Doupo Cangqiong (斗破苍穹) / Battle Through The Heavens (Novel : Thai Translation)

Fan's Translation for fans only. Do not use it for business purpose. And please support the original work. This translation will end if the right is available in my country.

เต๋าชี่ถาโถมออกมาอย่างรุนแรงในป่าทึบ ครู่ต่อมา เงาร่างมนุษย์สายหนึ่งไถลล้มลงกระแทกกับพื้น ร่างกายปลิวละลิ่วไปเบื้องหลัง และในที่สุดปะทะเข้ากับก้อนหินที่ยื่นนูนออกมาจากพื้นอย่างหนักหน่วง ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยว เลือดสดๆ จำนวนหนึ่งไหลซึมออกมาจากมุมปาก

 

ความเจ็บปวดรุนแรงที่แผ่ซ่านขึ้นมาจากแผ่นหลังเป็นเหตุให้ความดุร้ายป่าเถื่อนพุ่งวูบขึ้นมาในดวงตาของเด็กหนุ่มในชุดสีเหลืองผู้นี้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทันรอให้เขาได้ลงมือตอบโต้อันใด เงาสีดำเบื้องหน้าก็พลันพุ่งวาบเข้ามาหยุดลง เงาดำขนาดใหญ่โตประจุเต็มไปด้วยเสียงลมแหวกผ่านอากาศ มันกระแทกเข้าใส่ศีรษะของอีกฝ่ายอย่างหนักหน่วงและเกรี้ยวกราด

 

“อย่า!” เงาดำจู่โจมเข้าใส่ใบหน้าของเขา พลังอันน่าสะพรึงกลัวที่แฝงอยู่ในเงานั้นทำให้ความตกตะลึงชนิดหนึ่งฉายวูบขึ้นมาในดวงตาของเด็กหนุ่มในชุดสีเหลืองในที่สุด เขาเผลอร้องเสียงหลงออกไป

 

ขณะที่เสียงของเด็กหนุ่มในชุดสีเหลืองดังขึ้น เงาดำที่กำลังกระแทกเข้ามาเบื้องหน้าของเขาก็พลันหยุดลง กระนั้นก็ตาม แม้เงาดำนั้นจะหยุดลงได้อย่างเหมาะเหม็ง ลมที่ติดตามมาจากแรงเหวี่ยงซึ่งยังคงพุ่งผ่านอากาศเข้ามาอย่างดุร้ายนั้นทำให้ใบหน้าของเด็กหนุ่มในชุดสีเหลืองผู้นั้นบิดเบี้ยวปั่นป่วนขึ้นมาถึงสองสามหนราวกับมันเป็นเกลียวคลื่นน้ำระลอกหนึ่งที่ซัดสาดเข้ามา ถึงเวลานั้น เขาจึงค่อยได้สติกลับคืนมา

 

เงาดำค่อยๆ ขยับห่างออกไปและไม้บรรทัดขนาดใหญ่โตเล่มหนึ่งถูกปักลงบนพื้นเบื้องหน้าเด็กหนุ่มในชุดสีเหลืองอย่างแรง เด็กหนุ่มในชุดสีดำก้มมองลงมายังเด็กหนุ่มในชุดสีเหลืองจากมุมที่สูงกว่า เสียงเบาๆ ของเขาเป็นเหตุให้ใบหน้าของอีกฝ่ายสั่นเทาขึ้นมาอีกคราหนึ่ง “ส่งแผ่นผลึกเพลิงของเจ้าออกมา”

 

“เจ้า... เจ้าเป็นนักเรียนใหม่ เหตุใดเจ้าจึงต้องการแผ่นผลึกเพลิงของพวกเรา?” เด็กหนุ่มในชุดสีเหลืองกลืนน้ำลายคำโตลงคอและจ้องมองพรรคพวกอีกสี่คนที่กำลังต่อสู้เข้มข้นอยู่ ดวงตาของเขากลอกกลิ้งเล็กน้องขณะอ้าปากถาม

 

