Doupo Cangqiong (斗破苍穹) / Battle Through The Heavens (Novel : Thai Translation)

Fan's Translation for fans only. Do not use it for business purpose. And please support the original work. This translation will end if the right is available in my country.

บรรยากาศนิ่งเงียบสนิทปกคลุมทั่วพื้นที่กว้างขวางแห่งนี้  สายตามากมายทีละคู่ๆ หันไปจ้องมองฝูเอ้าที่นอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่บนพื้นห่างออกไปสิบกว่าเมตร  มีความตกตะลึงยากจะปิดซ่อนแฝงอยู่ในดวงตาเหล่านั้นแล้ว

 

นี่เป็นเต๋าหลิงสามดาวผู้หนึ่ง  ด้วยกำลังของฝูเอ้า, แม้กวาดตามองทั่วทั้งโรงเรียนส่วนใน เขาก็สามารถเข้าถึงเจ็ดสิบอันดับแรกของยอดฝีมือในโรงเรียน  อย่างไรก็ตาม บัดนี้เขากลับถูกนักเรียนใหม่ผู้หนึ่งซึ่งเพิ่งมาถึงโรงเรียนส่วนในไม่เกินห้าวันกำราบลงได้  ยิ่งไปกว่านั้น ความพ่ายแพ้ในครั้งนี้... กลับอยู่ในสภาพย่ำแย่ถึงปานนี้  พวกเขาครุ่นคิดถึงท่าทางภาคภูมิใจราวกับได้ชัยชนะไปแล้วตั้งแต่เมื่อสิบนาทีก่อนของฝูเอ้า กลับต้องลงท้ายด้วยการนอนแผ่ราวกับสุนัขตายซากไม่ไกลออกไป  ภาพฉากอันน่าขบขันเช่นนี้ช่างทำให้ทุกคนที่ชมดูอยู่รอบด้านต้องเกิดความรู้สึกพิกลแล้ว

 

“แค่กๆๆ...”

 

เสียงไอรุนแรงดังขึ้นบนลานกว้าง ทำลายบรรยากาศอันเงียบสนิท

 

ไม้บรรทัดซวนยักษ์ในมือของเซียวเอี๋ยนปักลงพื้น  เข่าข้างหนึ่งเผลอทรุดลง  ใบหน้าหล่อเหลาเยาว์วัยปรากฏแววซีดเซียว  เหงื่อเย็นเยียบจำนวนมากไหลซึมอยู่บนหน้าผาก  ดูจากลมหายใจที่กระชั้นถี่ของเขา  เห็นได้ชัดว่าชัยชนะในครั้งนี้มิใช่ได้มาฟรีๆ

 

“พี่เซียวเอี๋ยน ท่านไม่เป็นไรนะ?”  เงาร่างหนึ่งพุ่งวูบเข้ามาปรากฏขึ้นที่ข้างกายของเซียวเอี๋ยน มืองดงามของนางโอบเอวของเซียวเอี๋ยนเอาไว้  แม่นางน้อยในชุดสีเขียวเอ่ยออกมาอย่างเจ็บปวดหัวใจขณะจ้องมองใบหน้าซีดขาวของเซียวเอี๋ยน

 

“ข้าไม่เป็นไร  แค่ผลข้างเคียงจากการฝืนเพิ่มกำลังของตน”  เซียวเอี๋ยนลุกขึ้นอย่างยากลำบากขณะกัดฟันส่ายศีรษะ  อัคคีสวรรค์ สามกระบวนท่าพิสดารนี้อาจจะช่วยเพิ่มพลังให้แก่เขาได้เป็นเวลาสั้นๆ  ทว่าผลของพลังงานที่บ้าคลั่งทำให้ร่างกายภายในเสียหายไม่น้อย  หากมิใช่เพราะเซียวเอี๋ยนเป็นนักแปรธาตุผู้หนึ่งและเขายังมีเหยาเหลา, นักแปรธาตุระดับปรมาจารย์ผู้เปี่ยมประสบการณ์คอยช่วยเหลืออยู่เบื้องหลัง  เขาก็คงไม่กล้าที่จะใช้เคล็ดวิชาชุดนี้ออกมาง่ายๆ  และแม้จะเป็นเช่นนี้ ร่างกายของเขารู้สึกเจ็บปวดรุนแรงในทุกครั้งที่เขาใช้มัน

