Doupo Cangqiong (斗破苍穹) / Battle Through The Heavens (Novel : Thai Translation)

Fan's Translation for fans only. Do not use it for business purpose. And please support the original work. This translation will end if the right is available in my country.

คนกลุ่มใหญ่ห้อมล้อมกันอยู่ ณ บริเวณหนึ่งภายในบ้านพักสำหรับนักเรียนใหม่  ในท่ามกลางคนมุงนั้น มีคนสองกลุ่มกำลังเผชิญหน้าถมึงตาใส่กัน  กลุ่มหนึ่งมีคนมากกว่า ในขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งมีเพียงสิบกว่าคน  อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในสถานที่แห่งนี้ดูเหมือนว่าฝ่ายคนกลุ่มเล็กจะมีความได้เปรียบกว่า

 

“เซวี่ยนเอ๋อ หูเจีย  อย่าได้ดื้อดึงอีกต่อไปเลย  ข้าก็บอกเอาไว้แล้วว่ากลุ่มประตูหินของพวกเจ้าจะไม่สามารถอยู่ในโรงเรียนส่วนในได้หรอก  นักเรียนใหม่เป็นกลุ่มเลือดใหม่สำคัญสำหรับพรรคต่างๆ มากมายของโรงเรียนส่วนในในแต่ละปี  เป็นไปไม่ได้ที่พรรคต่างๆ จะยอมนิ่งเฉยมองดูพวกเจ้าเก็บกลุ่มเลือดใหม่ทั้งหมดเอาไว้ในมือ”  ผู้นำของคนกลุ่มเล็กเป็นเด็กหนุ่มผู้หนึ่งซึ่งสวมใส่ชุดสีขาว  ใบหน้าหล่อเหลาของเขาสร้างความประทับใจให้แก่สตรีเพศได้อย่างง่ายดายยิ่ง  อย่างไรก็ตาม เซวี่ยนเอ๋อและหูเจียที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกลับไม่แสดงความชื่นชมต่อใบหน้านั้นแม้เพียงน้อย  ตรงกันข้าม พวกนางไม่ปิดบังสีหน้ารังเกียจเดียดฉันท์และเหยียดหยามแม้แต่น้อย

 

“นี่เป็นเรื่องของเรา ไม่จำเป็นต้องให้เจ้า, คนที่ยอมทิ้งเพื่อน มากังวลด้วย”  หูเจียหัวเราะเย็นชา

 

“หากเจ้าไม่มีเรื่องอื่นอีก  กรุณากลับไปเสีย  บ้านพักนักเรียนใหม่ของพวกเราไม่ต้อนรับเจ้า”  เซวี่ยนเอ๋อชำเลืองมองไป๋ซนก่อนที่จะกล่าวเสียงเรียบออกมา

 

ท่าทางของคนทั้งสองเป็นเหตุให้มุมปากของไป๋ซันกระตุบวูบอย่างมิตั้งใจ  ใบหน้าที่เคยเต็มไปด้วยรอยยิ้มก็เริ่มคล้ำและเย็นชาขึ้น

 

“ไป๋ซัน  เหตุใดเจ้ายังต้องมาพูดจาไร้สาระอีก บุกเข้าไปตรงๆ และบดขยี้ความเย่อหยิ่งของพวกเขาซะ ถึงเวลานั้น ย่อมต้องมีคนเลือกที่จะติดตามพวกเราไป”  เสียงหัวเราะหนึ่งพลันดังขึ้นจากเด็กหนุ่มที่มีร่างกายกำยำล่ำสันข้างกายไป๋ซัน  ยามที่ชายผู้นี้เอ่ยปาก ดวงตาคู่นั้นก็กวาดมองเรือนร่างงดงามอ้อนแอ้นของเซวี่ยนเอ๋อและหูเจียไปด้วยเป็นพักๆ

 