“แน่นอน ก็เพราะพวกเราต้องการพลังงานเพลิง...” เซียวเอี๋ยนหัวเราะเบาๆ ฝ่ามือที่กำด้ามไม้บรรทัดซวนยักษ์อยู่พลันกระชับแน่นขึ้นอีกหน่อย เขายิ้มแย้มกล่าว “ส่งแผ่นผลึกเพลิงของเจ้าออกมาภายในสิบวินาที ไม่เช่นนั้น ก่อนอื่นข้าก็จะอัดเจ้าจนกว่าเจ้าจะปางตาย แล้วข้าค่อยชิงมันมาด้วยตนเอง เจ้าต้องการแบบไหน?”

 

ความหนาวยะเยือกแผ่ซ่านขึ้นมาในหัวใจของเด็กหนุ่มในชุดสีเหลืองขณะจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาอ่อนเยาว์ที่กำลังยิ้มอยู่ของเซียวเอี๋ยน คนผู้นี้ช่างน่าสะพรึงกลัวโดยแท้... เขาสัมผัสได้ถึงน้ำเสียงเย็นชาราวน้ำแข็งของเซียวเอี๋ยน เด็กหนุ่มในชุดสีเหลืองรู้สึกไม่เต็มใจ ทว่าเขาไม่กล้าถ่วงเวลาอีกต่อไป ใบหน้าเต็มไปด้วยแววขมขื่นขณะล้วงเอาแผ่นผลึกสีน้ำเงินอ่อนใบหนึ่งออกมาจากแหวนเก็บของและยื่นให้แก่เซียวเอี๋ยน

 

เซียวเอี๋ยนยิ้มขณะรับแผ่นผลึกมา ดวงตาของเขาชำเลืองมองตัวเลขบนนั้น “๓๒” เขาพยักหน้าเงียบๆ ในใจ ไม่เลว ช่างเป็นการเก็บเกี่ยวที่อุดมสมบูรณ์ยิ่งนัก คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าคนผู้นี้กลับร่ำรวยกว่าพวกที่เขาปล้นผ่านมาเมื่อครู่

 

ร่างกายของเซียวเอี๋ยนพลันขยับขณะถือแผ่นผลึกไว้ในมือ ขาขวาเตะเข้าใส่ขมับของเด็กหนุ่มในชุดสีเหลืองด้วยกำลังที่ไม่แรงหรืออ่อนเกินไป บังเอิญควบคุมพลังที่เขาเตะอีกฝ่ายออกไปจนสลบเท่านั้น และไม่ถึงกับคร่าชีวิตของอีกฝ่าย

 

ไม่นานหลังจากที่เซียวเอี๋ยนเสร็จสิ้นธุระกับเด็กหนุ่มในชุดสีเหลือง การต่อสู้อีกสี่คู่ที่เหลือก็ดำเนินไปถึงจุดจบ ครู่ต่อมา เมื่อเงาร่างมนุษย์ทั้งสี่กระเด้งลงกองกับพื้นอย่างหนักหน่วงและกระเด็นมากองรวมๆ กันแล้ว การต่อสู้จึงหยุดลงในที่สุด

 

“แผ่นพลังงานเพลิงห้าใบ หากพวกเราหักจำนวนพลังงานเพลิง ๗ วันที่ต้องเหลือไว้เป็นขั้นต่ำออกไปแล้ว พวกเราได้พลังงานเพลิงมาทั้งสิ้น ๑๒๕ วัน ซึ่งเป็นจำนวนที่จะถูกแบ่งปันได้... ได้รับปันส่วนพลังงานเพลิงกันคนละ ๒๕ วันพอดี ไม่มีผู้ใดคัดค้านใช่หรือไม่?” เซียวเอี๋ยนรับพลังงานเพลิงมาจากมือของเพื่อนทั้งสี่และคำนวณ ครั้นแล้ว เขาสะบัดแผ่นบัตรทั้ง ๕ ใบและยิ้มแย้มขณะเอ่ยถามเพื่อนๆ คำหนึ่ง

 