 

มือข้างหนึ่งของเซียวเอี๋ยนวางอยู่บนบ่าของเซวี่ยนเอ๋อ  ดวงตาชำเลืองมองฝูเอ้าที่นอนกองอยู่ไม่ไกลออกไปอย่างเย็นชา  เดิมที คนผู้นี้คงไม่พ่ายแพ้จนหมดรูปปานนี้  อย่างไรก็ตาม เขาประมาทขีดความสามารถของเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ในการกำราบเต๋าชี่ธาตุน้ำได้  เซียวเอี๋ยนคงไม่กล้าต่อสู้ซึ่งๆ หน้ากับการโจมตีอันแข็งแกร่งที่ผสมผสานระหว่างเคล็ดวิชาเต๋ากับวัตถุที่กำเนิดจากเต๋าชี่  หากเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ไม่อาจกดข่มธาตุเต๋าชี่นั้นได้

 

อย่างไรก็ตาม  ไม่ว่าจะเป็นเพราะโชคหรือไม่  สำหรับการต่อสู้ครั้งนี้ เซียวเอี๋ยนก็เป็นผู้ได้ชัยชนะ  นี่ก็เพียงพอแล้ว!

 

เซียวเอี๋ยนล้วงยารักษาอาการบาดเจ็บภายในเม็ดหนึ่งออกมาจากแหวนเก็บของและยัดมันเข้าปาก  จากนั้นจึงหันไปมองกลุ่มของไป๋ซัน

 

เห็นสายตาแหลมคมราวใบมีดของเซียวเอี๋ยนกวาดมองมา  กลุ่มคนจากแก๊งขาว, รวมถึงไป๋ซัน  อดไมได้ที่จะชักเท้าล่าถอยไปสองก้าว  ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความระมัดระวังขณะจ้องมองเซียวเอี๋ยน

 

“ฝูเอ้าแพ้แล้ว  พาเขากลับไป  จำคำสัญญาของพวกเจ้าให้ดี  มีผู้คนไม่น้อยที่ร่วมรู้เห็นเป็นพยานอยู่ในที่นี้  หากเจ้าคิดจะกลับคำ  แก็งขาวของพวกเจ้าก็คงไม่เป็นที่เชื่อถืออีกต่อไป”  เซียวเอี๋ยนมิเลือกใช้วิธีการกระตุ้นเตือนอันเกินงาม  เขาเพียงเอ่ยเสียงเย็นออกไป

 

“เจ้าโง่ผู้นี้คิดว่าตัวเองวิเศษวิโสนัก  เขาคิดว่าจะไม่มีผู้ใดเอาชนะเขาได้เพียงเพราะเขาเป็นเต๋าหลิงสามดาวผู้หนึ่ง  บัดนี้ ไม่เพียงเขาจะตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้  ยังปล่อยให้เซียวเอี๋ยนและกลุ่มประตูหินมีเวลาได้เติบโตไปอีกถึงครึ่งปี  ครบครึ่งปีเมื่อใด หากคิดจะกำจัดกลุ่มประตูหิน  ญาติผู้พี่คงต้องมาที่นี่ด้วยตนเองเสียแล้ว!”  ไป๋ซันกัดฟันกรอดและสบถโกรธเกรี้ยวในหัวใจขณะจ้องมองฝูเอ้าที่กำลังนอนกองอยู่บนพื้นราวสุนัขตายซากตัวหนึ่งไม่ไกลออกไป

 

“ไป!”  ทั่วทั้งร่างของไป๋ซันรู้สึกอึดอัดคับอกคับใจนักขณะจ้องมองดวงตาแข็งกร้าวเย็นชาของเซียวเอี๋ยน  ครู่ต่อมาในที่สุดเขาจึงโบกมือและร้องออกไปด้วยน้ำเสียงอัดอั้นตันใจอย่างยิ่ง

 

ครั้นกล่าวจบ  เขาหมุนตัวและเดินออกไปจากบริเวณบ้านพักของนักเรียนใหม่อย่างรวดเร็ว  ที่ด้านหลัง สมาชิกของแก็งขาวรีบจ้ำอ้าวติดตามเขาไป  ขณะเดินผ่านฝูเอ้า มีสมาชิกสองคนแยกจากกลุ่มเข้าไปพยุงร่างของเขา

