Doupo Cangqiong (斗破苍穹) / Battle Through The Heavens (Novel : Thai Translation)

Fan's Translation for fans only. Do not use it for business purpose. And please support the original work. This translation will end if the right is available in my country.

“ชี่!”

 

เซียวเอี๋ยนยิ้มเล็กน้อยขณะจ้องมองแสงสว่างที่กระจายออกมาจากแผ่นผลึกทั้งสองในขณะที่ถูพวกมัน เขายังยิ้มให้กับตัวเลขบนแผ่นผลึกสีดำที่กระโดดเพิ่มขึ้นอีกคราวหนึ่ง ขณะนี้ บนแผ่นผลึกเพลิงของเขามีพลังงานเพลิงเป็นจำนวนถึง ๗๔ วันเต็มๆ แล้ว หากลองนับดู พลังงานเพลิงจำนวนนี้คงเพียงพอที่จะช่วยให้เขาได้ฝึกชี่อยู่ในหอฝึกชี่เพลิงฟ้าเป็นเวลาต่อเนื่องถึงกว่าสองเดือน นี่นับได้ว่าเป็นผลเก็บเกี่ยวที่มากมายก่ายกองยิ่ง

 

“รวมกลุ่มนี้เข้าไปด้วยแล้ว ขณะนี้พวกเราได้รวมรวมพลังงานเพลิงมาจากคนห้ากลุ่มแล้ว” เซวี่ยนเอ๋อเก็บแผ่นผลึกของนางกลับเข้าที่อย่างเหมาะสม นางหันไปชำเลืองมองคนทั้งห้าที่ถูกมัดไว้กับโคนต้นไม้หลังจากถูกฟาดจนสลบและกล่าวอย่างสุขใจต่อไป “นอกจากสองกลุ่มที่เรียกว่า “ด่านปีศาจดำ-ขาว” แล้ว พวกเรายังสามารถชิงพลังงานเพลิงจากพวกที่เหลืออีกสามกลุ่มได้”

 

“น่าเสียดายที่ป่าผืนนี้กว้างใหญ่เกินไป จึงอาจจะเป็นการยากที่จะบอกได้ว่าสามกลุ่มสุดท้ายนี้อยู่ในบริเวณไหน หากพวกเราเปิดเผยตำแหน่งที่อยู่ออกไป สามกลุ่มนั้นคงต้องรีบรุดมาโอบล้อมและหั่นพวกเราเป็นชิ้นๆ แน่ แม้ความร่วมมือในระหว่างพวกเราจะดีขึ้นกว่าเก่ามากหลังการฝึกพิเศษในสองวันนั้น พวกเราก็สามารถรับมือได้เพียงครั้งละกลุ่มเท่านั้น สองกลุ่มนับว่าเป็นอย่างมากที่สุด หากเป็นสามกลุ่ม พวกเราคงต้องถูกกำราบเป็นแน่” หูเจียส่งเสียงแสดงความคิดเห็น

 

เซียวเอี๋ยนมีใบหน้าบูดบึ้งเล็กน้อย ครู่ต่อมา สายตาของเขาหันไปมองนักเรียนใหม่ทั้งห้าที่ยังยืนอยู่ตรงกลางลานโล่งในสภาพตะลึงจังงัง ในหัวใจพลันเดินหมากอย่างหนึ่ง เขากล่าวออกไปช้าๆ “ในขณะนี้ เหลือนักเรียนรุ่นพี่อีกเพียงสามกลุ่ม ไม่นับรวม “ด่านปีศาจดำ-ขาว” ที่ยังมีคุณสมบัติเข้าร่วมการแข่งล่าพลังงานเพลิงนี้ อีกความหมายหนึ่ง ยังเหลือคนอีก ๑๕ คน แต่ทว่า พวกเรานักเรียนใหม่ไม่อยู่ในข้อจำกัดจากกฎที่ว่า หากเหลือพลังงานเพลิงต่ำกว่าสิบแต้ม จะไม่มีคุณสมบัติเข้าร่วมการแข่งล่าพลังงานเพลิงอีกต่อไป ดังนั้น ข้าคิดว่า ยังมีนักเรียนใหม่อีกจำนวนไม่น้อยที่ยังท่องอยู่ในป่าแห่งนี้ ใช่หรือไม่? จะอย่างไรก็ตาม ป่าผืนนี้กว้างใหญ่เกินไป พวกเขาไม่มีแผนที่ ฉะนั้นจึงเป็นการยากนักที่พวกเขาจะออกจากป่าผืนนี้ไปได้สำเร็จภายในเวลาสั้นๆ”