“ถูกต้องแล้ว” คนทั้งสี่พยักหน้า พวกเขาเห็นชอบกับวิธีการปันส่วนเช่นนี้อยู่แล้ว ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะมีข้อขัดแย้ง

 

เห็นคนทั้งสี่พยักหน้า เซียวเอี๋ยนยิ้มและโยนแผ่นผลึกให้แก่คนทั้งสี่ขณะเอ่ยพร้อมยิ้มแย้ม “ทุกคน ถ่ายโอนด้วยตัวของพวกเจ้าเองเถอะ หากไม่เพียงพอ ก็เอาจากใบอื่น”

 

คนทั้งห้าถือบัตรใบหนึ่งไว้ในมือแต่ละข้างและใช้กำลังถูพวกมันเข้าหากัน แสงสว่างฉายวูบขึ้นมา ตัวเลขสีแดงบนแผ่นผลึกสีดำมืดก็เพิ่มสูงขึ้นอีกเล็กน้อย อีกคราวหนึ่งแล้ว

 

หลังชิงพลังงานเพลิงมาได้เรียบร้อย เซียวเอี๋ยนโยนแผ่นผลึกสีน้ำเงินอ่อนลงไปบนทรวงอกของพวกนักเรียนรุ่นพี่จากโรงเรียนส่วนใน เขายิ้มให้แก่ศิษย์พี่ที่ถูกมัดรวมกันอยู่ใต้โคนไม้ต้นหนึ่งจนไม่อาจขยับเขยื้อนได้ และเอ่ยขึ้น “ศิษย์พี่ ขอบคุณสำหรับของขวัญของพวกท่าน หากมีโอกาสในวันหน้า พวกเราจะตอบแทนพวกท่านอย่างแน่นอน สำหรับวันนี้ พวกเราขออำลาพวกท่านไปก่อน”

 

“เร็วเข้า รีบไปจากที่นี่ ข้าสัมผัสได้ว่ามีกลุ่มอื่นๆ กำลังมุ่งหน้ามาทางพวกเรา” เซียวเอี๋ยนหมุนกายและเอ่ยประโยคเดียวออกไปแก่หูเจียและพวกทั้งสาม ครั้นแล้ว เขาโบกมือและหลบหนีเข้าไปในป่าทึบอย่างรวดเร็ว ที่ด้านหลัง คนทั้งสี่มีใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น รีบติดตามเขาไปไม่ชักช้า บัดนี้พวกเขาสำนักได้แล้วว่า การเลือกเซียวเอี๋ยนเป็นหัวหน้านั้น นับเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดไม่น้อยเลยทีเดียว เพียงไม่กี่ชั่วโมง พวกเขาก็ได้พลังงานเพลิงมาจากรุ่นพี่ในโรงเรียนถึง ๒ กลุ่ม ผลเก็บเกี่ยวที่มากมายเช่นนี้ นับว่าทำให้พวกเขาตื่นเต้นเป็นที่สุด

...

ราว ๕ หรือ ๖ นาทีหลังจากที่คณะของเซียวเอี๋ยนหายลับไป กิ่งไม้ในผืนป่าบริเวณนี้ก็พลันขยับเล็กน้อย ทันใดนั้น เงาร่างห้าสายพุ่งตัวออกมา หลังจากที่พวกเขาปรากฏตัวขึ้นและมองเห็นพวกนักเรียนรุ่นพี่ทั้งห้าจากโรงเรียนส่วนในถูกมัดไว้กับโคนไม้ต้นหนึ่ง ปากของพวกเขาอ้ากว้าง ใบหน้าก็พลันตะลึงงัน พวกเขาสบตากันและกัน หนึ่งในนั้นตัดเชือกที่มัดอยู่อย่างระมัดระวัง ผู้โชคร้ายทั้งห้าก็พลันอ่อนยวบลงพร้อมกับหอบหายใจถี่

 

“พวกเราถูกพวกนักเรียนใหม่ปล้น!” หลังจากที่หยุดหอบแล้ว เด็กหนุ่มในชุดสีเหลืองรีบกระโดดขึ้นยืนแล้วสบถออกไปเสียงดังลั่นพร้อมด้วยใบหน้าเขียวคล้ำ

