแม่นางผู้หนึ่งซึ่งสวมใส่ชุดขนสุนัขจิ้งจอกหิมะผู้หนึ่ง  แม่นางผู้นี้มีรูปโฉมงดงาม  นางมีใบหน้าเรียวยาว  เรียวปากจิ้มลิ้มแดงเรื่อราวผลเชอรี่  สองคิ้วโค้งงามราววาดไว้  และดวงตากลมโตหยาดเยิ้ม  ภาพรวมทั้งหมดนี้ย่อมทำให้ผู้คนโดยรอบเกิดความรู้สึกเพลิดเพลินกับความงดงาม  ดังนั้น  จึงไม่น่าประหลาดใจที่มักจะมีคนกลุ่มหนึ่งคอยห้อมล้อมนางอยู่เสมอ  ไม่ว่าอย่างไร  สตรีเพศเป็นคนกลุ่มน้อยในโรงเรียนส่วนใน  คุณหนูผู้งดงามทั้งหลายล้วนแล้วแต่เป็นที่เสาะแสวงหา

 

ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด  สตรีงดงามผู้หนึ่งย่อมเป็นที่สนใจและชื่นชอบ

 

เมื่อถูกห้อมล้อมด้วยผู้คน, มีนางอยู่ตรงกลางราวกับพระจันทร์ที่กำลังถูกห้อมล้อมด้วยดวงดาว  สตรีในชุดขนจิ้งจอกหิมะผู้นี้มีรอยยิ้มหวานสงบอยู่บนใบหน้าก็จริง  ทว่าผู้คนย่อมมองเห็นได้ถึงความพึงพอใจในตนเองและความเย่อหยิ่งในดวงตาของนาง  ความทะนงตนเช่นนี้จึงเป็นผลการประเมินที่แท้จริงในยามที่ผู้คนรู้สึกต่อนางขณะเดินผ่านรังสีที่นางสำแดงออกมาจากร่างกาย

 

ความทระนงตนมักเป็นสิ่งที่สตรีผู้หนึ่งไม่อาจต้านทานได้  หัวใจของสตรีย่อมเผลอรู้สึกสงบและพึงพอใจในตนเองยามเฝ้ามองบุรุษมากมายพากันต่อสู้เพราะนาง

 

หลังจากที่นางเดินเข้าไปในพื้นที่ระดับสูง  นัยน์ตาของสตรีผู้นี้เลื่อนมองเหล่าบุรุษที่พากันหยุดฝีเท้าตามนาง  ภายใต้สายตาอ่อนโยนเต้นระริกราวหยดน้ำคู่นั้น  ใบหน้าของผู้ที่มีจิตใจอ่อนไหวบางคนก็พลั้งเผลอแดงเรื่อขึ้นมา  ครั้นแล้ว สายตาของพวกเขาก็รีบเมินหลบสายตาของนาง

 

เห็นสายตาของนักเรียนชายเหล่านี้หลุบลงเพราะสายตาของนาง  นางหัวเราะออกมาเบาๆ  รอยยิ้มงดงามของนางพลันเป็นเหตุให้หอคอยที่ปิดทึบแห่งนี้ดูเจิดจ้าขึ้นมาแล้ว

 

นางนำหน้าคณะเดินผ่านไปยังบริเวณพื้นที่ระดับสูงตรงๆ  และในที่สุดหยุดลงที่บริเวณสุดท้าย  จุดที่ฝีเท้าของพวกเขาหยุดลงก็คือห้องฝึกเดี่ยวที่เซียวเอี๋ยนเลือกใช้ฝึกชี่นั่นเอง

 

เห็นฝีเท้าของแม่นางหยุดลง,  สายตาที่มองตามมาจากรอบด้านเผลอสะดุ้งขึ้นมาเมื่อได้เห็นประตูห้องที่ปิดแน่นอยู่พร้อมกับแผ่นป้ายที่ระบุว่ามีใครบางคนกำลังฝึกชี่อยู่ภายในนั้น  ทันใดนั้น  แววสะใจปรากฏขึ้นในดวงตาของพวกเขาแล้ว  เจ้าคนที่อยู่ด้านในไม่รู้หรืออย่างไรว่าห้องฝึกแห่งนี้ถูกสงวนเอาไว้ให้เทพีหิมะหลิวเฟยใช้สอย?