 

“เจ้ากำลังคิดจะทำอันใด?” คนทั้งสี่ต่างพากันสะดุ้งเมื่อได้ยินคำพูดของเซียวเอี๋ยน ไป๋ซันขมวดคิ้วมุ่นและเอ่ยถาม

 

“รวบรวมพวกนักเรียนใหม่ หลังจากนั้น ปล่อยข่าวออกไปดึงดูดความสนใจของรุ่นพี่ทั้งสามกลุ่ม ใช้พลังของนักเรียนใหม่ทุกคนจัดการพวกเขาพร้อมๆ กัน พวกเจ้าคิดว่าเป็นอย่างไร?” เซียวเอี๋ยนเอ่ยเบาๆ

 

“ดึงดูดพวกเขาให้เข้ามาหา? นั่นย่อมหมายความว่าทั้งสามกลุ่มจะเข้าโจมตีพวกเราพร้อมๆ กัน ถ้าหากว่าพวกนักเรียนใหม่ไม่สามารถสกัดกั้นพวกเขาได้เล่า จะเกิดอะไรขึ้น? นี่จะมิใช่เหมือนแพะตัวหนึ่งซึ่งกำลังเดินเข้าถ้ำเสือแล้วหรอกหรือ?” สีหน้าของไป๋ซันพลันแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อเขาได้ยินข้อเสนอแนะที่อาจหาญปานนี้จากเซียวเอี๋ยน พวกเขาจำต้องใช้กลยุทธ์ร่วมมือกันเพื่อเอาชนะรุ่นพี่กลุ่มหนึ่ง แต่หากว่าเป็นสามกลุ่ม ผู้ที่จะต้องกลายเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ย่อมต้องเป็นพวกเขาแล้ว เขาไม่ต้องการส่งมอบพลังงานเพลิงที่ฉกมาได้อย่างยากลำบากให้แก่ผู้อื่น

(แพะตัวหนึ่งซึ่งกำลังเดินเข้าถ้ำเสือ - รนหาที่ตาย)

 

“ก็อาจจะไม่ใช่เช่นนั้นเสมอไป หากมีจำนวนนักเรียนใหม่มากพอ พวกเราจะเป็นฝ่ายได้เปรียบ อย่าดูถูกนักเรียนใหม่คนอื่นๆ ในเมื่อพวกเขาสามารถเข้าถึงห้าสิบอันดับสูงสุดได้ พลังของพวกเขาย่อมมิใช่ด้อยอย่างแน่นอน เพียงแต่ว่าพวกเขาขาดความร่วมมืออันดีต่อกัน พวกเขาจึงต้องหมดสภาพในทันทีที่เจอหมัดเพียงหมัดเดียวจากรุ่นพี่” เซียวเอี๋ยนส่ายศีรษะและตอบ

 

“ยิ่งไปกว่านั้น พวกเราไม่อาจทำแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ  หาโอกาสเข้าจัดการทุกคนในคราวเดียว จะช่วยลดปัญหาให้แก่พวกเราเป็นอันมาก เจ้าไม่ต้องการจะเข้าไปยังโรงเรียนส่วนในให้เร็วและได้ชมดู “หอฝึกชี่เพลิงฟ้า” นั้นหรอกหรือ?” เซียวเอี๋ยนแบมือและเอ่ยถาม

 

“อา พวกเราเสียเวลาอยู่ในป่าแห่งนี้มา ๓-๔ วันแล้ว กลยุทธ์เดิมมิใช่หนทางที่เหมาะจะเดินต่อไป” อู๋เฮ่าพยักหน้าและตอบออกไปด้วยเสียงทุ้มลึก

 

