Doupo Cangqiong (斗破苍穹) / Battle Through The Heavens (Novel : Thai Translation)

Fan's Translation for fans only. Do not use it for business purpose. And please support the original work. This translation will end if the right is available in my country.

เซียวเอี๋ยนแตะศีรษะของเซวี่ยนเอ๋ออย่างอ่อนโยนก่อนที่จะค่อยๆ หมุนตัว  ความดุร้ายบนใบหน้าหายลับไปอย่างรวดเร็วขณะจ้องมองฝูเอ้าที่ยืนอยู่ด้านตรงข้ามด้วยใบหน้าราบเรียบ  เขาเอ่ยถามเบาๆ  “พวกเราเริ่มกันเลยหรือไม่?”

 

“ไฮ้ เจ้ามีความกล้า...”

 

เห็นเซียวเอี๋ยนกล้าที่จะต่อสู้  ฝูเอ้าอดไม่ได้ที่จะตะโกนออกมาด้วยท่าทางออกจะประหลาดใจ  เขาพลันหัวเราะ  “ตกลง  วันนี้  ให้ข้าได้ชมดูว่าหัวหน้านักเรียนใหม่คนนั้น ซึ่งสร้างความวุ่นวายขึ้นมาในโรงเรียนส่วนในได้  จะแข็งแกร่งสมคำร่ำลือหรือไม่”

 

เห็นการต่อสู้ใหญ่กำลังจะเกิดขึ้น  นักเรียนที่สังเกตการณ์อยู่รอบด้านรีบล่าถอยไปหลายก้าว  พวกเขาเองก็ได้ยินคำร่ำลือเกี่ยวแก่เซียวเอี๋ยนมามากมายไม่น้อย  ย่อมเป็นธรรมดาที่จะรู้สึกสนุกสนานเมื่อจะได้ตัดสินเขาด้วยสองตาของตน

 

“ข้าสงสัยเสียจริงว่าเซียวเอี๋ยนผู้นั้นเอาชนะฝูเอ้าได้หรือไม่  หากเขาทำไม่ได้, เกรงว่าเขาคงจะต้องเสียหน้าใหญ่โตแล้ว”

 

“ฮี่ๆ มีข่าวลือว่าฝูเอ้าวิวัฒน์เข้าสู่เต๋าหลิงสามดาวแล้วตั้งแต่เมื่อเดือนก่อน  เซียวเอี๋ยนผู้นี้อาจจะสามารถเอาชนะลั่วโหวได้ก็จริง  ทว่าก็ยังยากและอันตรายเกินไป หากจะต่อสู้กับฝูเอ้า”

 

“หากเขาไม่ระวังและพ่ายแพ้ให้แก่ฝูเอ้า  เขาก็แค่เสียหน้า  แต่หากต้องเสียผู้หญิงของตนไปด้วย... ก็คงน่าดูชมจริงๆ แล้ว”

 

เซียวเอี๋ยนไม่สนใจเสียงวิพากษ์วิจารณ์รอบด้าน  เขาสาวเท้าไปเบื้องหน้าช้าๆ ก้าวหนึ่ง และสองมือก็พลันวาดสัญลักษณ์ประหลาดบางอย่าง  เมื่อสัญลักษณ์นั้นก่อขึ้นบนสองมือ ริ้วเพลิงสีครามก็พลันแผ่พุ่งออกมาจากภายในศูนย์แห่งกระแสชี่ในร่างกาย  ในที่สุด มันไหลไปตามเส้นทางชี่ที่ค่อนข้างประหลาด เริ่มโคจรออกมาอย่างรวดเร็ว

 

เมื่อเปลวไฟสีครามโคจรผ่านเส้นทางชี่ประหลาดจนครบรอบแล้ว  เพลิงสีครามก็เริ่มพลุ่งพล่านขึ้นมาเล็กน้อย  คลื่นพลังงานรุนแรงบ้าคลั่งแผ่พุ่งออกมา ในที่สุดกระจายออกไปยังทุกส่วนทุกมุมในร่างกายของเซียวเอี๋ยน!

 

“อัคคีสวรรค์ สามกระบวนท่าพิสดาร ขั้นที่หนึ่ง บัวสีครามผันเปลี่ยน!”

 

“ตูม!”

