Doupo Cangqiong (斗破苍穹) / Battle Through The Heavens (Novel : Thai Translation)

Fan's Translation for fans only. Do not use it for business purpose. And please support the original work. This translation will end if the right is available in my country.

คณะของเซียวเอี๋ยนทั้งห้านั่งขัดสมาธิหลับตาอยู่บนลานโล่งบนพื้นป่า ทั่วทั้งป่าตกสู่ความเงียบสงัด อย่างไรก็ตาม บรรยากาศที่ค่อนข้างแฝงไว้ด้วยความกดดันลึกๆ กลับบ่งบอกว่าพายุกำลังจะใกล้เข้ามาแล้ว

 

ความเงียบสงัดดำเนินต่อไปไม่ทราบนานเท่าไหร่ ถึงจุดหนึ่ง เซียวเอี๋ยนที่กำลังหลับตาสนิทอยู่ก็พลันลืมตาขึ้น สายตากวาดมองไปทางทิศเหนือของผืนป่า ชี่แข็งแกร่งมากกว่าสิบสายปรากฏขึ้นในขอบข่ายจิตสัมผัสของเขาทางด้านนั้น

 

“พวกเขากำลังมาแล้ว” เซียวเอี๋ยนผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ  เขาบิดตัว ศูนย์แห่งกระแสชี่ในร่างกายสั่นสะเทือนขึ้นมาเล็กน้อย เต๋าชี่หลายสายไหลเวียนออกมา ในที่สุดกลายเป็นกระแสที่ไหลเวียนอย่างรวดเร็วและโคจรไปตามเส้นทางชี่ ความรู้สึกที่เต็มไปด้วยพลังจนทำให้สภาพของเซียวเอี๋ยนพุ่งถึงขีดสุดในเสี้ยวขณะก่อนที่การต่อสู้ครั้งใหญ่จะมาถึง!

 

ได้ยินคำพูดเบาๆ ของเซียวเอี๋ยน เซวี่ยนเอ๋อและพวกทั้งสามที่อยู่ข้างเขาก็เริ่มลืมตาขึ้นมา พวกเขาพยักหน้าน้อยๆ และเต๋าชี่บางเบาก็เริ่มเพิ่มพูนขึ้นจนมองเห็นได้บนร่างกายบางส่วน รอคอยการต่อสู้ครั้งใหญ่ที่กำลังใกล้จะเกิดขึ้น

 

ไม่นานหลังจากที่เซียวเอี๋ยนบอก พุ่มไม้บางจุดซึ่งอยู่ห่างออกไประยะหนึ่งพลันขยับเคลื่อนไหวขึ้นมาเล็กน้อย เงาร่างมากกว่าสิบสายพุ่งตัวออกมา สองเท้าของพวกเขาดิ่งลงยืนบนพื้นโล่งแห่งหนึ่งแทบจะในเวลาเดียวกัน ชี่แข็งแกร่งราวกับคลื่นในมหาสมุทรเข้าครอบคลุมร่างของเซียวเอี๋ยนทั้งห้าคนที่นั่งขัดสมาธิอยู่

 

“ตูม!”

 

ชั่วขณะที่รังสีกดดันแผ่เข้ามาถึงรัศมีห้าเมตรห่างจากเซียวเอี๋ยนทั้งห้า เต๋าชี่แข็งแกร่งต่างสีห้าสายก็พลันกระจายออกมาจากร่างของพวกเขา แปรเปลี่ยนเป็นม่านแสงเต๋าชี่ที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่บนอากาศเหนือพวกเขา ปิดกั้นรังสีกราดเกรี้ยวเอาไว้ได้อย่างหมดจด

 

“พวกเขามีทักษะอยู่บ้างจริงๆ ไม่น่าแปลกใจที่พวกเขากล้าทำตัวจองหองปานนี้” เห็นว่าพลังกดดันของพวกตนกลับไร้ผล สายตาประหลาดใจปรากฏวูบขึ้นบนใบหน้าของเด็กหนุ่มผู้หนึ่งซึ่งมีใบหน้าเปื้อนยิ้มและเอ่ยเสียงราบเรียบออกมา