“สำหรับข้า อย่างไรก็ได้ อย่างมาก พวกเราก็แค่คืนพลังงานเพลิงที่ได้มาไป” หูเจียห่อปาก นางจ้องมองเซียวเอี๋ยนและกล่าว “ตอนนี้เจ้าเป็นหัวหน้ากลุ่ม เจ้าสามารถตัดสินใจกับเรื่องนี้ได้ตามลำพัง ไม่จำเป็นต้องคิดมากเกินไปนัก”

 

เซียวเอี๋ยนได้แต่ส่ายศีรษะเมื่อได้ยินเช่นนี้ การกระทำของเขาก็เพื่อขอความคิดเห็นจากเพื่อนร่วมกลุ่ม กลับถูกตำหนิว่าคิดมากเกินไป

 

“อา ก็ได้ ข้าจะฟังเจ้าอีกครั้งหนึ่ง หวังว่า เจ้าจะไม่ทำให้ทุกอย่างพังนะ” เห็นอู๋เฮ่าและหูเจียไม่คัดค้าน ไป๋ซันจึงได้แต่พยักหน้า เขารู้ชัดดีว่าในกลุ่มนี้ หลังผ่านการต่อสู้ร่วมกันมาถึงสองวัน เซียวเอี๋ยนมีความน่าเชื่อถือจนสามารถจูงใจทั้งหูเจียและอู๋เฮ่าได้ นอกจากนั้น เซวี่ยนเอ๋อก็มักจะเห็นด้วยกับทุกสิ่งที่เซียวเอี๋ยนกล่าวเสมอ ดังนั้น คำพูดของไป๋ซันย่อมไม่มีความหมายอันใดในกลุ่มนี้เลย ผู้ใดใช้ให้เขาอยู่ในฐานะที่มีผู้สนับสนุนน้อยกว่าเล่า?

 

เมื่อเห็นว่าความเห็นของทุกคนล้วนเป็นเอกฉันท์อีกคราหนึ่ง เซียวเอี๋ยนยิ้มแย้มพยักหน้า เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนที่จะหันไปทางนักเรียนใหม่อีกห้าคน เขาเดินยิ้มแย้มเข้าไปพร้อมกับพลิกฝ่ามือคราหนึ่ง ขวดยารักษาบาดแผลสองสามขวดก็พลันปรากฏขึ้นบนฝ่ามือซึ่งยื่นออกไป “พวกเจ้าไม่เป็นไรนะ?”

 

“รุ่นพี่เซียวเอี๋ยน ขอบคุณท่านมากที่ยื่นมือเข้ามาช่วยพวกเรา ไม่เช่นนั้น เกรงว่าวันนี้พวกเราคงไม่อาจหนีรอดจากการถูกกรุ้มรุมทำร้ายจนกลายเป็นหัวหมูแล้ว”

 

“เคะๆ พวกเราล้วนเป็นนักเรียนใหม่ เราก็น่าจะช่วยเหลือซึ่งกันและกันสิ” เซียวเอี๋ยนหัวเราะเสียงเรียบ สายตาจ้องมองพวกเขาขณะเอ่ยถามต่อไป “พวกเจ้าอยากจะช่วยพวกเราเอาคืนคนพวกนั้นหรือไม่?”

 

นักเรียนใหม่ทั้งห้างุนงงไปเมื่อได้ยินเช่นนี้ ปกติแล้วพวกเขาย่อมเข้าใจคำว่า “คนพวกนั้น” ที่เซียวเอี๋ยนพาดพิงถึงดีว่าหมายถึงนักเรียนรุ่นพี่จากโรงเรียนส่วนในที่เข้าร่วมการแข่งล่าพลังงานเพลิง หลังจากที่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง พวกเขากัดฟันและพยักหน้า ในสองวันที่ผ่านมานี้ พวกเขาต้องอดทนต่อคนพวกนั้นไม่น้อย ได้แต่โกรธเกรี้ยวโง่เง่าออกไปอย่างอับจนหนทาง ทว่าพวกเขาก็ได้แต่กล้าโมโห แต่ไม่กล้าพูดอะไรออกไปเพราะกำลังที่แตกต่างกัน

 

“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ข้าก็อยากจะขอให้พวกเจ้าทุกคนช่วยอะไรข้าสักอย่าง” เซียวเอี๋ยนยิ้มและเอ่ยเบาๆ

 