 

ผนึกที่มือไม่ไหวติง  เพลิงสีครามทรงพลังแผ่พุ่งออกมาจากภายในร่างกายของเซียวเอี๋ยนอย่างรุนแรง ห่อหุ้มทั่วตัวของเขาเอาไว้ภายในจนกลายเป็นมนุษย์เพลิงสีครามผู้หนึ่ง

 

เปลวไฟพวยพุ่งอยู่ครู่หนึ่งจึงหดกลับเข้าไปในร่างกายของเซียวเอี๋ยน  ยามเมื่อมันหดกลับเข้าไป ทุกคนสัมผัสได้ว่าลมหายใจของเซียวเอี๋ยนแข็งแกร่งขึ้นและแข็งแกร่งขึ้น  มันแทบจะเข้าถึงระดับเต๋าหลิงผู้ช่ำชองผู้หนึ่งเลยทีเดียว!

 

“เขากลับฝืนเพิ่มระดับพลังให้แก่ตนเอง  ไม่แปลกใจที่เขาสามารถเอาชนะลั่วโหวได้  อย่างไรก็ตาม  เคล็ดวิชาเต๋าพิศดารจำพวกนี้ย่อมมีจุดอ่อนในท้ายที่สุด  มันคงอยู่ไม่ได้นานและยังก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกายอย่างใหญ่หลวง  เซียวเอี๋ยน, นี่คือไพ่ตายของเจ้าหรือ?”  ฝูเอ้าตกใจในคราแรกเมื่อได้เห็นรัศมีกายของเซียวเอี๋ยนแข็งแกร่งขึ้นในฉับพลัน  เขาบังเกิดความเข้าใจขึ้นมาในทันทีพร้อมหัวเราะเย็นชาออกมา

 

เซียวเอี๋ยนยังคงสงบนิ่งไร้กังวลเมื่อเผชิญกับเสียงหัวเราะเย็นชาของฝูเอ้า  มือข้างหนึ่งกุมด้ามไม้บรรทัดซวนยักษ์ที่ปักอยู่ข้างๆ  เขาเอียงคอมองอู๋เฮ่าและเอ่ยเบาๆ  “จับตามองกลุ่มของไป๋ซันให้ดี”

 

“เจ้าวางใจได้  ปล่อยเจ้าขยะผู้นั้นให้ข้าเอง”  อู๋เฮ่าพยักหน้า  เขาลังเลเล็กน้อยก่อนที่จะกระซิบออกมา “ระวังตัวด้วย  ฝูเอ้าผู้นี้แข็งแกร่งกว่าลั่วโหว”

 

“ตกลง”

 

เซียวเอี๋ยนพยักหน้าน้อยๆ  เขาหันไปมองฝูเอ้าที่กำลังยิ้มเย็นอยู่ฝั่งตรงข้าม  สองเท้าของเซียเอี๋ยนค่อยๆ ยกขึ้น ครั้นและก็กระทืบลงไปในฉับพลัน พลังระเบิดสายหนึ่งดังขึ้นจากใต้เท้าทั้งสอง  ร่างของเซียวเอี๋ยนแปรเปลี่ยนเป็นเงาดำสายหนึ่งและพุ่งเข้าปะทะอีกฝ่ายตรงๆ

 

“ฮึ่ม วันนี้  ข้าจะให้เจ้าได้ลิ้มรส ว่าเต๋าหลิงที่แท้จริงเป็นอย่างไร!  พวกวิชานอกรีตไม่นับว่าเป็นของแท้หรอก!”  เงาร่างสีดำแลดูใหญ่โตขึ้นในสายตาของฝูเอ้า  เขาส่งเสียงขึ้นจมูกเย็นชาออกมาคำรบหนึ่งและกัดฟัน  แสงสว่างสีน้ำเงินส่องวาบขึ้น  ตรีศูลสีน้ำเงินเล่มหนึ่งซึ่งมีความยาวเกือบห้าฟุตปรากฏวาบขึ้นมา

 

ขณะถือตรีศูลยาวสีน้ำเงินไว้ในมือ  ฝูเอ้าพุ่งตัวเข้าใส่เงาร่างสีดำเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว  แสงสีน้ำเงินบางๆ สว่างวาบขึ้นบนปลายง่ามทั้งสาม  กระทั่งมีประกายไฟสีน้ำเงินลุกวาบไปตลอดทางที่มันพุ่งผ่าน

 

“แคร๊งค์!”