 

เซียวเอี๋ยนค่อยๆ เงยหน้าขึ้น สายตากวาดมองเด็กหนุ่มสิบกว่าคนบนลานโล่งอีกด้านหนึ่ง เขานับอย่างระมัดระวัง มีทั้งหมดสิบห้าคน อีกนัยหนึ่ง นอกจากกลุ่ม “ด่านปีศาจดำ-ขาว” แล้ว นักเรียนรุ่นพี่สามกลุ่มสุดท้ายในการแข่งล่าพลังงานเพลิงครั้งนี้ล้วนมาถึงแล้ว

 

“ดีมาก...” เซียวเอี๋ยนผงกศีรษะเบาๆ เสียงกลั้วหัวเราะเล็กน้อยดังกังวานออกไปทั่วลานโล่งแห่งนี้ “ในที่สุดพวกท่านทุกคนก็มาถึงแล้ว”

 

“ความจองหองของเจ้าจะต้องสิ้นสุดลงเดี๋ยวนี้แล้ว ส่งมอบแผ่นผลึกเพลิงออกมา” เด็กหนุ่มผู้หนึ่งซึ่งมีผมค่อนข้างขาว, บางทีอาจจะเป็นผลมาจากเหตุบางประการ ชำเลืองมองเซียวเอี๋ยนทั้งห้าคน เขาเอ่ยเสียงเย็นชา “อย่าคิดว่าเพียงเพราะพวกเจ้าพอจะมีกำลังอยู่บ้าง แล้วจะสามารถทำลายกฎเกณฑ์ได้ หลายปีมานี้ กฎการแข่งล่าพลังงานเพลิง เป็นการส่งเสริมนักเรียนรุ่นพี่ให้มอบบทเรียนสักอย่างภายในป่าผืนนี้ ให้แก่พวกนักเรียนใหม่ที่เย่อหยิงจองหอง สิ่งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อชีวิตในโรงเรียนส่วนในของพวกเจ้าในอนาคตข้างหน้า... กฎนี้สืบทอดกันมานานนับปี ไม่มีผู้ใดสามารถทำลายมันลงไปได้ หากเจ้าอยากจะเป็นคนแรกที่ทำเช่นนี้ เจ้าก็คงจะเตรียมตัวชดใช้กับเรื่องนี้ไว้ดีแล้ว”

 

เซียวเอี๋ยนหัวเราะ เขาคว้าด้ามไม้บรรทัดซวนยักษ์ในมือ เงาดำสายหนึ่งพุ่งผ่านออกไปโดยพลัน ไม้บรรทัดซวนยักษ์เต็มไปด้วยพลังอันเกรี้ยวกราดซึ่งพัดพาใบไม้แห้งบนพื้นจนพวกมันปลิวกระจายออกไป เขาชำเลืองมมองกลุ่มคนทั้งสามเบื้องหน้าและกล่าว “อย่ามาพูดเรื่องกฎเก่าแก่คร่ำครึพวกนั้นกับข้าเลย ในเมื่อพวกท่านสามารถชิงพลังงานเพลิงจากมือของพวกเราไปได้ เหตุใดพวกเราจึงไม่ได้รับอนุญาตให้ทำแบบเดียวกัน? ตราบใดที่มีกำลัง ฐานะผู้ล่าและผู้ถูกล่าก็ย่อมแปรเปลี่ยนได้ทุกเมื่อ ในขณะนี้ พวกท่านทุกคนล้วนเป็นเหยื่อของเรา”

 