 

เห็นคนเหล่านั้นหายลับไปจากสายตาด้วยท่าทางย่ำแย่  พวกสมาชิกของกลุ่มประตูหินที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด  ในที่สุดจึงพากันถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก  อย่างไรก็ตาม  ครั้งนี้ พวกเขาไม่ส่งเสียงไชโยโห่ร้องแต่อย่างใด  พวกเขาสบตากันไปมาและมองเห็นความจำเป็นเร่งด่วนในสายตาของอีกฝ่าย  สิ่งที่พวกเขาเห็น  ก็คือความรีบด่วนในการเพิ่มพลังของพวกตน

 

แม้พวกเขาเพิ่งเข้ามาสู่โรงเรียนส่วนในได้เพียงไม่กี่วัน  พวกเขาก็สัมผัสได้ถึงความสำคัญของ “พละกำลัง” ในโรงเรียน  ก่อนหน้านี้ พวกเขาทุกคนล้วนจัดว่าเป็นนักเรียนที่ดีที่สุดของโรงเรียนส่วนนอก  อย่างไรก็ตาม  บัดนี้พวกเขากลับเป็นเพียงนักเรียนพื้นๆ ธรรมดาผู้หนึ่งสำหรับโรงเรียนส่วนใน  เพื่อที่จะไม่ต้องทนรับความอับอายอย่างเช่นวันนี้อีก  พวกเขาจะต้องเก่งขึ้นให้ได้โดยเร็วที่สุด  พวกเขาเข้าใจชัดแจ้งในอกแล้ว เป็นไปไม่ได้ที่จะอาศัยพึ่งพาเซียวเอี๋ยนและพวกเพื่อรับมือกับเรื่องราวต่างๆ ภายในโรงเรียนส่วนในแห่งนี้ทุกครั้งไป  ในฐานะสมาชิกผู้หนึ่งของกลุ่มประตูหิน  พวกเขาเองก็จำแป็นที่จะต้องเก่งขึ้นเช่นกัน!

 

“ทุกๆ ท่าน  การแสดงจบลงแล้ว  โปรดแยกย้ายกันไปเถอะ”  เซียวเอี๋ยนยกสองมือขึ้นคำนับและยิ้มแย้มให้แก่รุ่นพี่รอบด้านที่กำลังจ้องมองเขาพูดอยู่

 

ได้ยินคำพูดส่งแขกของเซียวเอี๋ยนเช่นนี้  บรรดาคนมุงรอบด้านต่างก็ยกสองมือขึ้นคำนับตอบแก่เซียวเอี๋ยนด้วยท่าทีสุภาพยิ่ง  ครั้นแล้ว พวกเขาจึงแยกย้ายกันไป  จับกลุ่มเล็กๆ  พูดคุยกันไปตลอดทาง  ดูท่าว่าพวกเขากำลังวิพากษ์วิจารณ์การต่อสู้ที่เพิ่งจบลงเมื่อครู่

 

“คิคิ  พี่เซียวเอี๋ยน  ข้าเกรงว่า  ไม่ช้าก็เร็ว  เรื่องที่ท่านเอาชนะฝูเอ้าได้คงแพร่หลายออกไปทั่วทั้งโรงเรียนส่วนในแห่งนี้แล้ว”  เซวี่ยนเอ๋อยิ้มแย้มด้วยความรักเต็มเปี่ยมขณะช่วยพยุงเซียวเอี๋ยน

 

“ก็ดี  อย่างน้อยที่สุด  ก็น่าจะทำให้กลุ่มต่างๆ ที่คิดไม่ดีกับพวกเรากลุ่มประตูหินหวาดกลัวขึ้นมาบ้าง”  เซียวเอี๋ยนทอดถอนใจอีกครา  เขาเงยหน้าขึ้นจ้องมองสมาชิกของกลุ่มประตูหินที่กำลังจ้องมองมาทางเขาด้วยศรัทธาแรงกล้า  เขาเอ่ยช้าๆ  “ทุกท่าน  ข้าคิดว่าบัดนี้ พวกเจ้าทุกคนคงเข้าใจแล้วว่า  พลังนั้นสำคัญปานใดต่อโรงเรียนส่วนในแห่งนี้ ใช่หรือไม่?”