“เคะๆ  พี่ฝูเอ้ากล่าวถูกต้องแล้ว  อย่างไรก็ตาม  ฝ่ายตรงข้ามเป็นเพียงเด็กผู้หญิง  หากพวกเราลงมือทันทีที่มาถึง  คงจะหลีกเลี่ยงคำครหาไม่ได้ว่าพวกเราไม่รู้จักใจกว้าง จริงหรือไม่?”  ไป๋ซันไม่กล้าปฏิเสธเด็กหนุ่มผู้นั้น  อีกฝ่ายเป็นหนึ่งในเต๋าหลิงสามคนของกลุ่ม,  นอกเหนือจากญาติผู้พี่ของเขา  ดังนั้น  เขาจึงรีบตอบพร้อมยิ้มแย้ม

 

“ฮี่ๆ  เจ้าพูดถูก”  ฝูเอ้าหัวเราะเมื่อได้ยินไป๋ซันกล่าวเช่นนี้  สายตาก็พลันชำเลืองมองไปทางเซวี่ยนเอ๋อและยิ้มแย้มกล่าว  “น้องเซวี่ยนเอ๋อ  เซียวเอี๋ยนผู้นั้นแข็งแกร่งพอที่จะนำพวกเจ้าทุกคนเอาชัยในการแข่งล่าพลังงานเพลิงได้ก็จริง  โชคไม่ดี เขาไม่มีคุณสมบัติพอสำหรับโรงเรียนส่วนใน  เจ้าควรจะเลิกหลงผิดเกี่ยวแก่ความกล้าหาญและความเจ้าปัญญาของเขาได้แล้ว  ภายในหนึ่งหรือสองวันข้างหน้า  หลังจากที่เขาต้องพ่ายแพ้ยับเยินแล้ว  ตัวเขาเองก็คงจะประกาศยกเลิกกลุ่มประตูหินของพวกเจ้าเอง”

 

“ไม่จำเป็นต้องห่วงในข้อนั้นไป  ตราบใดที่พี่เซียวเอี๋ยนมิได้เป็นฝ่ายเอ่ยปาก  กลุ่มประตูหินนี้ก็จะไม่เกรงกลัวพรรคใดๆ ทั้งสิ้น  เจ้าจะลองดูก็ได้  หากคิดจะบังคับทำลายกลุ่มของพวกเรา!”  เซวี่ยนเอ๋อจ้องมองเขาขณะเอ่ยเสียงเย็นชา

 

เห็นเซวี่ยนเอ๋อผู้มีใบหน้างามล้ำและฉาบฉายด้วยความเย็นชา  รอยยิ้มบนใบหน้าของฝูเอ้าก็เริ่มกว้างขึ้น  เขากระดกลิ้นและกล่าว  “ช่างเป็นเด็กผู้หญิงที่ดื้อดึงนัก  อย่างไรก็ตาม  กลับถูกใจข้าเสียจริง ... เอาอย่างนี้ดีหรือไม่  เห็นแก่หน้าของเจ้า  หากเจ้ายอมส่งมอบนักเรียนใหม่ออกมาสักห้าคนในวันนี้  อนาคตข้างหน้า “แก๊งขาว” ของข้าก็จะไม่มาสร้างความวุ่นวายให้แก่เจ้าอีกเลย  เจ้าจะว่าอย่างไร?”

 

“พี่ฝู, ห้าคน...”  ได้ยินดังนี้  สีหน้าของไป๋ซันที่ยืนอยู่ด้านข้างพลันแปรเปลี่ยนและรีบเอ่ยปาก  วัตถุประสงค์ที่เขามาในวันนี้มิใช่เพียงการรับนักเรียนใหม่ห้าคนกลับไป

 

ฝูเอ้าโบกมือและขัดจังหวะคำพูดของไป๋ซัน  เขายิ้มขณะจ้องมองเซวี่ยนเอ๋อและกล่าว  “แน่นอน  รวมถึงน้องเซวี่ยนเอ๋อ  เจ้าก็ต้องเป็นหนึ่งในห้าคนนั้นด้วย”

 

สีหน้าของไป๋ซันอดไม่ได้ที่จะหมกมุ่นขึ้นมาเมื่อสิ้นคำพูดของฝูเอ้า  เขารับรู้ได้ว่าคนผู้นี้กลับมีความมุ่งหมายบางอย่างต่อเซวี่ยนเอ๋อ  ความเย็นชาฉายวูบขึ้นมาในดวงตาของเขาอยู่ชั่วครู่

 

สายตาของฝูเอ้ากำลังจ้องมองเซวี่ยนเอ๋อเขม็ง  เขาจึงไม่เห็นสีหน้าของไป๋ซัน

 

“กลุ่มประตูหินจะไม่ส่งมอบคนให้แก่พรรคใดๆ แม้แต่คนเดียว!”

