Doupo Cangqiong (斗破苍穹) / Battle Through The Heavens (Novel : Thai Translation)

Fan's Translation for fans only. Do not use it for business purpose. And please support the original work. This translation will end if the right is available in my country.

เมื่อเซียวเอี๋ยนเดินออกมาจากห้องในเช้าวันรุ่งขึ้น เขามองเห็นเงาร่างมนุษย์สองคนกำลังพุ่งวูบไปมาและประสานกับอีกฝ่ายหนึ่งอยู่ภายในห้องโถงของบ้านพักหลังใหม่ของพวกตน เต๋าชี่แข็งแกร่งหลั่งไหลออกมาจากร่างกายของคนทั้งสองและสาดซัดกระจายไปทั่วทั้งห้อง

 

บนเก้าอี้ตัวหนึ่งที่มุมห้อง เซวี่ยนเอ๋อกำลังยิ้มแย้มนั่งดูเงาร่างทั้งสอง  เมื่อนางได้ยินเสียงฝีเท้า นางพลันหันมามองดูเซียวเอี๋ยนที่กำลังปีนลงบันไดมา นางอดไม่ได้ที่จะรีบกุลีกุจอตรงเข้ามาทักทายเขา  พร้อมด้วยเสียงอ่อนโยน นางยิ้มแย้มและเอ่ยถาม “พี่เซียวเอี๋ยน ท่านตื่นแล้ว?”

 

“ใช่แล้ว” เซียวเอี๋ยนยิ้มและพยักหน้า เขาหันไปมองคนทั้งสองในห้องโถงและเอ่ยถามยิ้มแย้ม “สองคนนั้นกำลังทำอะไร?”

 

“บางทีอาจจะเป็นเพราะการแข่งล่าพลังงานเพลิง ในขณะที่พวกเขากำลังฝึกชี่เมื่อคืนนี้ จู่ๆ อู๋เฮ่าและหูเจีย แต่ละคนได้เลื่อนขึ้นสู่ต้าเต๋าซื่อเจ็ดดาวตามๆ กัน พวกเขาจึงอยากจะอุ่นเครื่องตั้งแต่ตื่นนอนมาเมื่อเช้า ดังนั้น...” เซวี่ยนเอ๋อปิดปากคิกคักและอธิบายพร้อมกลั้วหัวเราะ

 

“โอ้? พวกเขาได้เลื่อนขั้น?”

 

เซียวเอี๋ยนเลิกคิ้วเมื่อได้ยินเช่นนี้ เขาพลันทอดถอนใจและส่ายศีรษะ  สองคนนี้ช่างสมกับเป็นสุดยอดนักเรียนจากโรงเรียนเจียหนันส่วนนอก  พรสวรรค์ของพวกเขาก้าวล้ำเกินคนทั่วไป  หากพูดถึงแค่พรสวรรค์ในการฝึกยุทธ์เพียงด้านเดียว พวกเขาคงอยู่ในระดับเดียวกับเซียวเอี๋ยน

 

“แล้วเซวี่ยนเอ๋อเล่า? เจ้าอยู่ในระดับใดแล้วเวลานี้?” เซียวเอี๋ยนหันกลับมา กวาดสายตามองเซวี่ยนเอ๋อขณะเอ่ยถามยิ้มแย้ม  แม่นางน้อยผู้นี้ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงพรสวรรค์ในการฝึกยุทธ์ที่ทำให้แม้แต่เขาก็อัศจรรย์ใจมาแล้ว  เมื่อครั้งที่เขาออกจากเมืองวูตัน เซวี่ยนเอ๋อเป็นเพียงเต๋าเจ่อผู้หนึ่ง  บัดนี้ ผ่านไปเพียงสองปี นางกลับเข้าถึงระดับต้าเต๋าซื่อผู้หหนึ่งแล้ว ความเร็วเช่นนี้คงเป็นสิ่งที่เขาไล่ตามได้โดยยากหากไม่มีเหยาเหลาคอยช่วยเหลือ  ยิ่งไปกว่านั้น เซวี่ยนเอ๋อยังเยาว์วัยกว่าเซียวเอี๋ยนอีกด้วย

 