“จองหองนัก ข้าเคยเห็นคนเช่นนี้มาแล้วมากมายนับไม่ถ้วน อย่างไรก็ตาม พวกมันล้วนจากไม่ดีนักตั้งแต่มาถึงโรงเรียนส่วนใน” เด็กหนุ่มร่างกำยำผู้หนึ่งหัวเราะเย็นชาออกมา มองดูจากตำแหน่งที่เขายืนอยู่ ดูเหมือนเขาจะเป็นหัวหน้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ผิวของเขาดูเป็นสีเทาขาวอย่างประหลาดราวกับก้อนหิน แขนของเขามีขนาดเกือบเป็นสองเท่าของคนทั่วไป ให้ความรู้สึกถึงพละกำลังที่มากมาย เห็นได้ชัด เด็กหนุ่มผู้นี้คงเป็นคนประเภทที่มีกำลังกายกล้าแข็งยิ่ง

 

“ข้ายอมรับว่าพวกเจ้าทุกคนแข็งแกร่งไม่น้อย อย่างไรก็ตาม เห็นแก่หน้านักเรียนรุ่นพี่สักครั้งเถอะ พวกเราไม่มีแผนที่จะสู้กับพวกเจ้าอย่างยุติธรรมในคราวครั้งนี้” เด็กหนุ่มที่มีรอยยิ้มแปะไว้บนใบหน้ายักไหล่ ครั้นแล้ว เขากล่าวอมยิ้มแก่เด็กหนุ่มสองคนที่เพิ่งพูดไปเมื่อครู่ “เหลิ่งป้าย ซิวเอี้ยน ลงมือพร้อมๆ กันเถอะ ดูจากชี่ของพวกเขาแล้ว ลำพังข้ากลุ่มเดียว คงเป็นการยากที่พวกเราจะได้ชัยชนะมาในเวลาอันสั้น”

 

“ตกลง”

 

เด็กหนุ่มสองคนที่ชื่อเหลิ่งป้ายและซิวเอี้ยนลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะพยักหน้าของตน แม้สุดท้ายพวกเขาจะต้องเสียชื่อ เพราะต้องอาศัยกำลังคนมากกว่าเข้าทำร้ายกลุ่มคนที่น้อยกว่า พวกเขาก็ต้องจัดการกับพวกนักเรียนใหม่ที่เย่อหยิ่งเหล่านี้ให้จงได้ ไม่เช่นนั้น หากข่าวเกี่ยวกับพวกนักเรียนใหม่ออกชิงพลังงานเพลิงจากนักเรียนรุ่นพี่ได้สำเร็จแพร่สะพัดออกไปในโรงเรียนส่วนใน รุ่นพี่ที่เข้าร่วมการแข่งล่าพลังงานเพลิงในคราวนี้ก็คงชูหน้าอยู่ต่อไปในโรงเรียนได้ยากแล้ว

 

“เสียใจด้วยนะ ทว่าอันที่จริง พวกเราก็ไม่มีความคิดที่จะต่อสู้แบบขาวสะอาดเช่นกัน” เซียวเอี๋ยนหรี่สองตา และจ้องมองเต๋าชี่ที่ค่อนข้างแสบตาบริเวณฝั่งตรงข้าม เขายิ้มและพลันโบกมือ ครั้นแล้ว เสียงผิวปากแหลมคมสายหนึ่งดังกังวานออกมาจากปากของเขาและสะท้อนออกไปทั่วป่าในบริเวณนี้

 

“ซู่! ซู่!”

 

เสียงผิวปากของเซียวเอี๋ยนเพิ่งดังขึ้น เงาร่างมนุษย์นับสิบก็พลันพุ่งตัวออกมาจากพุ่มไม้หนาทึบรอบด้าน ในที่สุดล้อมเป็นวงกลมและโอบล้อมนักเรียนรุ่นพี่ทั้งสิบห้าคนเอาไว้ตรงกลาง เต๋าชี่หลากสีก่อรวมขึ้นบนร่างกายของพวกเขา แม้พลังของแต่ละคนไม่นับว่าใกล้เคียงกับพวกรุ่นพี่ทั้งสิบห้าคนนั้น การมีเต๋าชี่นับสิบๆ สายปรากฏออกมาพร้อมๆ กันก็พลันทำให้พลังของพวกเขาดูแข็งแกร่งขึ้นแล้ว!