 

ฝีเท้าของสตรีในชุดขนจิ้งจอกหิมะหยุดลง  นางจ้องมองประตูห้องฝึกที่ปิดสนิทและบังเกิดความแปลกใจฉายชัดขึ้นมาบนใบหน้าของนาง  ห้องฝึกของตนถูกผู้อื่นยึดครองเช่นนี้  เป็นสิ่งที่นางมิได้ประสบมาเป็นเวลานานมากแล้ว  ครั้งก่อนที่นางพบเจอ,  ดูเหมือนจะผ่านมาได้ครึ่งปีแล้วกระมัง?  อย่างไรก็ตาม  เมื่อคนที่ยึดครองห้องฝึกของนางถูกบรรดาผู้ติดตามที่หมายปองในตัวนางทำร้ายจนไม่อาจลุกลงจากเตียงได้ถึงครึ่งเดือน  ก็แทบจะไม่มีผู้ใดในโรงเรียนส่วนในที่กล้าเข้าไปฝึกชี่ในห้องนี้อีกเลย  คาดไม่ถึงจริงๆ ว่านางกลับต้องมาพบกับเรื่องที่ผู้คนชอบที่จะเห็นนักหนา

 

“เคะๆ  เฟยเอ๋อ  ดูเหมือนว่าพวกเราคงเจอเข้ากับพวกที่ไม่รู้จักเปิดตาให้กว้างเข้าแล้ว...”  ชายร่างใหญ่ผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ด้านหลังนางมีรอยยิ้มแต่งแต้มอยู่บนใบหน้าขณะจ้องมองประตูที่ปิดสนิทอยู่บานนั้น  ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่จะเป็นโอกาสอันดีสำหรับเขาในอันที่จะวางท่าต่อหน้าโฉมงามแล้ว

 

หลิวเฟยยิ้มบางขณะส่ายศีรษะเล็กน้อย  นางเอ่ยเสียงนุ่มนวล  “เหลยน่า  มีมารยาทต่อผู้อื่นบ้าง...”

 

ได้ยินความหมายที่แฝงเร้นอยู่ในน้ำเสียงของหลิวเฟย  ชายที่ชื่อเหลยน่าเผยอปากและยิ้มแย้มพร้อมพยักหน้า  เขากล่าว  “วางใจได้  ข้าเพียงแต่จะให้มันเข้าใจอะไรบ้างเท่านั้น  พี่หลิวชิงเคยบอกให้ข้าคอยปกป้องท่าน  ท่านเป็นญาติผู้น้องของเขา  ข้าย่อมไม่ปล่อยให้ท่านต้องเป็นทุกข์กับความคับข้องใจแม้เพียงน้อยเด็ดขาด”

 

ได้ยินคำพูดที่เหลยน่าเอ่ยถึงชื่อของคนดังประจำโรงรียนส่วนในด้วยเสียงที่ค่อนข้างดังกระหึ่ม  หลิวเฟยอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา  มีอารมณ์บางอย่างที่ผู้คนรอบด้านยากจะมองเห็นได้เสริมเติมอยู่ในดวงตาของนาง  ชายผู้หลักแหลมและมากด้วยอิทธิพลผู้นั้นได้ทิ้งร่มเงาไว้ให้แก่นางตั้งแต่พวกเขายังเป็นเด็ก  แม้จะมีชายหนุ่มนับไม่ถ้วนเข้ามาห้อมล้อมนางเป็นฝูงหลังจากที่นางติดตามเขาเข้าสู่โรงเรียนส่วนในมานี้  คนเหล่านี้ก็ล้วนถูกบดบังด้วยเงาของเขา

 

เหลยน่าค่อยๆ เดินใกล้เข้าไปยังห้องฝึกชี่  เขากำหมัดเหล็กของตนแน่นและกระแทกเข้าใส่ประตูบานนั้นอย่างแรง  ทันใดนั้น  เสียงโลหะสะท้อนก้องออกไปทั่วบริเวณ

 