“ข้าหรือ? เวลานี้ข้าเองก็อยู่ในระดับต้าเต๋าซื่อเจ็ดดาวแล้ว  อย่างไรก็ตาม หลังจบการแข่งล่าพลังงานเพลิงในครั้งนี้ ข้าเองก็รู้สึกว่าข้ากำลังใกล้จะวิวัฒน์ขึ้นไปอีกแล้ว  ข้าคิดว่าภายในเวลาสามหรือสี่วัน ข้าก็น่าจะวิวัฒน์เป็นต้าเต๋าซื่อแปดดาวได้สำเร็จ” เซวี่ยนเอ๋อยกถ้วยชาที่อยู่ข้างๆ ขึ้นมาจิบกลืนลงไป นางหันมายิ้มขณะตอบเซียวเอี๋ยน

 

“หึหึ ทีละคนๆ...”

 

เซียวเอี๋ยนอดไม่ได้ที่จะเดาะลิ้นคราหนึ่ง ดูเหมือนว่าทุกคนในคณะทั้งสี่นี้ต่างก็ไม่ธรรมดา ทุกคนล้วนมีพรสวรรค์อันน่าตื่นตะลึงและมีศักยภาพสูงส่ง  ยิ่งไปกว่านั้น เซียวเอี๋ยนกล้าพูดได้เลยว่าพวกเขาทั้งสามล้วนมีความสามารถพิเศษและไพ่ตายซุกซ่อนอยู่  หากตกอยู่ในอันตราย พลังที่จะระเบิดออกมาคงต้องสร้างความตื่นตะลึงให้แก่ผู้คนอย่างแน่นอน  เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ เขาไม่สงสัยเป็นแน่  ไม่ว่าอย่างไร ปู่ของหูเจียก็เป็นถึงรองอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนส่วนนอกซึ่งมีพลังกล้าแข็งในระดับเต๋าหวงขั้นสูงแล้ว  ยามเมื่อสอนวรยุทธ์ให้แก่หลานสาวของตน เขาย่อมไม่ปิดบังใดๆ อย่างแน่นอน

 

ตามที่อาจารย์รั่วหลิงและคนอื่นๆ เคยเล่ามา บุคคลที่อยู่เบื้องหลังอู๋เฮ่าดูเหมือนว่าจะเป็นผู้บัญชาการหน่วยผู้คุ้มกฎ หน่วยนี้ปกติเป็นขุมกำลังของโรงเรียนเจียหนัน  โดยมากแล้ว พวกเขาจะคอยเฝ้าระวังพวกคนโฉดชั่วที่มาจากเขตมืด  สามารถกลายเป็นผู้บัญชาการของหน่วยนี้ได้ พลังของเขาก็คงไม่ด้อยไปกว่ารองอาจารย์ใหญ่หูกัน

 

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเซวี่ยนเอ๋อ จนถึงบัดนี้ เซียวเอี๋ยนก็ยังไม่มีความแน่ใจเกี่ยวแก่พรรคใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังนาง  แน่นอน ดูจากสีหน้าที่ค่อนข้างหวาดกลัวของเหยาเหลา เขาก็พอจะคาดเดาถึงโครงสร้างขนาดยักษ์ได้คร่าวๆ

 

ด้วยเบื้องหลังของคนทั้งสาม เซียวเอี๋ยนไม่คิดว่าไพ่ตายที่พวกเขาครอบครองอยู่ในมือจะด้อยไปกว่าของตน  ในเมื่อเขาสามารถอาศัยเคล็ดวิชาลับบางอย่างเข้าเอาชนะเต๋าหลิงผู้หนึ่งได้ คนอื่นๆ ก็คงทำได้เช่นกัน หรือมิใช่?

 

“เปรี้ยงๆ!”