 

เงาดำชะงักท่าร่าง  ไม้บรรทัดซวนยักษ์ในมือหมุนควงต่อเนื่อง มันปะทะเข้าใส่ตรีศูลอย่างหนักหน่วง  ทันใดนั้น เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่นพร้อมประกายไฟที่แตกสะเก็ดออกมาบนบริเวณต่อสู้

 

“พลังของเจ้านับว่าใช้ได้”

 

ร่างของฝูเอ้าสั่นเล็กน้อย  เขาถอยร่นไปครึ่งก้าวขณะส่งเสียงหัวเราะประหลาดใจออกมาเมื่อเทียบกับเซียวเอี๋ยนที่ซวนถอยไปก้าวหนึ่ง  ทันใดนั้น เขารีบบุกเข้าประชิดตัวอีกครา  ภายใต้พลังปกคลุมจากเต๋าชี่สีน้ำเงินบนตรีศูลในมือ  ช่างดูราวกับฉลามร้ายในทะเลก็ไม่ปาน  มันพุ่งเป็นเกลียวและสาดซัดหนุนเนื่อง  พลังชุดนี้ทั้งเข้มข้มและเย็นเยือกทั้งแฝงไว้ด้วยความดุร้าย

 

ใบหน้าของเซียวเอี๋ยนเคร่งเครียดขณะจ้องมองการจู่โจมต่อเนื่องจากตรีศูล  เขาสะบัดมือออกไปเบาๆ ขณะเหวี่ยงไม้บรรทัดและพุ่งตัวไปข้างหน้า เข้าปะทะกับฝูเอ้าโดยไม่มีทีท่าล่าถอยแม้เพียงน้อย

 

เต๋าชี่สีน้ำเงินและเพลิงสีคราม แต่ละฝ่ายครอบครองท้องฟ้าไปครึ่งหนึ่งเหนือลานต่อสู้  หมอกสีขาวบางๆ แพร่ออกมาไม่หยุดหย่อน  เงาร่างมนุษย์ราวภูตผีสองสายพุ่งวูบไปมาภายในสายหมอกนั้น  รวดเร็วจนผู้คนรอบด้านที่กำลังชมดูการต่อสู้อยู่ได้แต่เห็นประกายแสงจากการระเบิดและเสียงปะทะระหว่างไม้บรรทัดซวนยักษ์เล่มหนักกับตรีศูล

 

เต๋าชี่แข็งแกร่งปะทะกันในลานต่อสู้ ระเบิดขึ้นพร้อมด้วยพลังงานเสียงที่ดังสนั่น  ริ้วพลังงานที่กระจายตัวออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นเหตุให้ผู้คนรอบด้านได้แต่ล่าถอยหนีไปอย่างไม่มีทางเลือก

 

“เซียวเอี๋ยนจะเอาชนะคนผู้นั้นได้หรือไม่?”  ดวงตาของหูเจียจ้ององเงาร่างมนุษย์ที่สองที่พุ่งวูบไปมาอยู่ในสายหมอกเขม็ง  นางอดไม่ได้ที่จะกำหมัดแน่นขณะเอ่ยถามเซวี่ยนเอ๋อและอู๋เฮ่าที่อยู่ข้างกายเบาๆ

 

“ข้าไม่รู้... ตอนนี้ข้ามองไม่เห็นอะไรเลย”  อู๋เฮ่าส่ายศีรษะและตอบเสียงลึก

 

“ตูม!”

 

ทันทีที่สิ้นเสียงตอบของอู๋เฮ่า  พลังระเบิดคำรบหนึ่งซึ่งสั่นสะท้านเข้าไปในแก้วหูของทุกผู้คนจนต้องรู้สึกเจ็บปวดพลันดังขึ้นจากภายในหมอกขาว  ทันใดนั้น  เงาร่างสองสายพุ่งตัวออกมาจากหมอกขาว  สองขาของพวกเขาลากไปตามพื้นเป็นทางยาวกว่าสิบเมตรจึงหยุดลง

 

“ฮี่ๆ  ดีมาก  เจ้ามีความสามารถอยู่บ้างจริงๆ  ไม่แปลกใจที่เจ้ากล้าทำตัวยโสโอหังปานนี้”  ฝูเอ้าปักตรีศูลในมือลงพื้นอย่างหนักหน่วงขณะหอบหายใจอย่างแรงและเอ่ยขึ้นพร้อมยิ้มเย็น