“รุ่นพี่เซียวเอี๋ยนช่วยพวกเราเอาไว้ บอกพวกเรามาเถิด ท่านต้องการให้พวกเราทำอะไร” เมื่อเขาได้ยินคำพูดของเซียวเอี๋ยน เด็กหนุ่มผู้หนึ่งรีบตบอกของตนดังผางและเห็นด้วยอย่างไม่ลังเล เพื่อนข้างๆ ก็พยักหน้าตามด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น

 

เห็นคนกลุ่มเล็กๆ นี้ตกลงด้วยท่าทางเปิดเผยตรงไปตรงมา เซียวเอี๋ยนตกตะลึงแล้ว บางที แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่ทราบว่าตนได้ทิ้งความประทับใจเอาไว้ในกลุ่มนักเรียนใหม่เหล่านี้เพียงใดในขณะที่นำคณะออกตามล่านักเรียนรุ่นพี่ นักเรียนใหม่ทุกคนในขณะนี้ต่างพากันมองว่าเซียวเอี๋ยนเป็นเหมือนวีรบุรุษที่พวกเขาชื่นชมบูชาไว้ในหัวใจ นี่มิใช่เหตุผลอื่นใดนอกไปจากว่า เขามีพลังและความกล้าพอที่จะต่อกรกับบรรดารุ่นพี่ที่เที่ยวทำร้ายพวกเขา

 

“เคะๆ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ขอขอบใจพวกเจ้ามาก... เรื่องก็เป็นเช่นนี้, ข้าอยากจะขอให้พวกเจ้าพยายามเต็มที่ กระจายกำลังกันออกไปค้นหาพวกนักเรียนใหม่ในป่านี้ หลังจากนั้น บอกพวกเขาว่า หากต้องการชิงพลังงานเพลิงที่เสียไปคืนมา และหากพวกเขาเชื่อใจข้า ก็ให้พวกเขามารวมตัวกันยังสถานที่แห่งนี้ ข้าจะนำพวกเขาเข้าต่อสู้กับพวกจอมหยิ่งจากโรงเรียนส่วนในนั้นเอง!” เซียวเอี๋ยนยกสองมือขึ้นคำนับแก่พวกเขาและเอ่ยถามเสียงเบา “พวกท่านทุกคนจะตกลงหรือไม่?”

 

“ตกลง! ช่างบังเอิญนัก พวกเราก็กำลังติดต่อกับนักเรียนใหม่บางคนอยู่ พวกเขากลัวจะถูกพวกรุ่นพี่จับตัวได้ หลายคนจึงเริ่มซ่อนตัว” ความคึกคะนองแผ่พุ่งออกมาบนใบหน้าของนักเรียนใหม่ทั้งห้า พวกเขาถูกคำพูดของเซียวเอี๋ยนชักจูงจนเลือดเดือดพล่าน หลายวันที่ถูกกดขี่ข่มเหง ในที่สุดพวกเขาก็สามารถแก้แค้นได้แล้ว จะไม่ตื่นเต้นได้อย่างไร?

 

“ใช่แล้ว พวกเจ้าควรจะใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์ อีกอย่างหนึ่ง หากพวกเจ้าพบพวกนักเรียนรุ่นพี่ในระหว่างที่เดินทาง ก่อนอื่นพวกเจ้าควรจะยอมส่งมอบพลังงานเพลิงให้แก่พวกเขา ข้า เซียวเอี๋ยน จะชดเชยพลังงานเพลิงที่พวกเจ้าเสียไปให้ หลังจากที่เรื่องราวนี้จบลง” เซียวเอี๋ยนถอนหายใจในหัวอกขณะย้ำเตือนคนทั้งห้า

 

นักเรียนใหม่ทั้งห้าพยักหน้าเมื่อได้ยินเช่นนี้ พวกเขาพลันยกมือขึ้นคำนับแก่เซียวเอี๋ยนและกล่าว “รุ่นพี่เซียวเอี๋ยนวางใจได้ พวกเราจะพาพวกนักเรียนใหม่มาที่นี่ ตราบใดที่มีท่านเป็นผู้นำ พวกเราก็กล้าติดตามท่านไปคิดบัญชีกับเจ้าลูกกำพร้าพ่อพวกนั้น”