 

ชั่วขณะที่เซียวเอี๋ยนกำลังทอดถอนใจไม่รู้จบกับความแข็งแกร่งของคนกลุ่มเล็กๆ ของตน เสียงตบประตูอย่างปัจจุบันทันด่วนก็พลันดังขึ้นในลักษณะรีบเร่งยิ่ง

 

เซียวเอี๋ยนเงยศีรษะขึ้นมองอย่างไม่แน่ใจ สายตากวาดมองไปทางประตูหน้าและเซวี่ยนเอ๋อก็ลุกขึ้นอย่างว่าง่ายและเดินตรงไปอย่างรวดเร็ว  อู๋เฮ่าและหูเจียหยุดซ้อมมือเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู  พวกเขาคว้าผ้าเช็ดหน้าที่อยู่ข้างๆ ขึ้นมาซับเหงื่อไคลของตน  ครั้นแล้ว พวกเขาเดินตรงมาข้างกายของเซียวเอี๋ยน ยกถ้วยชาบนโต๊ะขึ้นมาดื่มชาในถ้วยจนหมดในคำเดียว

 

“เกิดอะไรขึ้น?” อู๋เฮ่าเอ่ยถามลวกๆ หลังดื่มชาเสร็จ

 

“พวกเราจะรู้ได้เมื่อออกไปดูแล้ว” เซียวเอี๋ยนยิ้มและเงยหน้าขึ้น เพียงเพื่อจะได้เห็นเซวี่ยนเอ๋อซึ่งเป็นคนเปิดประตูออกไปสนทนากับผู้คนที่ด้านนอกอยู่ครู่หนึ่งและเดินกลับเข้ามาอย่างรวดเร็ว

 

“เซวี่ยนเอ๋อ มีอะไรหรือ?” หูเจียยิ้มแย้มและเอ่ยถามเซวี่ยนเอ๋อขณะผูกกระดิ่งรอบเอวน่ารักของตน แต่งแต้มให้แก่เอวคอดกิ่วงดงามของนาง กระทั่งยิ่งชวนมองมากขึ้น

 

“มีนักเรียนใหม่นับสิบที่ด้านนอกบอกว่าพวกเขาอยากจะพบพี่เซียวเอี๋ยน” เซวี่ยนเอ๋อขมวดคิ้วเล็กน้อยขณะกล่าว

 

“นักเรียนใหม่? มีอะไรเกิดขึ้นกัน? ช่างเถิด ให้พวกเขาเข้ามา” เซียวเอี๋ยนงุนงงเล็กน้อยก่อนที่จะพลันตอบ

 

“ตกลง”

 

เซวี่ยนเอ๋อพยักหน้าเมื่อได้ยินเช่นนี้ นางกวักมือไปทางด้านนอกประตู ทันใดนั้น เงาร่างกว่าสิบสายหลั่งไหลกันเข้ามา ห้อมล้อมคณะของเซียวเอี๋ยนทั้งสี่คนเอาไว้ ไม่ทราบเหตุใด ใบหน้าของพวกเขาล้วนแดงก่ำ

 

“ศิษย์พี่เซียวเอี๋ยน ในฐานะนักเรียนใหม่ ท่านต้องช่วยเหลือพวกเรา  พวกนักเรียนรุ่นพี่ในโรงเรียนส่วนในแห่งนี้ทำเกินไปจริงๆ”  เด็กหนุ่มผู้หนึ่งซึ่งมีใบหน้าที่ค่อนข้างแดงก่ำกระวนกระวาย  เซียวเอี๋ยนยังจำเด็กหนุ่มผู้นี้ได้ เขาเป็นหนึ่งในนักเรียนสามคนที่สามารถยืนหยัดอยู่ได้หลังจับคู่ต่อสู้กับสมาชิกในกลุ่มปีศาจดำผู้หนึ่งในการแข่งล่าพลังงานเพลิง  หากเขาจำไม่ผิด ชื่อของคนผู้นี้ก็คืออาไท่

 

“เกิดอะไรขึ้น? บอกข้าให้ละเอียด” เซียวเอี๋ยนใบหน้าบูดบึ้งและกล่าว

 