 

ชั่วขณะที่เงาร่างมนุษย์นับสิบปรากฏขึ้น สีหน้าของหัวหน้าทั้งสามกลุ่มก็พลันน่ากลัวขึ้นมาแล้ว ในเสี้ยววินาทีนี้ ในที่สุดพวกเขาก็เข้าใจว่ากำลังเกิดสิ่งใดขึ้น ทันใดนั้น สีหน้าของเด็กหนุ่มที่อมยิ้มอยู่เสมอก็แปรเปลี่ยนเป็นดำคล้ำและเคร่งขรึมขณะกล่าว “ข้าเกรงว่า ข่าวที่ได้รับมาเมื่อก่อนหน้านี้ คงเป็นสิ่งที่เจ้าจงใจปล่อยออกไปสินะ ใช่หรือไม่?”

 

ขณะที่สัมผัสได้ถึงพลังแข็งแกร่งที่กระจายออกมาจากนักเรียนใหม่กว่าสี่สิบคน เซียวเอี๋ยนผ่อนลมหายใจโล่งอกออกมาในใจ ด้วยความช่วยเหลือจากนักเรียนใหม่เหล่านี้ เขามีความเชื่อมั่นเต็มเปี่ยมว่าจะสามารถทำลายคนทั้งสามกลุ่มนี้ได้

 

“เป็นกลยุทธ์ที่ยอดเยี่ยมมาก เพียงแต่ข้าคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าเจ้าจะมีความกล้าและมีวิธีแก้ปัญหาโดยการรวมกลุ่มนักเรียนใหม่” ในเมื่อเซียวเอี๋ยนไม่ตอบ ย่อมเป็นการยอมรับกลายๆ  เห็นเช่นนี้แล้ว น้ำเสียงของเด็กหนุ่มผู้นั้นจึงเสริมด้วยความจริงจังและความตกตะลึงออกมาอย่างช่วยไม่ได้แล้ว การแข่งล่าพลังงานเพลิงที่ผ่านมาในอดีต ไม่เคยขาดซึ่งนักเรียนที่ต้องการรวมพลังกันต่อต้านการชิงพลังงานเพลิงจากรุ่นพี่ แต่ทว่า มีนักเรียนคนไหนกัน ที่ไม่เคยผ่านการแข่งขันทดสอบเข้าสู่โรงเรียนส่วนในและไม่เคยเป็นหนึ่งในห้าสิบอันดับแรกของชั้นเรียน? โดยธรรมชาติแล้ว พวกเขาย่อมไม่ยินดีที่จะฟังคำสั่งของใครคนใดคนหนึ่ง ดังนั้น จึงมีน้อยคนมากที่สามารถรวบรวมนักเรียนใหม่เข้าด้วยกันได้สำเร็จในการแข่งล่าพลังงานเพลิงที่ผ่านมา แต่กระนั้น เซียวเอี๋ยนกลับสามารถทำได้สำเร็จ ไม่แปลกใจที่นักเรียนรุ่นพี่ท่านนี้จะลืมตัว

 

“ท่านชื่นชมข้าเกินไปแล้ว” เซียวเอี๋ยนยิ้มบาง เขาค่อยๆ ยกไม้บรรทัดในมือขึ้นและเอ่ยอมยิ้ม “ข้าคงต้องรบกวนศิษย์พี่ ส่งมอบพลังงานเพลิงออกมา พวกเรา, นักเรียนใหม่หลายคนถูกพวกท่านปล้น ดังนั้น พวกเขาจึงอยากจะได้ในสิ่งที่เป็นของตนคืนมา”

 

“อึก...” เด็กหนุ่มคนเดียวกันนั้นถอนหายใจออกมาอีกคราหนึ่ง เขาหันไปมองหัวหน้าอีกสองกลุ่ม เหลิ่งป้ายและซิวเอี้ยน,  และกล่าวขึ้น “ดูเหมือนว่าวันนี้คงจะต้องมีการต่อสู้ที่ยุ่งยากเกิดขึ้นเสียแล้ว จากที่เห็น พวกเราคงได้แต่ร่วมมือกัน”

 