 

กลุ่มรุ่นพี่ที่เพิ่งมาถึงหลังจากที่ได้ยินเสียงต่อสู้ต่างพากันตกตะลึงเมื่อได้ยินคำสบถจากเด็กหนุ่มในชุดสีเหลืองผู้นี้ ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกประหลาดขณะจ้องมองกลุ่มของเด็กหนุ่มในชุดสีเหลือง

 

“พวกเจ้ามองหาอันใด? หากเจ้าพบเด็กพวกนั้น เจ้าก็คงไม่อยู่ในสภาพที่ดีไปกว่าข้าเป็นแน่! เหตุใดนักเรียนใหม่กลุ่มนี้ถึงผิดปกตินัก?” สีหน้าประหลาดของอีกฝ่ายเป็นเหตุให้เด็กหนุ่มในชุดสีเหลืองรู้สึกเคืองใจยิ่ง เขาไม่สนใจว่าคนกลุ่มนี้ได้ช่วยฉุดพวกเขาขึ้นมาจากน้ำลึกหรืออย่างไร เขาเพียงอ้าปากก่นด่าต่อไป ไม่ว่าอย่างไร ในผืนป่าแห่งนี้ พวกเขาอาจจะสามารถปล้นพวกนักเรียนใหม่ได้ ทว่าพวกนักเรียนใหม่เองก็ได้รับอนุญาตให้ปล้นนักเรียนเก่าได้เช่นกัน

(ฉุดขึ้นมาจากน้ำ - คำเปรียบเปรยว่าให้การช่วยเหลือไว้)

 

“วางใจได้ พวกเราไม่ใช่พวกไร้ประโยชน์เหมือนใครบางคนที่กลับถูกนักเรียนใหม่ปล้นชิงพลังงานเพลิงของตนไป นี่เป็นเหตุการณ์ประหลาดซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลยในโรงเรียนส่วนในตลอดระยะเวลาสิบปีที่ผ่านมา ในอนาคตข้างหน้า เจ้าอาจจะกลายเป็นคนที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในโรงเรียนส่วนในก็เป็นได้” ชายผู้หนึ่งซึ่งดูเหมือนจะเป็นหัวหน้ากลุ่มเริ่มรู้สึกเคืองใจเล็กน้อยเพราะคำพูดของเด็กหนุ่มในชุดสีเหลืองและเกียจคร้านเกินกว่าที่จะรั้งอยู่ที่นี่ต่อไป เขาโบกมือและออกนำเพื่อนในกลุ่มเข้าสู่ป่าทึบ พวกเขาหายลับไปในฉับพลัน

 

“เมื่อพวกเจ้าทุกคนได้พบกับเด็กพวกนั้น พวกเจ้าก็จะได้รู้ซึ้งถึงความหมายของคำว่าเศร้าสลดเอง ถึงมีฝีปากคมกล้าก็จะมีประโยชน์อันใดสำหรับเวลานี้?!” เด็กหนุ่มในชุดสีเหลืองชูหมัดเกรี้ยวกราดใส่กลุ่มคนที่เพิ่งจากไป เขาล้วงแผ่นผลึกเพลิงสีน้ำเงินอ่อนออกมาจากอกเสื้อและจ้องมองตัวเลขแสบตาบนนั้น “๗” สีหน้าของเขาหม่นหมอง ดูราวกับพายุลูกหนึ่งซึ่งกำลังใกล้เข้ามา ท่าทางเขาดูน่ากลัวยิ่ง

 

เกือบสามชั่วโมงหลังจากที่เซียวเอี๋ยนได้ปล้นกลุ่มของเด็กหนุ่มในชุดสีเหลือง ในที่สุดพวกเขาก็ได้พบเข้ากับกลุ่มนักเรียนรุ่นพี่ที่อยู่ตามลำพังอีกกลุ่มหนึ่งขณะฟ้าใกล้มืดค่ำแล้ว

 