 

“ใช่แล้ว!”  นักเรียนใหม่นับสิบๆ คนพยักหน้าโดยพร้อมเพรียงกัน

 

“หากไม่มีพลัง  พวกเราก็มีแต่จะถูกผู้คนที่มาขวางทางเข้าออกของเราระราน!  พวกเจ้าทุกคนอยากจะกล้ำกลืนฝืนทนกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้เป็นครั้งที่สองอีกหรือ?”  เซียวเอี๋ยนเอ่ยถามเสียงลึกออกไป

 

“ไม่!”  นักเรียนใหม่ทุกคนล้วนมีใบหน้าแดงก่ำขึ้นมา  เลือดในหัวใจเดือดพล่านขณะส่งเสียงคำราม

 

“นับตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป  สมาชิกของกลุ่มประตูหินทุกคนจะเริ่มเข้าฝึกชี่ในหอฝึกชี่เพลิงฟ้า  อาศัยความพ่ายแพ้ของฝูเอ้าในวันนี้  คงไม่มีกลุ่มไหนมาหาเรื่องกับพวกเราไปอีกพักหนึ่ง  ดังนั้น  พวกเราจะต้องเพิ่มความแข็งแกร่งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ในระหว่างนี้!”  น้ำเสียงของเซียวเอี๋ยนทุ้มต่ำยิ่งขณะเอ่ย

 

“ยิ่งไปกว่านั้น  การเอาชนะฝูเอ้าได้ในวันนี้  ก็เหมือนพวกเราได้ตบในหน้าพวกแก๊งขาวฉาดใหญ่  เพราะฉะนั้น  พวกเขาจะไม่ยอมปล่อยให้เรื่องราวครั้งนี้ยุติลงอย่างแน่นอน  ตามสัญญา  พวกเขาอาจจะไม่โจมตีพวกเราในช่วงเวลาครึ่งปีนี้ก็จริง  อย่างไรก็ตาม  หากครบครึ่งปีแล้ว  พวกแก๊งขาวก็คงต้องมาปรากฏตัวอีกครั้งหนึ่งเป็นแน่!”

 

“เพื่อให้พวกเราทุกคนสามารถต้านทานแก็งขาวได้ภายในเวลาครึ่งปี  การเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่พวกเจ้าจึงนับเป็นเรื่องเร่งด่วนที่สุด!”

 

สมาชิกกลุ่มประตูหินทุกคนล้วนมีใบหน้าแดงก่ำขณะพยักหน้าหนักหน่วงเมื่อได้ยินเสียงป่าวร้องของเซียวเอี๋ยน!

 

“เอาล่ะ  วันนี้ ทุกๆ คนแยกย้ายกันไปได้แล้ว  มารวมตัวกันที่นี่ในวันพรุ่งนี้  พวกเราจะรวมตัวกันเข้าสู่หอฝึกชี่เพลิงฟ้า!”  เซียวเอี๋ยนโบกมือ  เขาพลันหมุนตัวและเดินไปทางบ้านพักพิเศษหลังเล็กของตน  ชั่วขณะที่เขากำลังจะเดินเข้าประตูไปนั้นเอง ฝีเท้าของเขาพลันหยุดลง เขากระซิบแก่เซวี่ยนเอ๋อซึ่งอยู่ด้านหลัง  “อ้อ จริงสิ  ช่วยเรียกอาไท่มาที่นี่ที  ข้ามีบางอย่างอยากจะสอบถามเขา”

 

“ตกลง”  เซวี่ยนเอ๋อพยักหน้าน้อยๆ  นางหมุนกายและจากไป

....

“เจ้ารู้ข้อมูลเกี่ยวแก่แก๊งขาวหรือไม่?”