 

เซวี่ยนเอ๋อย่อมได้ยินว่าฝูเอ้าถือสิทธิอย่างไรในกลุ่ม  นัยน์ตาเฉลียวฉลาดของนางจ้องมองอีกฝ่าย  ครู่ใหญ่ผ่านไป  ความเย็นชาบนใบหน้าของนางพลันหายลับไปอย่างสิ้นเชิง  นางกล่าวขึ้นด้วยเสียงสงบสุขุม

 

เห็นเซวี่ยนเอ๋อสงบนิ่งได้อีกคราหนึ่ง  ฝูเอ้าใบหน้าบูดบึ้งขึ้นมาเล็กน้อย  เขาไม่ชอบสตรีที่แสดงสีหน้าเช่นนี้  ทันใดนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าก็ค่อยๆ จืดจางลง  เขากล่าวเย็นชา  “ในเมื่อเป็นเช่นนี้  ดูท่าว่าข้าก็คงได้แต่ใช้กำลัง  ข้าเองก็อยากจะเห็นนักว่าเจ้าจะเอาความน่าเชื่อถือที่ไหนมายึดพวกเขาเอาไว้อีก  หลังจากที่ข้าเอาชนะคนเก่งๆ ในกลุ่มประตูหินของเจ้าได้”

 

“เจ้าคิดจะลองหรือ?”  ใบหน้าน่ารักของหูเจียเย็นชาจนแทบจะเป็นน้ำแข็งแล้ว  เต๋าชี่สีเขียวหยกแผ่พุ่งออกมาจากร่างกาย  พลังแข็งแกร่งกระจายออกมาทั่วพื้นที่แห่งนี้

 

ขณะที่พลังของหัวเจียแผ่พุ่งออกมา  นักเรียนใหม่นับสิบที่อยู่ด้านหลังของนางต่างคำรามออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว  เต๋าชี่หลากสีมากมายแผ่ซ่านออกมาพร้อมๆ กัน  พริบตาเดียว  ใบไม้บนพื้นดินต่างถูกเต๋าชี่สั่นสะเทือนจนพวกมันลอยสูงขึ้นไปในอากาศ

 

“โอ้?  นักเรียนใหม่กลุ่มนี้ช่างเป็นดังข่าวลือ  พวกเขาช่างจองหองไม่รู้จบเอาเสียจริง...”  ฝูเอ้าอดไม่ได้ที่จะเผยอยิ้มขำขันออกมาเมื่อมองเห็นเต๋าชี่หลากสีสรรกระจายตัวออกมา  เขากระทืบสองเท้าลงพื้นอย่างหนักหน่วง  ได้ยินเสียงตูมลึกดังขึ้นเต๋าชี่สีฟ้าสายหนึ่งแผ่ออกปกคลุมทั่วร่างของเขาเอาไว้ในพริบตา  เต๋าชี่ม้วนตัว  ดูราวกับน้ำทะเลข้นเหนียวขณะที่มันกลิ้งไปทั่วร่างของเขา

 

เต๋าชี่ของฝูเอ้าแผ่พุ่งออกมา  พลังแข็งแกร่งสายหนึ่งที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าของทุกๆ คนในที่นี้ราวสอง-สามเท่าก็เริ่มแผ่ออกมาปกคลุมพื้นที่ทั่วบริเวณนี้  เขากลับอาศัยพลังของตนกดข่มพลังมากมายของพวกนักเรียนใหม่เอาไว้

 

“วันนี้ ข้าจะให้พวกเจ้าได้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างนักเรียนรุ่นพี่กับพวกเด็กรุ่นใหม่!”  ฝูเอ้าเท้าสะโพกของตนและหัวเราะเสียงเย็นชา  “ไป๋ซัน  นำคนไปสั่งสอนนักเรียนใหม่พวกนี้ให้เข้าใจ  ว่าแค่กระดูกดื้อด้านของพวกมันไม่อาจช่วยให้พวกมันเอาตัวรอดไปได้!”