อย่างไรก็ตาม คราวครั้งนี้ แผนการของพวกเขากลับล้มเหลวไม่เป็นท่า นี่เป็นเพราะว่า รุ่นพี่กลุ่มนี้มีการทำงานร่วมกันและประสานกันได้อย่างดีเยี่ยม ห่างไกลจากความคาดหมายของกลุ่มเซียวเอี๋ยนเป็นอันมาก เมื่อครั้งที่พวกเขาได้พบรุ่นพี่ทั้งสองกลุ่มจากโรงเรียนส่วนในที่ผ่านมา คณะคนทั้งห้าของเซียวเอี๋ยนอาศัยพลังอันโดดเด่นของแต่ละคนแยกคู่ต่อสู้ออกมาและในที่สุดต่างคนก็สามารถเอาชนะรุ่นพี่แต่ละคนได้ แต่ทว่าคราวครั้งนี้ พวกเขากลับพบเข้ากับแผ่นเหล็กแข็งแกร่งเข้าเสียแล้ว

 

แม้ในเริ่มแรกคนกลุ่มนี้จะเกิดความรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาอยู่บ้างเมื่อถูกกลุ่มของเซียวเอี๋ยนซุ่มโจมตี แต่ก็เป็นเพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆ ก่อนที่พวกเขาจะตั้งสติได้เท่านั้น พวกเขาทั้งห้าหันหลังชนกัน ดูราวกับฆ้องเหล็กใบหนึ่ง ไม่ว่าพวกเซียวเอี๋ยนทั้งห้าคนจะลงมือหลอกล่ออย่างไร พวกเขาก็อาศัยความร่วมมืออันชาญฉลาดและการประสานงานกัน รวมพลังกันแก้ไขการโจมตี สภาพที่หาทางแก้มิได้เช่นนี้ดำเนินอยู่ราวครึ่งชั่วโมง ในที่สุดเซียวเอี๋ยนจึงตัดสินใจล่าถอย โบกมือออกไปและนำคณะล่าถอยไป คราวครั้งนี้ พวกเขากลับจากการล่าโดยปราศจากรางวัลใดๆ และเป็นเพราะการที่พวกเขาเพิ่งผ่านความล้มเหลวเช่นนี้มานี่เอง จึงได้เข้าใจถึงความห่างชั้นของการร่วมมือกันภายในกลุ่มของตนเมื่อเทียบกับพวกรุ่นพี่จากโรงเรียนส่วนใน

 

เมื่อนึกถึงจุดบกพร่องของตนออกมาได้ คณะของเซียวเอี๋ยนจึงเริ่มลงมือค้นคิดและฝึกร่วมกัน ผ่านการฝึกฝนตลอดค่ำคืนนั้นจนอดหลับอดนอนกันไป ระดับความร่วมมือระหว่างพวกเขาไม่อาจกล่าวได้ว่าเพิ่มสูงขึ้นมากมายจากเมื่อวานนี้ แต่ก็มีพัฒนาการมากมาย นี่เป็นเพราะว่า อย่างน้อยที่สุด พวกเขาก็เริ่มรู้จักร่วมมือกันและไม่อาศัยเพียงกำลังของตนเข้าพัวพันกับคู่ต่อสู้ผู้หนึ่งของฝ่ายตรงข้ามแบบหนึ่งต่อหนึ่งพร้อมๆ กันเฉกเช่นเมื่อครั้งริเริ่มแผนการ

 

ต้องกล่าวว่า หนึ่งราตรีแห่งการฝึกร่วมมือกันในระหว่างเซียวเอี๋ยนทั้งห้าคนนี้ ก่อเกิดประโยชน์ให้แก่พวกเขาอย่างใหญ่หลวง นี่เป็นเพราะว่า ในเช้าวันถัดมา คณะของเซียวเอี๋ยนบังเอิญโชคดีพบเข้ากับกลุ่มรุ่นพี่ที่บังคับให้พวกเขาต้องล่าถอยกลับไปเมื่อวานนี้ เมื่อทั้งสองฝ่ายพบกัน พวกเขาต่างพากันตกตะลึงในคราวแรก แต่ทว่า หลังจากนั้นไม่นาน ก็เริ่มมองเห็นหนทางที่พวกเขาจะคิดบัญชีคืน