 

เซียวเอี๋ยน, เซวี่ยนเอ๋อ, อู๋เฮ่า และหูเจียล้วนนั่งอยู่บนเก้าอี้ในห้องโถง  อาไท่เองก็นั่งอยู่บนเก้าอี้ด้านซ้ายมือ  คำถามของเซียวเอี๋ยนเจาะจงมายังเขาโดยเฉพาะ

 

“หัวหน้าของแก็งขาวชื่อไป๋เฉิง เขาเป็นญาติผู้พี่ของไป๋ซัน  เขาแข็งแกร่งมาก มีพลังอยู่ในระดับเต๋าหลิงหกดาวผู้หนึ่ง  กล่าวกันว่าเขาเองก็เป็นยอดยุทธ์ผู้หนึ่งในทำเนียบยอดฝีมือ  เขายังนับว่าเป็นผู้มีชื่อเสียงโดดเด่นในโรงเรียนส่วนในด้วย”  อาไท่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงกล่าวออกมาช้าๆ

 

“เต๋าหลิงหกดาว?  ยอดยุทธ์ในทำเนียบยอดฝีมือ?  เขาอยู่ในอันดับที่เท่าไหร่?”  เซียวเอี๋ยนมีใบหน้าบึ้งตึงเล็กน้อยขณะใช้ปลายนิ้วเคาะลงบนโต๊ะเบาๆ  เขาได้ใช้ “อัคคีสวรรค์ สามกระบวนท่าพิสดาร” ออกไปแล้วเมื่อต่อสู้กับฝูเอ้า, ซึ่งเป็นเต๋าหลิงสามดาวผู้หนึ่ง  ยิ่งไปกว่านั้น  เขายังอาศัยประโยชน์จากเพลิงแก่นบัวสีครามเพื่อเอาชนะอีกฝ่ายได้อย่างโชคดี  หากต้องพบกับเต๋าหลิงหกดาวผู้หนึ่ง คงต้องมีช่องว่างระหว่างกันเต็มๆ  โอกาสที่เขาจะได้รับชัยชนะ... เว้นแต่เขาจะใช้วิชาคลื่นสึนามิผ่าเพลิงกัลป์  หรือ... เพลิงบัวยูไรพิโรธแบบเต็มกำลัง  โอกาสที่จะได้ชัยชนะคงเป็นศูนย์แล้ว

 

“สามสิบสี่”

 

อาไท่เอ่ยตอบตามความสัตย์  ความรู้ความเข้าใจต่อโรงเรียนส่วนในของเขานับว่าห่างไกลเกินความคาดหมายของเซียวเอี๋ยนนัก

 

“เต๋าหลิงหกดาวผู้หนึ่งกลับอยู่ในอันดับที่สามสิบสี่เท่านั้นหรือ... ทำเนียบยอดฝีมือของโรงเรียนส่วนในแห่งนี้ช่างมีค่าดั่งทองทีเดียว”  เซวี่ยนเอ๋อถือถ้วยชาอุ่นขณะเอ่ยพูดพร้อมด้วยรอยยิ้มที่แต่งแต้มอยู่บนมุมปาก

 

“ใช้แล้ว ช่างท้าทายเสียจริง”  อู๋เฮ่าพยักหน้ายิ้มแย้ม  จิตใจฮึกเหิมกระหายต่อสู้เต็มเติมอยู่บนใบหน้า

 

เซียวเอี๋ยนประสานนิ้วทั้งสิบ  เอนกายพิงพนักเก้าอี้และทอดถอนใจ  “แล้วสมาชิกคนอื่นๆ ของแก๊งขาวเล่า?  พลังของพวกเขาเป็นเช่นใด?”

 

“นอกจากไป๋เฉิงแล้ว แก็งขาวยังมีเต๋าหลิงอีกสามคน  คนหนึ่งก็คือฝูเอ้าที่ท่านเพิ่งประมือด้วยในวันนี้  พลังการต่อสู้ของอีกสองคนที่เหลืออาจจะแข็งแกร่งกว่าฝูเอ้าเล็กน้อย  ทว่าทุกคนล้วนอยู่ในระดับเต๋าหลิงสามดาว”  อาไท่ทอดถอนใจ  “มีสมาชิกทั้งหมดสามสิบสี่คน  เป็นต้าเต๋าซื่อสิบสามคน  ที่เหลือเป็นเพียงระดับเต๋าซื่อขั้นสูง  หากพวกเขามีโอกาส ก็อาจวิวัฒน์ขึ้นสู่ระดับต้าเต๋าซื่อได้”

 