 

ไม้บรรทัดซวนยักษ์ในมือของเซียวเอี๋ยนถูกปักลงสู่รอยแตกบนพื้น  ลมหายใจค่อนข้างกระชั้นถี่เช่นกัน  หลังการใช้ “อัคคีสวรรค์ สามกระบวนท่าพิสดาร” เพื่อฝืนเพิ่มพลังให้แก่ตนเอง เขาสามารถต่อสู้ฝูเอ้าซึ่งๆ หน้าโดยไม่เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ และยังสามารถไล่ขยี้อีกฝ่ายได้มากกว่าเล็กน้อยในแง่ของความแข็งแกร่ง  อย่างไรก็ตาม... ทั้งหมดนี้ล้วนมีเวลาจำกัด  หากฤทธิ์ในการเพิ่มพลังจากกระบวนท่าบัวสีครามผันเปลี่ยนหมดเวลาลง เขาคงจะต่อสู้กับฝูเอ้าต่อไปได้อย่างยากลำบากแล้ว

 

ฝูเอ้าเองก็มองเห็นจุดอ่อนของเซียวเอี๋ยน เขาหัวเราะชั่วร้าย ตรีศูลในมือพลันสั่นเทาขึ้นมา  ทันใดนั้น เต๋าชี่สีน้ำทะเลบนตรีศูลทะยานขึ้น  ติดตามด้วยเต๋าชี่เข้มข้นบนตรีศูล, ใบหน้าของฝูเอ้าก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีน้ำทะเลประหลาดตา

 

“มาจบกันในหมัดนี้เถอะ!”

 

ตรีศูลในมือของฝูเอ้าหมุนควงขึ้นมาในทันทีก่อนที่มันจะชี้ไปทางเซียวเอี๋ยน  อีกฝ่ายแสยะปากยิ้ม  สองเท้าของเขาเหยียบลงบนพื้น ร่างกายแปรเปลี่ยนเป็นเงาสีน้ำทะเลระเบิดตัวออกไป  ในขณะที่ร่างกายพุ่งตัวออกไป เต๋าชี่สีน้ำทะเลบนตรีศูลหมุนควงอย่างรวดเร็ว  ในที่สุด มันเกิดเป็นฉลามพลังงานตัวหนึ่งซึ่งกำเนิดจากเต๋าชี่  ฉลามพลังงานอ้าปากกว้างของมัน ฟันแหลมคมถูกกระตุ้นด้วยเต๋าชี่สีน้ำทะเลจนสะท้อนแสงเย็นชาสีดำเข้ม  ส่งผลให้ผู้คนไม่สงสัยแม้แต่น้อยว่าหากถูกมันกัดเข้า คงต้องเคราะห์ร้ายใหญ่หลวงแล้ว

 

เต๋าชี่ก่อตัวเป็นวัตถุ สัญลักษณ์แห่งความเป็นเต๋าหลิง  เป็นความสามารถพิเศษของยอดยุทธ์ในระดับเต๋าหลิงขึ้นไป เฉกเช่นเดียวกับเสื้อคลุมเต๋าซื่อและเกราะของต้าเต๋าซื่อ  ความร้ายกาจของวัตถุที่กำเนิดจากเต๋าชี่ก็คือประสิทธิภาพในขณะใช้ร่วมกับเคล็ดวิชาเต๋า

 

ฉลามเต๋าชี่ตัวหนึ่ง ลำตัวยาวกว่าสิบฟุต พุ่งตัวเข้าใส่เซียวเอี๋ยน  สายตามองผ่านฉลามเต๋าชี่ที่ค่อนข้างโปร่งแสงและมองเห็นตรีศูลแหลมคมที่ซ่อนอยู่ในท้องของมัน

 

ดวงตาของเซียวเอี๋ยนจ้องเขม็งอยู่ที่ฉลามซึ่งกำลังดูตัวใหญ่ขึ้นในสายตาของเขาอย่างรวดเร็ว  ลมรุนแรงกระหายเลือดที่ปะทะเข้าใส่เขาเป็นเหตุให้ใบหน้าของเซียวเอี๋ยนยิ่งเคร่งขรึมมากขึ้น ท่อนแขนข้างหนึ่งสั่นขึ้นเล็กน้อย  เพลิงสีครามวิ่งผ่านเส้นทางโคจรชี่ของเขาและกรูกันออกมา ในที่สุดปกคลุมไม้บรรทัดซวนยักษ์เอาไว้ภายใน  เมื่อกระทำเสร็จ เขาถือด้ามไม้บรรทัดซวนยักษ์ไว้ด้วยสองมือและค่อยๆ ยกขึ้นเหนือศีรษะ  เต๋าชี่ภายในร่างกายเริ่มโคจรจนถึงขีดสุดแล้วในขณะนี้!