 

ไป๋ซันพยักหน้าเล็กน้อย  ดวงตาจับจ้องมองเซวี่ยนเอ๋อที่อยู่ด้านตรงข้ามด้วยทีท่าซับซ้อนชนิดหนึ่ง  ครั้นแล้ว  เขาโบกมือและออกคำสั่งเสียงเข้ม  “ลงมือ!”

 

ได้ยินเสียงร้องของไป๋ซัน  รุ่นพี่เกือบสิบคนที่อยู่ด้านหลังพลันส่งเสียงร้องออกมาเบาๆ  ร่างกายของพวกเขาแปรเปลี่ยนเป็นเงาดำพุ่งตัวตรงไปยังคนกลุ่มใหญ่ด้วยท่วงท่าราวกับสายฟ้าฟาด

 

“ข้าจะสกัดกั้นไป๋ซัน  เซวี่ยนเอ๋อ  เจ้านำคนอื่นๆ หยุดคนที่เหลือ”  หูเจียสะบัดฝ่ามืองดงามของนาง  แส้ยาวสีเขียวสายหนึ่งปรากฏขึ้น  สายแส้สะบัดออกไปเล็กน้อย  เสียงราวฟ้าผ่าก็พลันดังก้องขึ้นในอากาศ  ยังเจือไว้ด้วยกลิ่นหอมประหลาดบางเบา

 

“ตกลง”  เซวี่ยนเอ๋อพยักหน้าน้อยๆ  ดวงตาของนางเย็นชาราวน้ำแข็งขณะจ้องมองเงาร่างมนุษย์ที่พุ่งยิงเข้ามาหา  แสงสีทองพร่างพรายแผ่พุ่งขึ้นมาบนฝ่ามืองดงามราวเนื้อหยกของนาง

 

“ชี่!”

 

ชั่วขณะที่การต่อสู้กำลังจะเริ่มต้นขึ้นและคณะของไป๋ซันกำลังจะปะทะเข้าใส่กลุ่มของเซวี่ยนเอ๋อ  เงาดำสายหนึ่งพลันตัดผ่านท้องฟ้าเข้ามา  มันประจุด้วยเสียงกรีดแหลมแสบแก้วหู  เงานั้นพุ่งตรงเข้าใส่ตรงกลางระหว่างทั้งสองฝ่าย  ทันใดนั้น พลังระเบิดผสมฝุ่นผงกระจัดกระจายแยกคนทั้งสองฝ่ายออกจากกัน

 

สองคิ้วของฝูเอ้าขมวดมุ่นเล็กน้อยขณะจ้องมองบริเวณที่มีฝุ่นผงคละคลุ้ง  เขาสะบัดแขนเสื้อ  สายลมที่ค่อนข้างชื้นพลันปรากฏขึ้น  มันพัดพาออกไปในทันควัน  ทำให้ฝุ่นดินเปียกชุ่มและร่วงหล่นลง

 

ชั่วขณะที่ฝุ่นดินร่วงหล่นลงถึงพื้น  ไม้บรรทัดขนาดยักษ์สีดำเล่มหนึ่งซึ่งปักอยู่บนพื้นหินแข็งแกร่งปรากฏสู่สายตาของฝูเอ้าและพวก...