“ตกลง ข้าก็บังเอิญกำลังคิดจะลองดู ว่าสุดยอดนักเรียนห้าอันดับแรกพวกนี้จะแข็งแรงแค่ไหน” ซิวเอี้ยนร่างใหญ่กำหมัดแน่น ในขณะที่ฝ่ามือกำแน่นเข้า กล้ามเนื้อแข็งแกร่งราวกับเหล็กบิดตัวเล็กน้อย เกิดความรู้สึกราวกับเขากำลังปลดปล่อยกำลังออกมา

 

“จับขโมยต้องจับหัวหน้าของมันก่อน แม้จะมีนักเรียนใหม่หลายคน ความกล้าของพวกมันก็เกิดจากคนเพียงคนเดียวที่ชื่อเซียวเอี๋ยนผู้นั้น หากพวกเราเอาชนะเขาได้ นักเรียนใหม่ที่รวมตัวกันอยู่นี้ก็จะต้องแตกพ่ายลง ซู่เซียว ดูท่าว่าพวกเราทั้งสามคนคงจะต้องร่วมมือกันเสียแล้ว” ประกายตาของเหลิ่งป้ายทอวูบ เพียงชำเลืองมองคราเดียว ก็สามารถตีแผ่จุดอ่อนของคณะนักเรียนใหม่ออกมาได้

 

“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ให้พวกที่แข็งแรงเริ่มเปิดฉากกับพวกที่แข็งแกร่ง และทะลายกำแพงของพวกมันให้แหลกกระจุยไปเลย”

 

ได้ยินดังนี้ เด็กหนุ่มที่ชื่อซู่เซียวยิ้มแย้มและพลันโบกมือออกไปเบาๆ เสียงของเขาค่อยๆ ดังออกไป “เหลิ่งป้าย ซิวเอี้ยน และข้าจะหยุดคนทั้งสามเบื้องหน้าเรา ที่เหลือสกัดกั้นพวกนักเรียนใหม่กับสาวน้อยแสนสวยที่อยู่อีกด้านหนึ่ง”

 

นักเรียนรุ่นพี่ ๑๒ คนพยักหน้าเมื่อได้ยินคำพูดของซู่เซียว แม้นักเรียนใหม่จะมีจำนวนมากกว่า พวกเขาก็อ่อนแอกว่าพวกรุ่นพี่ คงไม่มีปัญหามากมายอันใดที่จะสกัดกั้นพวกเขาเอาไว้

 

“ฟู่...” ซู่เซียวผ่อนลมหายใจออกมายาวเหยียดและก้าวไปเบื้องหน้าช้าๆ ก้าวหนึ่ง เหลิ่งป้ายและซิวเอี้ยนก็สาวเท้าก้าวตามออกไปยืนเคียงข้างเขา พื้นดินสั่นสะเทือนขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อฝีเท้าของพวกเขาจรดลงถึงพื้น พลังของคนทั้งสามซึ่งอยู่ในราวต้าเต๋าซื่อหกดาวผู้หนึ่งพลันแผ่พุ่งออกมาจากร่างกายและกวาดออกไปทั่วลานโล่งแห่งนี้

 

“พวกเจ้าแต่ละคนรับไปคนหนึ่ง นี่เป็นการต่อสู้ที่ยากลำบาก พวกผู้ชายจะรับมือกับพวกเขาเอง ... เซวี่ยนเอ๋อและหูเจียควรไปช่วยพวกนักเรียนใหม่ถ่วงการโจมตีจากรุ่นพี่ทั้ง ๑๒ คนเอาไว้” สีหน้าของเซียวเอี๋ยนแข็งกร้าวขณะจ้องมองพลังที่กระจายออกมาจากร่างของซู่เซียวและพวกทั้งสอง เขาหันไปเอ่ยแก่เซวี่ยนเอ๋อ

 

“ตกลง ระวังตัวด้วย พี่เซียวเอี๋ยน” เซวี่ยนเอ๋อพยักหน้าน้อยๆ ในขณะที่นางและหูเจียค่อยๆ ถอยหลังไป ในที่สุด ร่างของพวกนางพุ่งวูบไปรวมอยู่กับกลุ่มนักเรียนใหม่