 

ครั้นเมื่อพวกเขากล่าวจบ คนทั้งห้าก็แยกย้ายกันจากไป ภายใต้ความสนใจของเซียวเอี๋ยน พวกเขาเข้าสู่ป่าทึบ หายลับไปในระหว่างใบไม้ที่ขยับไหว

 

“ฮี่ๆ เรียบร้อยแล้ว ถัดจากนี้ไป ก็รอนักเรียนใหม่ที่เหลือมารวมตัวกัน เมื่อทุกคนมารวมตัวกันเรียบร้อยแล้ว พวกเราก็จะเริ่มการแก้เผ็ดครั้งสำคัญ!” เซียวเอี๋ยนยืนขึ้น หมุนกายและยิ้มแย้มขณะเอ่ยกับเซวี่ยนเอ๋อและพวกทั้งสาม

 

บางทีอาจจะเป็นเพราะพวกเขาคาดหวังถึงการแก้แค้นต่อพวกนักเรียนรุ่นพี่จากโรงเรียนส่วนใน ทว่าประสิทธิภาพของนักเรียนใหม่ทั้งห้าล้วนโดดเด่นจนทำให้เซียวเอี๋ยนค่อนข้างอัศจรรย์ใจ เพียงเวลาเช้าวันเดียว มีนักเรียนใหม่ปรากฏกายขึ้นมารอบพื้นที่โล่งแห่งนี้อย่างระมัดระวังทีละคนๆ เมื่อพวกเขาเห็นว่าคนที่นั่งขัดสมาธิและพักผ่อนอยู่ตามต้นไม้เป็นพวกเซียวเอี๋ยนทั้งห้า พวกเขาจึงแน่ใจเต็มที่ ครั้นแล้ว เงาร่างมนุษย์หลายสายจึงเริ่มเคลื่อนไหวไปมาในท่ามกลางป่าอันเงียบสงบ เงาร่างที่อยู่ในสภาพย่ำแย่ดิ่งเข้าสู่ที่โล่งแห่งนี้ทีละคนๆ เมื่อมองเห็นนักเรียนรุ่นพี่ทั้งห้าคนที่ถูกเซียวเอี๋ยนมัดอยู่กับโคนไม้ ความชิงชังที่สะสมอยู่ในหัวใจมาสองสามวันนี้จึงค่อยคลายลงในที่สุด

 

บรรดานักเรียนใหม่ที่รวมกลุ่มกันอยู่ในบริเวณนี้มาจากจุดต่างๆ และกำลังตื่นตัวเป็นที่สุด ไม่กล้ารบกวนเซียวเอี๋ยนทั้งห้าซึ่งกำลังหลับตาโคจรชี่อยู่ พวกเขาเข้าล้อมรอบเซียวเอี๋ยนทั้งห้าคนไว้เป็นวงกลมทีละคนๆ

 

เวลาผ่านไป ยิ่งมาก็ยิ่งมีนักเรียนใหม่เดินทางออกมาจากป่าทึบ มาถึงบริเวณที่โล่งแห่งนี้ได้สำเร็จ สายตาของพวกเขาเผลอรวมกันอยู่บนร่างของเด็กหนุ่มในชุดสีดำที่อยู่กลางวง แฝงไว้ด้วยความชื่นชมบูชาแรงกล้าบางเบา

 

จนกระทั่งถึงเวลาหนึ่ง ดวงตาที่ปิดสนิทอยู่ของเซียวเอี๋ยนจึงลืมขึ้นช้าๆ ในที่สุด เขาจ้องมองนักเรียนใหม่โดยรอบที่กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ด้วยท่าทางเป็นระเบียบเรียบร้อยรอบด้านด้วยดวงตาเป็นประกาย รอยยิ้มปลื้มใจเปื้อนขึ้นบนใบหน้า จำนวนขนาดนี้ไม่ทำให้เขาผิดหวังจริงๆ

 