 

“ทำลาย!”

 

สองตาของเซียวเอี๋ยนหรี่แคบโดยพลัน เสียงตะโกนลั่นดังผ่านลำคอของเขาออกมา  ทันใดนั้น  ไม้บรรทัดเล่มหนักซึ่งห่อหุ้มไว้ด้วยเปลวไฟสีครามเข้มข้นตัดฟันลงไป ราวกับกำลังผ่าภูเขาลูกหนึ่งก็ไม่ปาน

 

ขณะที่ไม้บรรทัดซวนยักษ์ถูกเหวี่ยงฟันลงไป ผู้คนมองเห็นอากาศรอบด้านดูพร่าเลือนขึ้น  อุณหภูมิสูงร้อนระเหยน้ำที่สะสมอยู่ในพื้นดินรอบทิศทาง

 

ภายใต้สายตาสังเกตการณ์ของทุกผู้คน  ไม้บรรทัดซวนยักษ์ซึ่งถูกห่อหุ้มด้ยเปลวไฟสีครามปะทะเข้ากับฉลามเต๋าชี่ตัวนั้น

 

“ตูม!”

 

ชั่วขณะที่อาวุธทั้งสองปะทะกัน เสียงระเบิดฝุบทุ้มต่ำดังก้องขึ้น  หมอกที่กระจายอยู่ในอากาศเริ่มกระเพื่อมขึ้นพร้อมเสียงดังซ่า ณ จุดที่มีผสานกัน  คลื่นน้ำระลอกหนึ่งที่ประจุด้วยระลอกเมล็ดเพลิงสีครามเกิดเป็นลอนกระจายออกไปในทุกทิศทาง  ทุกที่ที่มันกวาดตัวผ่าน มันชำระล้างทุกสิ่งเหนือพื้นดินไปจนหมดสิ้น

 

สีหน้าของฝูเอ้าภายในสายหมอกบูดเบี้ยวเล็กน้อย  เขาจ้องมองตรีศูลที่ยันอยู่กับไม้บรรทัดซวนยักษ์  เปลวไฟสีครามที่กำลังพวยพุ่งอยู่ด้านตรงข้ามไม่เพียงไม่ดับมอดลงเพราะฉลามพลังงานธาตุน้ำ  ตรงกันข้ามกลับสามารถทำให้ฉลามพลังงานธาตุน้ำซึ่งกำเนิดจากเต๋าชี่เดือดพล่านจนกลายเป็นไอและกระจายออกไปทั่วฟ้าในวินาทีที่มันประสานกัน  สถานการณ์กะทันหันเช่นนี้เป็นสิ่งที่ฝูเอ้าไม่เคยคาดคิดถึง

 

สองมือของฝูเอ้ากำด้ามตรีศูลไว้แน่น  สองแขนสั่นเทา เขารู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อยกับพลังงานมหาศาลที่ถ่ายทอดผ่านมาจากไม้บรรทัดซวนยักษ์

 

ใบหน้าของเซียวเอี๋ยนแดงก่ำเต็มที  นี่เป็นสภาพที่เกิดจากการแสดงพลังจนถึงขีดสุด  สองตาจ้องมองฝูเอ้าซึ่งอยู่ห่างจากเขาไปเพียงสองฟุตเขม็ง  มุมปากของเขาขยับยกจนเป็นเส้นโค้ง

 

ลำคอของเซียวเอี๋ยนกลอกกลิ้งน้อยๆ  เสียงประหลาดเดือดพล่านอยู่ในลำคอของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า  ติดตามด้วยเสียงเดือดพล่านนั้น ปากของเซียวเอี๋ยนโป่งพองออกมา  ครู่ต่อมา เขายกมือข้างหนึ่งขึ้นและอ้าปากที่เคยปิดสนิทอยู่

 

“คำราม!”