“เริ่มจากเมื่อเช้านี้ มีนักเรียนรุ่นพี่หลายกลุ่มเข้ามาในบริเวณพื้นที่ของนักเรียนใหม่และเที่ยวตะโกนออกมาพักใหญ่  พวกเขาต้องการเก็บสิ่งที่พวกเขาเรียกว่า “ส่วยค่าคุ้มครองนักเรียนใหม่” ซึ่งเป็นจำนวนพลังงานเพลิง ๒ วันต่อคน... พวกเราก็เคยได้ยินมาว่าในฐานะผู้เข้ามาใหม่ ไม่จำเป็นต้องทำตัวก้าวร้าวเกินไป หากเราทนได้สักหน่อยก็ไม่เป็นไร  ดังนั้น พวกเราจึงไม่พูดมากและจ่ายพลังงานเพลิงให้แก่พวกเขา  สุดท้าย คาดไม่ถึง หลังจากที่พวกเราส่งส่วยให้แก่คนกลุ่มนั้นไปแล้ว กลับมีนักเรียนรุ่นพี่มาหาพวกเรากลุ่มแล้วกลุ่มเล่า เที่ยวตะโกนใส่บริเวณที่พักของพวกเรานักเรียนใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า  พวกเขาปิดกั้นทางเข้าออกและตอนนี้ก็ขอให้พวกเราจ่ายส่วยให้อีกหน  จนถึงตอนนี้ มีนักเรียนรุ่นพี่มาถึงสามกลุ่มแล้ว  หากเป็นเช่นนี้ต่อไป พลังงานเพลิงอันน้อยนิดที่พวกเรานักเรียนใหม่ได้มาหลังการต่อสู้อย่างหนักหน่วงร่วมกับศิษย์พี่เซียวเอี๋ยนคงถูกชิงไปจนหมดตัวเป็นแน่!”  เด็กหนุ่มที่ชื่ออาไท่กัดฟันกรอดและบอกเล่าอย่างขมขื่นใจ

 

“คนพวกนี้ไม่ทำเกินไปหน่อยแล้วหรือ?” ใบหน้าน่ารักของหูเจียหมกมุ่นเล็กน้อย มืองดงามของนางตบลงบนพนักเก้าอี้ตัวหนึ่ง

 

เซียวเอี๋ยนถือถ้วยชาด้วยสองมือ  ดวงตาหรี่แคบ ทว่าไม่เอ่ยสิ่งใดออกมา

 

“ศิษย์พี่เซียวเอี๋ยน พวกเรามาหาท่าน ไม่ใช่เพราะพวกเราอยากจะได้รับการยกเว้นส่วย  พวกเราเองก็เข้าใจดีว่าในฐานะนักเรียนใหม่แห่งโรงเรียนเจียหนัน ย่อมหลีกเลี่ยงการถูกข่มเหงจากรุ่นพี่ไม่ได้  ข้าเองก็สอบถามพรรคพวกบางคนมาแล้ว  ในปีก่อนๆ  นักเรียนใหม่ต้องจ่ายส่วยค่าคุ้มครองนักเรียนใหม่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น  ไม่เหมือนสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้  ที่พวกรุ่นพี่กลุ่มแล้วกลุ่มเล่าเดินทางมาเก็บส่วย  จากคำบอกเล่าของเพื่อนผู้นั้น เหตุผลของเรื่องราวในปีนี้ ก็เพราะผลงานของพวกนักเรียนใหม่ในการแข่งล่าพลังงานเพลิง  ทำให้ในใจของนักเรียนรุ่นพี่หลายคนเกิดไม่สบอารมณ์เข้า  ดังนั้น เหตุการณ์ใหม่เช่นนี้จึงเกิดขึ้น” อาไท่หัวเราะขื่นและทอดถอนใจ

 