“ทุกท่าน พวกเจ้าอยากจะตอบโต้ความคับข้องหมองใจที่พวกเจ้าต้องแบกรับในสองวันที่ผ่านมา เพราะพวกนักเรียนรุ่นพี่ที่เอาแต่คิดว่าตนเป็นฝ่ายถูกเหล่านั้นหรือไม่?” เซียวเอี๋ยนค่อยๆ ผ่อนลมหายใจที่กลั้นเอาไว้ออกมา เสียงของเขาพลันดังกระจายออกไปทั่วผืนป่า

 

“ต้องการ!” เสียงโกรธแค้นทุ้มต่ำโดยพร้อมเพรียงกันสั่นสะเทือนใบไม้บนต้นไม้รอบด้านของพวกเขา

 

เซียวเอี๋ยนพยักหน้าเล็กน้อยขณะจ้องมองความโกรธเกรี้ยวเคืองใจที่แผ่ซ่านขึ้นมาบนใบหน้าของนักเรียนใหม่ สิ่งที่เขาต้องการก็คือความเดือดดาลที่สุมรวมกันจนกลายเป็นความโกรธแค้น!

 

กิ่งไม้หลายกิ่งระหว่างแมกไม้พลันเคลื่อนไหว เงาร่างมนุษย์สองสามคนพุ่งวาบออกมา มีสายตานับสิบคู่กระโจนข้ามมาจากรอบทิศทาง

 

“รุ่นพี่เซียวเอี๋ยน พวกเราทำตามที่ท่านขอ เปิดเผยตำแหน่งของพวกเราให้แก่รุ่นพี่ทั้งสามกลุ่มนั้นแล้ว บัดนี้ พวกเขาคงกำลังเร่งรุดมาที่นี่!”

 

“ดีมาก”

 

เซียวเอี๋ยนปรบมือหนักหน่วง เขาพลันลุกขึ้นยืนและใช้สายตากวาดมองนักเรียนใหม่รอบด้านที่มีดวงตาเต็มไปด้วยความเดือดดาลทั้งๆ ที่อยู่ในสภาพย่ำแย่ เขากล่าวเสียงทุ้มลึก “ทุกท่าน ซ่อนตัวให้ดี วันนี้ พวกเราจะตบหน้าพวกนักเรียนรุ่นพี่ที่เย่อหยิ่งเหล่านั้นสักฉาดแรงๆ !”

 

ครั้นสิ้นเสียงของเซียวเอี๋ยน นักเรียนใหม่เกือบสี่สิบคนพลันเริ่มเคลื่อนไหวเข้าไปซ่อนตัวอยู่ตามสุมทุมพุ่มไม้รกทึบด้วยท่วงท่ากระฉับกระเฉงยิ่ง เพียงพริบตาเดียว ลานโล่งที่เคยแน่นขนัดไปด้วยผู้คนก็พลันกลับสู่ความว่างเปล่าอีกคราหนึ่ง

 

“ทุกคน เตรียมตัวไว้ให้ดี พวกเราจะต้องจัดการพวกเขาให้ได้ในคราวเดียว” เซียวเอี๋ยนยิ้มและเตือนเซวี่ยนเอ๋อและพวกทั้งสาม

 

“ตกลง!”

 

บนยอดไม้ใหญ่ที่ไหนสักแห่งในผืนป่า ผู้เฒ่าสองคนกำลังนั่งขัดสมาธิและลืมตาอยู่ พวกเขามองตากันและกัน เสียงหัวเราะเบาๆ ค่อยๆ ดังสะท้อนออกไปในอากาศ

 

“ฮี่ๆ กำลังจะเกิดเรื่องน่าสนุกกันแล้ว!”

Comment

  • #2 viruskei

    2017-05-22 03:57

    งานนี้มีแบ่งสันปันส่วนกันกี่ส่วนเนี่ยนักเรียนใหม่เพียบ

  • #1 ตี๋

    2017-05-15 23:33

    ขอบคุณครับ

    รุ่นพี่ได้วันมาจากการแย่งรุ่นน้อง ถ้าเซียวเอี๋ยนชดเชยให้รุ่นเดียวกันหมด วันที่แย่งมาได้ จะไม่ลดน้อยกว่า 74 วันเหรอ ?

View Desktop Version

Hot Vote

กรุณา Login เข้าสู่ระบบก่อนทำการโหวตค่ะ

Report

กรุณา Login เข้าสู่ระบบก่อนทำการโหวตค่ะ