 

เมื่อเซียวเอี๋ยนอ้าปาก เสียงราชสีห์คำรามทรงอำนาจราวฟ้าผ่าดังออกมา ผู้คนที่กำลังสังเกตการณ์อยู่รอบด้านต้องรีบยกมือขึ้นอุดหูของตนไว้อย่างสุดความสามารถเพราะคลื่นเสียงที่สั่นสะเทือนจนพวกเขารู้สึกปวดแก้วหู

 

ในขณะที่แก้วหูของผู้สังเกตการณ์รอบด้านยังรู้สึกปวดแปลบอยู่ สำหรับฝูเอ้าซึ่งอยู่ห่างจากเซียวเอี๋ยนไม่ถึงสองก้าวแล้วยิ่งหนักกว่า

 

ขณะที่ฝูเอ้ารู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างก่อนที่คลื่นเสียงจะดังออกมา เขาไม่ยอมล่าถอยในทันที  ดังนั้น เขาจึงต้องรับกระบวนท่า “พยัคฆ์คำราม - สิงห์คำรน ขยี้วิญญาณ” จากการปะทะกับเซียวเอี๋ยนเต็มที่

 

สองมือของฝูเอ้าสั่นเทา  ด้วยเสียงคำรามจากเซียวเอี๋ยนซึ่งประดุจดังสายฟ้าที่ฟาดลงมาจากท้องฟ้าอันปลอดโปร่ง  หูทั้งสองข้างของเขามีเลือดไหลซึมออกมา  ราวกับมีกระดิ่งและฆ้องดังลั่นอยู่ในหัว เกิดความงวยงงวุ่นวายเป็นที่สุด

 

ชั่วขณะที่ฝูเอ้าถูกวิชา “พยัคฆ์คำราม - สิงห์คำรน ขยี้วิญญาณ” สั่นคลอน  เซียวเอี๋ยนปล่อยไม้บรรทัดซวนยักษ์ทิ้งไป ร่างของเขาหมุนและกลับปรากฏขึ้นที่ด้านซ้ายมือของฝูเอ้าได้ราวกับภูติผี  ใบหน้าเคร่งขรึมจริงจังขณะกำหมัดซึ่งประจุด้วยเสียงลมแหลมคมตัดผ่านอากาศออกไป กระแทกเข้าใส่ใบหน้าของฝูเอ้าอย่างไร้ความปรารณี ภายใต้สายตานับไม่ถ้วนคู่รอบด้าน

 

“ตูม!”

 

หมัดกระแทกใส่เนื้อสดๆ  เสียงทุ้มเบาๆ ดังขึ้นจนทำให้หัวใจของทุกผู้คนที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่รอบด้านต้องกระโจนเฮือก  พวกเขามองเห็นฝูเอ้าลอยไปราวกับว่าวสายป่านขาดตัวหนึ่ง  ร่างของเขาหมุนอยู่กลางอากาศไปสองสามตลบก่อนที่จะร่วงกระแทกลงพื้นและกลิ้งหลุนๆ ไปอีกนับสิบเมตร  ไม่ทราบว่าเขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่...

 

ชั่วขณะที่ร่างของฝูเอ้ากระแทกลงสู่พื้น  ผู้ชมรอบด้านพากันเงียบสนิทราวอยู่ในป่าช้าแล้ว!

Comment

  • #3 NoFearMia

    2017-07-15 10:00

    นังเอี๋ยนมันสายแว๊นครับ เวลาแข่งต้องเอาสก๊อยไปเดิมพัน ไม่งั้นจะปล่อยพลัง 120% ไม่ได้ - -

  • #2 ตี๋

    2017-07-14 23:37

    ขอบคุณครับ

    สรุปว่าเอาแฟนไปเดิมพันใช่ไหมเนี่ย -*-

  • #1 เฒ่าทารก

    2017-07-14 23:13

    ยังไม่ได้เกลาภาษาเลยหงะ ... คร่อก..... แปะไว้ก่อง

View Desktop Version

Hot Vote

กรุณา Login เข้าสู่ระบบก่อนทำการโหวตค่ะ

Report

กรุณา Login เข้าสู่ระบบก่อนทำการโหวตค่ะ