 

สายตาของพวกเขาหยุดอยู่บนไม้บรรทัดสีดำชั่วขณะ ทุ กคนหันตรงไปยังคนสองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังมัน

 

“เซียวเอี๋ยน  อู๋เฮ่า  ข้าคิดว่าพวกเจ้าพากันวิ่งหนีหางจุกตูดไปแล้วตั้งแต่ได้ยินข่าว  คิดไม่ถึงว่าพวกเจ้ายังกล้ากลับมา”  สีหน้าของไป๋ซันแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อยขณะเอ่ยเสียงเย็นออกมาเมื่อได้เห็นเงาร่างทั้งสองปรากฏขึ้น

 

สายตาของเซียวเอี๋ยนชำเลืองมองเขาอย่างเย็นชา  ครั้นแล้ว  มันจึงกระโจนผ่านเขาไปหยุดลงที่ร่างของฝูเอ้า  เขาสัมผัสได้ว่าคนผู้นี้เป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่คนเหล่านี้

 

เห็นเซียวเอี๋ยนและอู๋เฮ่าปรากฏกายขึ้นมา  พวกนักเรียนใหม่กลุ่มประตูหินพลันส่งเสียงโห่ร้องดังลั่น  ผ่านเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่างเวลาเหล่านี้มา  เซียวเอี๋ยนได้กลายเป็นเสาหลักที่แท้จริงในหัวใจของพวกเขาแล้ว  หากมีเขาอยู่  พวกเขาต่างมีจิตใจฮึกเหิมซึ่งจำเป็นต่อการต่อสู้กับทุกผู้คน

 

“พวกเจ้าสองคน  ในที่สุดก็กลับมาแล้ว...”  หูเจียลอบถอนหายใจเมื่อนางเห็นเงาร่างผอมบางเบื้องหน้า  ไม่ว่าหัวใจของนางจะแข็งแกร่งปานใด  ในท้ายที่สุด  มีบุรุษผู้หนึ่งยืนหยัดอยู่เบื้องหน้าเพื่อรับมือกับเรื่องราวเช่นนี้ย่อมจะเป็นการดีที่สุด

 

“พี่เซียวเอี๋ยน  พวกเขา...”  สายตาของเซวี่ยนเอ๋อหยุดลงบนแผ่นหลังของเซียวเอี๋ยนขณะเอ่ยเบาๆ

 

เซียวเอี๋ยนโบกมือและขัดจังหวะคำพูดของเซวี่ยนเอ๋อ  เขาเอ่ยพร้อมยิ้มบาง  “ใช่ ข้ารู้แล้ว  ปล่อยให้ข้าจัดการเรื่องราวที่เหลือเถอะ”

 

เซวี่ยนเอ๋อพยักหน้าด้วยท่าทีนุ่มนวลอ่อนโยนขณะจ้องมองแผ่นหลังผอมบางนั้น  นางชื่นชอบท่วงท่าที่เต็มไปด้วยความมั่นใจในทุกสิ่งที่เขากระทำเป็นอย่างยิ่ง  ช่างเหมือนกับเมื่อครั้งที่เขายังเยาว์วัย

 

“เจ้าก็คือเซียวเอี๋ยน?”  ฝูเอ้าจ้องมองเซียวเอี๋ยน  และพลันหันไปชำเลืองมองท่าทางอ่อนโยนของเซวี่ยนเอ๋อซึ่งแตกต่างกับความเย็นชาเมื่อครู่นี้  เขาอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วมุ่นและเอ่ยพร้อมยิ้มเย็น

 

“เขาก็คือเซียวเอี๋ยน  หัวหน้ากลุ่มนักเรียนใหม่ในขณะนี้”  ไป๋ซันขัดขึ้นและรายงานแก่เขา

 

“ไป๋ซัน  คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าหนังบนใบหน้าของเจ้าจะหนาปานนี้  เมื่อก่อน  สายตาของข้าช่างฝ้าฟางนัก”  เซียวเอี๋ยนชำเลืองมองไป๋ซันและหัวเราะขณะกล่าว  ยังมีแววเยาะหยันซึ่งมิอาจปิดซ่อนได้ในน้ำเสียงหัวเราะนั้น

 

เมื่อถูกเยาะหยันเช่นนี้  ใบหน้าของไป๋ซันก็เผลอเขียวคล้ำขึ้นมาแล้ว  เขาชำเลืองมองเซียวเอี๋ยนอย่างหม่นหมองและกล่าวเย็นชา  “เชิญเจ้าเย่อหยิ่งต่อไปเถอะ  ข้าเคยบอกแล้ว  ในโรงเรียนส่วนในแห่งนี้  ข้ามีวิธีการมากมายจัดการกับเจ้า”

 

“นอกจากอาศัยกำลังของผู้อื่นแล้ว  เจ้ายังจะทำอันใดได้อีก?”  เซียวเอี๋ยนหัวเราะราบเรียบ

 

“เจ้า...”