“ที่พูดมาทั้งหมดนี้ ข้ามิได้โทษศิษย์พี่เซียวเอี๋ยน  ท่านนำพวกเรารอดพ้นจากการถูกพวกรุ่นพี่ข่มเหงในระหว่างการแข่งล่าพลังงานเพลิง  ชื่อเสียงของพี่เซียวเอี๋ยนเป็นที่จดจำสูงสุดอยู่ในหัวใจของพวกเรานักเรียนใหม่ในปีนี้  ดังนั้น พวกเราจึงได้แต่มาขอให้ท่านช่วยยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือกับปัญหาน่ารำคาญที่พวกเรากำลังประสบอยู่  หวังว่า นี่จะช่วยให้พวกเรา ในฐานะนักเรียนใหม่ประจำปีนี้ได้ยุติการถูกขูดรีดซ้ำแล้วซ้ำเล่าเช่นนี้  ไม่เช่นนั้น หากพวกเราไม่มีค่าใช้จ่ายเพื่อเข้าฝึกยุทธ์ในหอฝึกชี่เพลิงฟ้าเสียแล้ว  ยังจะพูดถึงการฝึกยุทธ์ในโรงเรียนส่วนในได้อย่างไร?”  อาไท่จ้องมองเซียวเอี๋ยนเขม็งขณะเอ่ยต่อไป “หากเป็นไปไม่ได้จริงๆ พวกเรานักเรียนใหม่ก็คงได้แต่ส่งมอบส่วยค่าคุ้มครองนักเรียนใหม่นี้ให้แก่ศิษย์พี่เซียวเอี๋ยนแทน ยังดีเสียกว่าที่จะมอบมันให้แก่เจ้าพวกลูกกำพร้าพวกนั้น!”

(ส่งเผือกร้อนให้อีก อาไท่เอ๋ยอาไท่)

 

“ส่งมอบส่วยค่าคุ้มครองนักเรียนใหม่ให้ข้า?  นี่จะมิใช่เหมารวมว่าข้าเป็นเฉกเช่นเดียวกับรุ่นพี่พวกนั้นหรอกหรือ?”  เซียวเอี๋ยนยิ้มบาง ปลายนิ้วเคาะถ้วยชาของตนเบาๆ เกิดเสียงดังกริ๊งๆ  หลังนิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง เขายิ้มและกล่าวแก่อาไท่ “ในเมื่อนักเรียนรุ่นพี่พวกนั้นกำลังปิดกั้นทางเข้าออกและเรียกเก็บส่วย ข้าคิดว่าพวกเราก็คงไม่อาจละเลยได้  ทำไมเราไม่ทำแบบนี้เล่า?  เจ้าจะไปรวบรวมนักเรียนใหม่ทุกคน พวกเราจะรีบไปที่นั่นในทันที”

 

หลังจากที่เห็นพวกนักเรียนใหม่จากไปแล้ว เซียวเอี๋ยนหันมาจ้องมองเซวี่ยนเอ๋อและพวกทั้งสอง เขาเอ่ยถามขึ้น “พวกเจ้าทุกคนเห็นว่าเรื่องนี้เป็นอย่างไร?”

 

“เจ้าเป็นหัวหน้ากลุ่ม เจ้าตัดสินใจ  อย่างไรก็ตาม พวกเราไม่อาจทำตัวเป็นลูกแกะเชื่องๆ ปล่อยให้คนพวกนั้นมาข่มเหงได้ จริงหรือไม่?” หูเจียมีใบหน้าบูดบึ้งและกล่าว “ยิ่งไปกว่านั้น หากเจ้าไม่คิดจะยื่นมือเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องในครั้งนี้ ชื่อเสียงที่เจ้าสะสมมาในหมู่ของนักเรียนใหม่ได้อย่างยากลำบากก็อาจจะพังครืนลง และเจ้าก็จะเสียแรงสนับสนุนจากคนจำนวนมาก”

 

“ผู้เฒ่าซูบอกเอาไว้เมื่อวานนี้ว่า ภายในโรงเรียนส่วนในนี้มีกลุ่ม, มีพรรคต่างๆ กระจายตัวอยู่มากมาย  ในอนาคตข้างหน้า หากเราต้องการที่จะอยู่ที่นี่เป็นเวลานาน ลำพังแค่พวกเราสี่คนอาจจะอ่อนแอเกินไปสักหน่อย บัดนี้... นี่เป็นโอกาสอันดีที่จะรวบรวมผู้คนเข้ามา  อาศัยชื่อเสียงของท่านในหมู่พวกนักเรียนใหม่ ตราบใดที่ท่านกล้าออกหน้าและยอมเสี่ยงที่จะถูกขยี้ ก็อาจจะมีความเป็นไปได้สักแปดสิบหรือเก้าสิบส่วนที่นักเรียนใหม่จะยินดีติดตามท่าน” เซวี่ยนเอ๋อส่งเสียงแสดงความคิดเห็น

 