เสียงสะท้อนดังค้างอยู่เกือบถึงสองนาทีจึงค่อยๆ เลือนหายไป  อย่างไรก็ตาม  ประตูที่ปิดสนิทอยู่กลับไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ

 

เห็นว่าไม่เกิดความเคลื่อนไหวที่ด้านในห้องฝึกนั้น  สองคิ้วของหลิวเฟยเริ่มขมวดมุ่นเข้าหากัน  สีหน้าของเหลยน่าก็เริ่มเคร่งขรึมจริงจังขึ้น  เขายกหมัดของตนขึ้นมาอีกคราหนึ่งและกำลังจะกระแทกมันลงไปอย่างหนักหน่วงอีกหน  พลันก็บังเกิดเสียงแอ๊ดดังขึ้นที่ประตูซึ่งปิดไว้อย่างแน่นหนา  มันค่อยๆ เปิดออกมา

 

“ฮึ”  เห็นประตูห้องในที่สุดถูกเปิดออกแล้ว  เหลยน่าส่งเสียงขึ้นจมูกออกมาคราหนึ่งและลดหมัดลง  เขาถอยหลังไปสองสามก้าวขณะสายตาจ้องมองไปทางห้องฝึกด้วยเจตนาไม่เป็นมิตร 

 

ขณะที่ประตูถูกเปิดออกมา  ทุกสายตาในบริเวณนี้ต่างกวาดมองไปอย่างรวดเร็ว

 

ภายใต้สายตามากมายที่เต็มไปด้วยอารมณ์อันหลากหลาย  เด็กหนุ่มในชุดสีดำผู้หนึ่งค่อยๆ ก้าวเท้าออกมาจากห้องฝึกด้วยสีหน้าเคร่งขรึม  ไม่ว่าจะเป็นผู้ใดที่ถูกขัดจังหวะการฝึก  ย่อมไม่อยู่ในอารมณ์ที่ดีเป็นแน่  เขาเงยหน้าขึ้นจ้องมองเหลยน่าที่ล่าถอยไปพร้อมด้วยใบหน้าบูดบึ้งเล็กน้อยและเอ่ยเสียงเย็นชา “เจ้ากำลังคิดที่จะทำอันใด?”

 

“เจ้าสารเลว  เจ้าเป็นเด็กใหม่รึ?”  เหลยน่ายิ้มขณะก้มมองเซียวเอี๋ยน  เขาเอ่ย  “เจ้าไม่รู้หรือว่าคนทั่วไปไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาฝึกในห้องนี้?”

 

“ก่อนที่จะเข้ามาในนี้,  ข้าอ่านกฎของหอฝึกชี่เพลิงฟ้าแห่งนี้มาแล้ว  ไม่เห็นมีตรงไหนเขียนเอาไว้ว่า  ห้ามผู้ใดแตะต้องห้องฝึกแห่งนี้”  เซียวเอี๋ยนส่ายศีรษะและตอบด้วยเสียงจริงจังยิ่ง

 

เหลยน่าสำลักและเริ่มงุนงงกับคำตอบของเซียวเอี๋ยน  เขาเอ่ยพร้อมยิ้มเย็น  “เจ้าช่างมีความกล้านัก  บังอาจปฏิบัติต่อข้าราวกับเป็นเรื่องสนุก”

 

“ข้าไม่ว่างปานนั้น...”  ปลายนิ้วของเซียวเอี๋ยนสะบัดแขนเสื้อเบาๆ ขณะเอ่ยตอบเบาๆ  “หากไม่มีเรื่องอื่นใดอีก  ก็โปรดหลีกทางไป  อย่าได้มาขัดจังหวะการฝึกของข้าอีก”  ขณะกล่าวเช่นนี้  เขาหมุนตัว,  คิดที่จะกลับเข้าไปฝึกชี่ต่อ

 

“หยุดก่อน”

 

เสียงแว่วหวานที่ดังขึ้นกะทันหันเป็นเหตุให้เซียวเอี๋ยนชะงักเล็กน้อย  เขาเหลือบตาขึ้นมองไปทางสตรีที่สวมใส่ชุดขนจิ้งจอกหิมะด้วยดวงตาปกติ  เมื่อครู่ที่เขาเดินออกมา  เขาก็เข้าใจแล้วว่าสตรีผู้นี้คงจะเป็นต้นเหตุแห่งปัญหาทั้งหลาย