 

กลุ่มรุ่นพี่จากโรงเรียนส่วนในเองก็ประจักษ์ถึงพัฒนาการของกลุ่มเซียวเอี๋ยน ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาต่างก็พากันตกใจเมื่อพบว่าการพัวพันระหว่างทั้งสองฝ่ายยิ่งเข้มข้นขึ้น ความร่วมมือในกลุ่มของเซียวเอี๋ยนก็เฉียบคมขึ้นในระหว่างการต่อสู้และค่อยๆ เริ่มคล่องแคล่วขึ้น หากรูปการณ์ยังคงดำเนินต่อไปเช่นนี้ ดูท่าว่าหากรอจนการร่วมมือของคู่ต่อสู้มีความเชี่ยวชาญยิ่งขึ้นไปกว่านี้ พวกเขาคงจะต้องถูกจัดการเสียแล้ว

 

อย่างไรก็ตาม ไม่นานหลังจากที่กลุ่มของเซียวเอี๋ยนเริ่มตกเป็นฝ่ายได้เปรียบ สีหน้าของเซียวเอี๋ยนก็พลันแปรเปลี่ยนฉับพลัน เขาสัมผัสได้ถึงคน ๒ กลุ่มที่อยู่ใกล้ๆ ซึ่งกำลังบินมายังทิศทางของพวกเขา รีบเร่งมายังสนามต่อสู้ของพวกตน เห็นได้ชัด ระลอกเต๋าชี่ในการต่อสู้ได้ดึงดูดกลุ่มคนดังกล่าว ทันใดนั้น เขาไม่กล้าชักช้าอยู่ต่อไปอีก เขาโบกมือคราหนึ่งและพูดตบท้าย “ออกไปจากที่นี่!”

 

ได้ยินเสียงร้องของเซียวเอี๋ยน ไป๋ซันและพวกที่ได้ลงมือต่อสู้จนเริ่มเมามันก็พลันงุนงง แม้พวกเขาจะรู้สึกลังเลใจอยู่บ้างที่จะจากไปทั้งๆ ที่อยู่ในสถานการณ์อันเป็นฝ่ายได้เปรียบเช่นนี้ แต่ด้วยคำเตือนอันแม่นยำของเซียวเอี๋ยนในระหว่างสองวันที่ผ่านมา พวกเขาจึงได้แต่ฝืนหยุดมือและติดตามเซียวเอี๋ยนหลบหนีเข้าสู่ป่าทึบไปอย่างรวดเร็ว ในที่สุด พวกเขาหายลับไปจากสายตาของพวกนักเรียนรุ่นพี่จากโรงเรียนส่วนในผู้ซึ่งสมาชิกทุกคนล้วนเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อหลังการต่อสู้กับคณะของเซียวเอี๋ยนมาเป็นเวลานาน

 

“ไอ้ลูกกำพร้าไม่มีพ่อ พัฒนาการของพวกมันมากเกินไปแล้ว ครั้งหน้าหากพวกเราพบกันอีก การประสานร่วมมือระหว่างพวกเราคงไม่เป็นอุปสรรคต่อพวกมันเท่าไหร่แล้ว” เด็กหนุ่มผู้หนึ่งซึ่งดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าของรุ่นพี่กลุ่มนี้จ้องมองทิศทางที่คณะของเซียวเอี๋ยนหายลับไป เขาอดไม่ได้ที่จะสบถออกมาพร้อมด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึมยิ่ง

 

หลังการต่อสู้จบลงด้วยการเสมอกัน นักเรียนรุ่นพี่จากโรงเรียนส่วนในกลุ่มนี้พลันรู้สึกหนาวยะเยือกขึ้นมาในหัวใจเมื่อค้นพบว่า คณะนักเรียนใหม่กลุ่มนี้, ซึ่งประกอบด้วยผู้ชายสามคนและสตรีเพศอีกสองคน ดูเหมือนจะเกาะพวกเขาไว้ไม่ยอมปล่อย หากไม่มีกลุ่มอื่นอยู่ใกล้ๆ นักเรียนใหม่ซึ่งกำลังหลบซ่อนอยู่ในมุมมืดสงบที่ใดที่หนึ่งสักแห่งกลุ่มนี้ก็จะจู่โจมเข้าใส่พวกเขาจากทิศทางต่างๆ กัน พัวพันจนกว่าพวกเขาจะหมดแรง