 

“เอาล่ะๆ  เลิกต่อล้อต่อเถียงกันได้แล้ว”  ฝูเอ้าโบกมือและขัดคนทั้งสองที่กำลังเยาะหยันกันไปมา  เขาเงยหน้าขึ้นจ้องมองเซียวเอี๋ยนและกล่าวอย่างสุขุม  “ข้าจะไม่โต้เถียงกับเจ้า  ส่งมอบนักเรียนใหม่สิบห้าคนออกมา แก๊งขาวและพวกเราก็จะจากไปแต่โดยดี”

 

“และหากข้าไม่ทำตามเล่า?”  มือข้างหนึ่งของเซียวเอี๋ยนแตะอยู่บนด้ามไม้บรรทัดซวนยักษ์เบื้องหน้าขณะเอ่ยถามออกไปพร้อมหัวเราะเย็น

 

“เช่นนั้นข้าก็จะขยี้เจ้าซะ จนกว่าชื่อเสียงของเจ้าจะหมดไปต่อหน้านักเรียนใหม่พวกนี้!”  ฝูเอ้าแยกปากและหัวเราะ  ฟันขาวขุ่นของเขาสะท้อนความเย็นชาออกมาวูบหนึ่ง

 

เซียวเอี๋ยนพยักหน้าน้อยๆ  เขาบิดคอและเพิ่งสาวเท้าไปเบื้องหน้าก้าวหนึ่ง  ฉับพลันนั้น อู๋เฮ่าซึ่งยืนอยู่ด้านข้างพลันยื่นมือออกมาหยุดเขาเอาไว้  อีกฝ่ายเอ่ยถาม “ให้ข้า?”

 

“คนผู้นี้เป็นเต๋าหลิงผู้หนึ่ง  สำหรับตอนนี้  เจ้าอาจจะรับมือเขาได้ยากสักหน่อย”  เซียวเอี๋ยนยิ้มและส่ายศีรษะ  เขาผลักมือของอู๋เฮ่าออกไปและค่อยๆ สาวเท้าไปเบื้องหน้าก้าวหนึ่ง  สายตาหยุดอยู่บนร่างกายของฝูเอ้าและหัวเราะเบาๆ  “หนึ่งต่อหนึ่ง  หากท่านชนะ  พวกเราจะทำตามที่ท่านพูด  หากท่านแพ้  แก๊งขาวของท่านห้ามมาหาเรื่องกลุ่มประตูหินของพวกเราเป็นเวลาสามเดือน  เป็นอย่างไร?  ท่านกล้ารับหรือไม่?”

 

ดวงตาของฝูเอ้าพลันหรี่แคบเมื่อได้ยินเช่นนี้

 

“พี่ฝู  อย่าตกลงกับมัน  คนผู้นี้มีไพ่ตายบางอย่างในมือ  หากเขาใช้มัน  ก็เพียงพอที่จะต่อสู้กับเต๋าหลิงผู้หนึ่งได้แล้ว  หนก่อน  แม้แต่ลั่วโหวก็ยังพ่ายแพ้ในน้ำมือของมัน”  ไป๋ซันที่อยู่ด้านข้างรีบกล่าวต่อไป  “พวกเราทุกคนลงมือพร้อมๆ กัน  แม้จะมีนักเรียนใหม่หลายคน  พวกเขาก็ไม่สามารถสกัดกั้นพวกเราทุกคนได้!”