 

หลิวเฟยเผลองุนงงเล็กน้อยขณะถูกเซียวเอี๋ยนจ้องมองด้วยท่าทีเรียบเฉย  นี่เป็นเพราะว่าสายตาที่อีกฝ่ายใช้จ้องมองนาง ไม่เพียงไม่หลบเลี่ยงแม้แต่น้อย,  แม้แต่ความชื่นชมเฉกเช่นที่บุรุษอื่นๆ มอบให้ในยามที่จ้องมองนางก็ไม่มี  แม้แต่แค่ความชื่นชมในสิ่งสวยงามก็ไม่ปรากฏ  ความรู้สึกในดวงตาคู่นั้นไม่มีความแตกต่างระหว่างการจ้องมองนางกับพวกบุรุษรอบด้านแม้แต่น้อย

 

“มีเรื่องอันใดอีก?”

 

“นักเรียนท่านนี้  ห้องฝึกนี้เป็นห้องฝึกส่วนตัวของข้า  ข้าต้องขออภัย...”  หลิวเฟยได้สติและขมวดสองคิ้วมุ่นเล็กน้อย  มีความไม่ชอบใจปรากฏขึ้นในใจต่อท่าทีของเซียวเอี๋ยน  อย่างไรก็ตาม  ใบหน้าของนางยังคงเต็มไปด้วยรอยยิ้มขณะเอ่ยเบาๆ

 

เมื่อเขาได้ยินคำพูดของหลิวเฟย  เซียวเอี๋ยนขมวดคิ้วมุ่น  ครู่ใหญ่ผ่านไป  เขาชี้ที่ประตูฝึกและกล่าว  “นี่คือห้องฝึกพิเศษที่ทางโรงเรียนมอบไว้ให้เจ้าหรือ?  เจ้ามีข้อพิสูจน์จากโรงเรียนส่วนในหรือไม่?  หากห้องฝึกนี้ถูกทางโรงเรียนส่วนในสร้างขึ้นมาเพื่อเจ้าเป็นการเฉพาะ  ข้าก็จะขอโทษที่เข้าไปใช้ในช่วงที่ผ่านมา”

 

คำพูดกลั้วหัวเราะเบาๆ ที่ค่อนข้างเย็นชาของเซียวเอี๋ยนค่อยๆ ดังสะท้อนออกไปตลอดทั่วบริเวณพื้นที่ฝึกชี่ระดับสูง  ภายใต้คำพูดของเขา  บางคนที่เข้ามาเพราะคิดว่าจะได้เห็นการแสดงอันน่าสนุกเผลอสะดุ้งขึ้นมาแล้ว  พวกเขาพลันทอดถอนใจออกมาด้วยความเวทนา

 

ใบหน้าที่เคยเต็มไปด้วยรอยยิ้มของหลิวเฟยก็ค่อยๆ น่าเกลียดขึ้นมาแล้วในขณะนี้

Comment

  • #3 เฒ่าทารก

    2017-08-09 22:14

    laughingkisslaughing 
    #หมี่เหลืองนี่คือ "ซีด" ป่าวน๊อ
    #นั่นสิ เจอสวยระดับเซวี่ยนเอ๋อไปแล้ว ที่เหลือก็คงจืด.... สนิท... อะแหละนะ

  • #2 ตี๋

    2017-08-09 22:09

    ขอบคุณครับ

    ยังดีที่ไม่หาว่าเซียวเอี๋ยนไม่ตะลึงในความสวยของตัวเองเพราะเป็นเกย์ ไม่งั้นเดี๋ยวพอรู้ว่าเพราะตัวเองสวยสู้แฟนเค้าไม่ได้แล้วจะจ๋อย

  • #1 NoFearMia

    2017-08-09 04:50

    ถูกของเอ็ง!! แต่ที่แน่ๆ หมี่เหลืองแน่นวล

View Desktop Version

Hot Vote

กรุณา Login เข้าสู่ระบบก่อนทำการโหวตค่ะ

Report

กรุณา Login เข้าสู่ระบบก่อนทำการโหวตค่ะ