“เต๋าหลิงสี่คน  ต้าเต๋าซื่อสิบสามคน และที่เหลือล้วนอยู่ในระดับเต๋าซื่อขั้นสูง...”  เซียวเอี๋ยนถอนหายใจและพึมพำ  “แก็งขาวกลุ่มนี้นับว่าแข็งแกร่งทีเดียว... ช่างยุ่งยากนัก”

 

“พวกเขาแข็งแกร่งจริงๆ  แก็งขาวนี้ไม่นับว่าเป็นกลุ่มพรรคระดับสูงของโรงเรียนส่วนในก็จริง  ทว่าก็มีเพียงไม่กี่คนที่กล้าขัดแย้งกับพวกเขาอย่างเปิดเผย”  อาไท่หัวเราะขื่น  “หากเป็นเมื่อก่อน  พรรคระดับเช่นแก็งขาวนี้คงไม่ลดตัวลงมาหาเรื่องกับนักเรียนใหม่  คราวนี้ คงเป็นเพราะไป๋ซัน พวกเขาจึงมาหาเรื่องเรา”

 

เซียวเอี๋ยนพยักหน้าน้อยๆ  ไป๋ซันและเขามีความบาดหมางกันมายาวนาน  บัดนี้อีกฝ่ายเข้าสู่โรงเรียนส่วนในและยังมีกำลังให้หยิบยืม  ย่อมเป็นธรรมดาที่เขาจะมาหาเรื่องกับเซียวเอี๋ยน  กล่าวได้อีกนัยหนึ่ง กลุ่มประตูหินนับว่ามีความเกี่ยวข้องกับเขา

 

“ทำทุกวิถีทางดังที่ข้าเพิ่งพูดไปเมื่อครู่  นับตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป สมาชิกของกลุ่มประตูหินจะเข้าสู่หอฝึกชี่เพลิงฟ้าเพื่อฝึกชี่  พวกเราจำต้องเพิ่มกำลังของตนให้ได้ในเวลาที่สั้นที่สุด”  เซียวเอี๋ยนนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นและเอ่ยถาม  “ทุกคนมี ‘พลังงานเพลิง’ ในมือเพียงพอหรือไม่?

 

“เคะๆ  ขอบคุณหัวหน้า  พลังงานเพลิงที่พวกเราได้มาจากการแข่งล่าพลังงานเพลิงนั้น เพียงพอที่จะให้พวกเราฝึกยุทธ์ในหอถึงหนึ่งเดือน”  อาไท่ยิ้มแย้มพยักหน้า

 

“ดีมาก...”  เซียวเอี๋ยนพยักหน้าและผ่อนลมหายใจออกมายาวเหยียด  เขาพึมพำเบาๆ  “หวังว่า จะไม่มีปัญหาเหนือความคาดหมายเกิดขึ้นอีก  กลุ่มประตูหินในขณะนี้ยังอ่อนแอเกินไปจริงๆ  คิดสร้างรากฐานในโรงเรียนส่วนใน พวกเราคงต้องยุ่งยากไม่น้อยเลยทีเดียว”

Comment

  • #4 เฒ่าทารก

    2017-07-17 14:00

    ฮ่าๆๆ แหมๆๆ ตั้งใจจะใช้ภาษาโบราณเสียหน่อย .. โดนแซวซะแระ

  • #3 NoFearMia

    2017-07-17 07:22

    คำผิดประจำวันเน้อ "เจ้ารู้ข้อมูลเกี่ยว...แก่...แก๊งขาวหรือไม่?"

  • #2 เฒ่าทารก

    2017-07-16 18:14

    5555+ อะเคร อิอิ cool

  • #1 ตี๋

    2017-07-16 14:51

     ขอบคุณครับ

    ต้องรีบปั๊มเวลให้กับทีมสินะ ก็ทำยามาเยอะๆ เลย

    อ้อ เซวี่ยนเอ๋อหัวเราะว่า “เคะๆ” นี่มันช่างไม่เข้ากับสาวงามเลย เปลี่ยนเป็น อิอิ คุคิ งุงิ ซูชิ ดีกว่า คิคิ

View Desktop Version

Hot Vote

กรุณา Login เข้าสู่ระบบก่อนทำการโหวตค่ะ

Report

กรุณา Login เข้าสู่ระบบก่อนทำการโหวตค่ะ