 

“ไม่จำเป็น  ลั่วโหวผู้นั้นเพิ่งเข้าถึงระดับเต๋าหลิง  เอาชนะเขาได้ก็แค่นั้น”

 

ฝูเอ้าโบกมือ  สายตาจ้องมองเซียวเอี๋ยนเขม็ง  ทันใดนั้น  ก็หันไปทางเซวี่ยนเอ๋อที่อยู่ด้านหลังขณะเผยอปากและหัวเราะร่า  “ทำไมพวกเราไม่วางเดิมพันกันสักหน่อย  หากข้าชนะ  ส่งนักเรียนใหม่สิบห้าคนให้แก่แก๊งขาว, รวมถึงนางด้วย  หากข้าแพ้  แก๊งขาวจะไม่มาหาเรื่องพวกเจ้าเป็นเวลาครึ่งปีเลย?  เจ้าจะว่าอย่างไร?”

 

รอยยิ้มบนใบหน้าของเซียวเอี๋ยนค่อยๆ ลดเลือนลงจนแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมจริงจัง ในครู่ต่อมา มันยังแฝงซ่อนไว้ด้วยความโหดเหี้ยม  มังกรตัวหนึ่งย่อมมีขีดจำกัดซึ่งไม่อาจแตะต้องได้  ผู้คนที่ทำเช่นนั้น ย่อมแหย่โทสะของมันเข้าให้แล้ว  สิ่งที่ไม่อาจแตะต้องได้สำหรับเซียวเอี๋ยนย่อมเป็นแม่นางน้อยผู้นี้, ผู้ซึ่งครุ่นคิดถึงแต่เขา นับตั้งแต่พวกเขายังเยาว์วัย...

 

“พี่เซียวเอี๋ยน, สู้!”

 

เสียงอ่อนโยนสายหนึ่งพลันดังขึ้นที่ด้านหลังของเซียวเอี๋ยน  ทันใดนั้น  มืองดงามอ่อนนุ่มราวกับไร้กระดูกข้างหนึ่งกุมลงบนหมัดที่กำลังกำแน่นของเซียวเอี๋ยนอย่างอ่อนโยน

 

เซียวเอี๋ยนสูดลมหายใจลึกคำหนึ่ง  เขาหันไปจ้องมองแม่นางน้อยในชุดสีเขียวซึ่งกำลังส่งยิ้มงดงามให้  เขาเอียงตัวเล็กน้อย  ขยับใกล้เข้าไปกระซิบข้างหูของแม่นางน้อย, ภายใต้ใบหน้าที่แดงเรื่อขึ้นมานั้น,  เขาใช้เสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคนเอ่ยขึ้นช้าๆ “แม่เด็กน้อย  อีกครึ่งปีข้างหน้า  ข้าจะกำจัดแก๊งขาวให้สิ้นซาก!”

 

“ตกลง” แม่นางน้อยพลันยิ้มแย้ม  รอยยิ้มของนางช่างงดงาม อ่อนโยนและมีชีวิตชีวายิ่ง  เป็นเหตุให้หัวใจของผู้คนที่อยู่รอบด้านพากันสั่นไหว  นางไม่เคยสงสัยในตัวเขาตั้งแต่เมื่อครั้งที่ยังเป็นเด็ก

Comment

  • #2 NoFearMia

    2017-07-12 05:44

    มาแล้วครับสเตปหน้าตัวประกอบในตำนาน กร่างเฉยๆ ไม่พอไปเหล่หญิงของเค้าอีก.....เอ็งตายแน่

  • #1 ตี๋

    2017-07-12 01:03

    ขอบคุณครับ

    แหนะ แหนะ แหนะ ใช้เสียงที่ได้ยินแค่ 2 คนแล้วทำไมต้องกระซิบที่ข้างหูอีก อิจฉาาาา

    รีบๆ จัดการแก๊งขาวดีกว่า หมั่นไส้สุดๆ

View Desktop Version

Hot Vote

กรุณา Login เข้าสู่ระบบก่อนทำการโหวตค่ะ

Report

กรุณา Login เข้าสู่ระบบก่อนทำการโหวตค่ะ