 

เพียงวันเดียวนี้ นักเรียนรุ่นพี่จากโรงเรียนส่วนในกลุ่มนี้กลับถูกคณะของเซียวเอี๋ยนซุ่มโจมตีไม่ต่ำกว่าห้าครั้ง ยิ่งไปกว่านั้น ในห้าครั้งเหล่านี้ พวกเขาพบว่าการประสานร่วมมือภายในหมู่คณะของเซียวเอี๋ยนยิ่งมาก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นและแข็งแกร่งขึ้น จนถึงเวลานี้เท่านั้น พวกเขาจึงเพิ่งตระหนักได้ว่านักเรียนใหม่ทั้งห้านี้ ที่แท้กำลังใช้พวกตนเป็นดั่งบันไดเสียแล้ว!

 

อย่างไรก็ตาม ชั่วขณะที่พวกเขาเพิ่งตระหนักถึงเรื่องนี้ ก็ค่อนข้างจะสายเกินไปเสียแล้ว ดังนั้น พวกเขาในขณะนี้จึงพลันพบว่าพวกตนกำลังถูกพวกเซียวเอี๋ยนทั้งห้าโอบล้อมอยู่ ซึ่งกำลังถ่วงเวลาและสร้างความน่ารำคาญให้แก่พวกเขายิ่งนัก คราวครั้งนี้ ความร่วมมือระหว่างเซียวเอี๋ยนทั้งห้าที่แสดงออกมา ในท้ายที่สุดก็สร้างความรู้สึกสิ้นหวังให้แก่พวกเขาเสียแล้ว เพียงในเวลาไม่ถึงสิบนาที กลุ่มรุ่นพี่ที่ทำให้พวกเซียวเอี๋ยนทั้งห้าต้องบังเกิดความงุนงงในครั้งแรกที่พบกัน กลับถูกนักเรียนใหม่กลุ่มนี้โจมตีจนแตกเป็นเสี่ยงๆ  ในฐานะผู้พ่ายแพ้ พลังงานเพลิงในมือย่อมถูกส่งมอบเป็นเครื่องบรรณาการและถูกกลุ่มของเซียวเอี๋ยนจับกุม

 

หลังการต่อสู้ในครั้งนี้ ในที่สุดข่าวเกี่ยวกับนักเรียนใหม่ที่กำลังไล่ล่าพลังงานเพลิงในมือของนักเรียนรุ่นพี่ก็ค่อยๆ แพร่สะพัดออกไปในป่ากว้าง ทั่วทั้งผืนป่าที่ใช้สำหรับการแข่งล่าพลังงานเพลิงก็เริ่มปั่วป่วนวุ่นวายขึ้นมาแล้ว ละครดีๆ ในที่สุดก็กำลังเริ่มต้นขึ้น

Comment

  • #3 viruskei

    2017-05-22 03:42

    มันมากค่ะ อ่านต่ออออ จากนักเรียนกลายเป็นโจรป่ากันซะแล้ววว

  • #2 NoFearMia

    2017-05-14 08:42

    ปัญหาอยู่ที่ด่านขาว-ดำเนี่ยแหล่ะว่าจะเจ๋งจริงรึเปล่า

  • #1 ตี๋

    2017-05-13 23:05

     ขอบคุณครับ

    ถ้ามีผลประโยชน์ร่วมกัน ความสามัคคีมาเอง tongue-out

View Desktop Version

Hot Vote

กรุณา Login เข้าสู่ระบบก่อนทำการโหวตค่ะ

Report

กรุณา Login เข้าสู่ระบบก่อนทำการโหวตค่ะ