 

“ปล่อยเจ้าก้ามปูผู้นั้นไว้ให้เป็นหน้าที่ของข้าเอง” สายตาของอู๋เฮ่ากวาดมองคนทั้งสาม ในที่สุดหยุดลงที่เด็กหนุ่มผิวสีเทา-ขาวและเอ่ยเสียงเรียบ เขามีความเชี่ยวชาญในด้านพละกำลังและความเร็วเป็นพิเศษ ดังนั้น ยามเมื่อเขาเลือกคู่ต่อสู้ จึงมักมีแนวโน้มเป็นพวกที่มีพละกำลังกล้าแข็ง

 

“ปล่อยเจ้าผมหงอกผู้นั้นไว้เป็นหน้าที่ของข้า” ไป๋ซันลังเลอยู่เล็กน้อยก่อนสายตาจะหยุดลงที่เหลิ่งป้าย

 

“ถ้าเช่นนั้น ข้าก็จะขอคำแนะนำจากรุ่นพี่ซู่เซียว” เซียวเอี๋ยนยิ้ม เขาเหวี่ยงไม้บรรทัดซวนยักษ์ในมือ เสียงลมแหวกผ่าอากาศเป็นเหตุให้ใบไม้แห้งบนพื้นรอบกายปลิดปลิวออกไป

 

“อา ช่างเป็นดังคาดเสียจริง พวกเรากลับถูกผู้อื่นเลือกตัว” เห็นการกระทำของเซียวเอี๋ยนทั้งสาม ซู่เซียวหัวเราะร่า เขาเงยหน้าขึ้นช้าๆ และก็พลันก้มหน้าลง เสียงหัวเราะแฝงไว้ด้วยรังสีสังหารเสริมเข้าไป “เริ่มลงมือและจบเรื่องนี้ให้เร็วเถิด! จำไว้ อย่าดูถูกเจ้าเด็กพวกนี้แม้แต่น้อย พวกเขาแข็งแกร่งยิ่ง!”

 

“ตกลง”

 

เหลิ่งป้ายและซิวเอี้ยนพยักหน้า สีหน้าจริงจังยิ่ง ชั่วขณะที่เสียงเพิ่งดังออกจากจมูกของพวกเขา เงาร่างคนทั้งสามขยับราวกับสายฟ้าฟาดแทบจะในเวลาเดียวกัน พวกเขาแปรเปลี่ยนเป็นแสงวูบหนึ่งและระเบิดตัวตรงไปทางเซียวเอี๋ยนและพวกทั้งสอง!

 

ชั่วขณะที่ซู่เซียวและพวกเคลื่อนไหว เซียวเอี๋ยนทั้งสามก็หายลับไปจากจุดที่ยืนอยู่พร้อมเสียงดังซู่ เวลาถัดมาที่พวกเขาปรากฏตัวขึ้น เงาร่างมนุษย์หกสายก็ปรากฏขึ้นที่กลางลานโล่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อผู้แข็งแกร่งเริ่มลงมือต่อสู้กัน หมัดศอกแข็งแกร่งล้วนถูกเหวี่ยงออกไป!

Comment

  • #2 NoFearMia

    2017-05-18 04:57

    สงสัยจะเจอมือที่สาม มาแจมนะ บทมันน่าหักมุมแท้ ปล.กลุ่มขาว-ดำ นั่นแหล่ะ เดี๋ยวบทหายค่าตัวน้อย 555+

  • #1 ตี๋

    2017-05-16 21:41

    ขอบคุณครับ

    รอลุ้น ว่าวางแผนขนาดนี้ จะได้แต้มเพิ่มเท่าไหร่ ^^

View Desktop Version

Hot Vote

กรุณา Login เข้าสู่ระบบก่อนทำการโหวตค่ะ

Report

กรุณา Login เข้าสู่ระบบก่อนทำการโหวตค่ะ