“เจ้าคิดจะให้พวกเราสร้างกลุ่มของตน?” เซียวเอี๋ยนแปลกใจเล็กน้อยขณะกล่าว

 

“มันน่าจะเป็นการดีกว่า หากต้องเข้าร่วมกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งในท้ายที่สุด... ก็เป็นดังเช่นที่ท่านเพิ่งพูดไปเมื่อครู่ คงเป็นการยากสำหรับพวกเราในอันที่จะหลีกเลี่ยงจากการจ่ายส่วยค่าคุ้มครองนั้น  ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เหตุใดพวกเราไม่รวมตัวกัน  แม้ขณะนี้พลังของนักเรียนใหม่ยังค่อนข้างอ่อนด้อยอยู่  หากพวกเรานับสิบรวมตัวกัน กลุ่มเล็กๆ ธรรมดากลุ่มหนึ่ง, อย่างน้อยที่สุด ก็ไม่กล้าเข้ามาก่อกวนพวกเรา  ไม่ว่าอย่างไร ก็จะช่วยพวกเราเบาปัญหาลงไปได้เป็นอันมาก” เซวี่ยนเอ๋อแบสองมือและยิ้มขณะอธิบาย

 

“สิ่งที่เซวี่ยนเอ๋อพูดน่าจะเข้าท่า แทนที่จะปล่อยให้นักเรียนใหม่ถูกกลุ่มอื่นๆ กลืนไป มิสู้พวกเรามาลองรวบรวมพวกเขาทุกคนเข้ามา และให้พวกเขามาทำงานให้เรา” อู๋เฮ่าพยักหน้าน้อยๆ และเห็นด้วย

 

เซียวเอี๋ยนขมวดคิ้วแน่น สองมือถูถ้วยชาไปมา เห็นท่าทางที่เขากำลังจมอยู่ในความคิดของตน เซวี่ยนเอ๋อและพวกทั้งสองจึงไม่กล้าพูดหรือขัดจังหวะเขา  พวกนางเพียงรอคอยการตัดสินใจของเขาเงียบๆ

 

“ฟู่...”

 

ความเงียบดำเนินต่อไปอยู่สองสามนาทีก่อนที่เซียวเอี๋ยนจะผ่อนลมหายใจออกมายาวเหยียด เขาลุกขึ้นและกล่าวเสียงทุ้มลึก “ตกลง ข้าจะทำอย่างที่พวกเจ้าแนะนำ!  ขณะนี้จะเป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการผูกมัดพวกนักเรียนใหม่ หากเราเสียโอกาสนี้ไป หากคิดจะรวบรวมพวกเขาอีกในอนาคตข้างหน้า คงยากขึ้นกว่านี้อีกเป็นสิบเท่า!”

 

“ไป!”

 

ครั้นกล่าวจบ เซียวเอี๋ยนโบกมือและสาวเท้าออกไปจากประตูหน้า  เซวี่ยนเอ๋อและพวกทั้งสองสบตากันก่อนที่จะพลันยิ้มออกมาและติดตามเซียวเอี๋ยนไปด้วยฝีเท้าที่รวดเร็ว

Comment

  • #4 เฒ่าทารก

    2017-06-17 12:30

    ขอบคุณ คุณคนกลัวเมียครัช แก้แล้วครัช kiss

  • #3 NoFearMia

    2017-06-13 04:53

    เซียวเอี๋ยนกล้าพูดได้เลยว่าพวกเขาทั้งสามล้วน...มา.....ความสามารถพิเศษ แก้คำผิดล่วยยยยยยย

  • #2 ตี๋

    2017-06-13 01:05

    ขอบคุณครับ

    ตรงกับสำนวนในนิยายจีนเลย เรื่องดีๆ ไม่เคยมา เรื่องที่มา ไม่เคยดี

  • #1 viruskei

    2017-06-12 14:48

    วันนี้มาเร็วมากเลย ขอบคุณนะคะ พักกันยังไม่ทันไรวันเดียวมีเรื่องแล้วฮ่าๆ

View Desktop Version

Hot Vote

กรุณา Login เข้าสู่ระบบก่อนทำการโหวตค่ะ

Report

กรุณา Login เข้าสู่ระบบก่อนทำการโหวตค่ะ