Doupo Cangqiong (斗破苍穹) / Battle Through The Heavens (Novel : Thai Translation)

Fan's Translation for fans only. Do not use it for business purpose. And please support the original work. This translation will end if the right is available in my country.

คำพูดเบาๆ ดังก้องออกไปทั่วราตรีกาล มิจางหายไปง่ายๆ

 

ดวงตาของเด็กหนุ่มในชุดสีขาวดูเย็นชาราวน้ำแข็งขณะจ้องมองใบหน้าพยศและทระนงองอาจของเด็กหนุ่มอีกผู้หนึ่ง โดยไม่เอ่ยสิ่งอื่นใดอีก เอวของเขาบิดเล็กน้อยและเต๋าชี่สีเงินบางเบาเริ่มหลั่งไหลออกมาบนฝ่ามือ มีเสียงราวสายฟ้าทุ้มต่ำเบาบางดังขึ้นจากตรงนั้น

 

“เต๋าชี่ธาตุสายฟ้า?” ความประหลาดใจฉายวูบขึ้นในดวงตาของเซียวเอี๋ยนขณะได้ยินเสียงสายฟ้าดังขึ้นจากเต๋าชี่สีเงินสายนั้น เขาไม่คิดว่าคนผู้นี้จะมีธาตุเต๋าชี่ที่หาได้ยากเฉกเช่นพี่รองของเขา

 

เซียวเอี๋ยนขยับมือ เต๋าชี่สีเขียวอ่อนสายหนึ่งไหลออกมาจากฝ่ามือของเขา เซียวเอี๋ยนจ้องมองเด็กหนุ่มในชุดสีขาวที่เขาเคยเห็นหน้ามาแล้วเมื่อตอนกลางวันด้วยสีหน้าเรียบเฉย เขาไม่มีความหวาดกลัวหรือขลาดเขลาแม้เพียงน้อยนิด

 

“ผู้อ่อนแอไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะได้ครอบครองนาง!” เด็กหนุ่มในชุดขาวชำเลืองมองเซียวเอี๋ยนผู้ซึ่งมิได้ตัวหดด้วยความหวาดกลัวแต่อย่างใดด้วยใบหน้าเฉยชา เขาหัวเราะเย็นชาขึ้นมาและปลายเท้าก็พลันกดผลักใส่เศษหินกองนั้น ร่างกายแปรเปลี่ยนเป็นลำแสงสีเงินสายหนึ่งตัดผ่านความมืดสนิทและพุ่งตัวเข้าใส่เซียวเอี๋ยนอย่างรวดเร็วราวสายฟ้าฟาด

 

ด้วยพลังโจมตีที่รุนแรงของเด็กหนุ่มในชุดสีขาวท่ามกลางความมืด แสงฟ้าฟาดบางๆ หลายสายกลับปรากฏขึ้นมาจากที่ใดมิอาจทราบได้

 

แสงสีเงินแผ่กว้างขึ้นในดวงตาดำขลับของเซียวเอี๋ยน สีหน้าของเขายังคงสงบนิ่ง เขาค่อยๆ กำหมัดแน่นเข้าและเต๋าชี่สีเขียวอ่อนก็ค่อยๆ แผ่พุ่งออกมาและหดลงบนหมัด ดูราวกับงูยาวตัวเล็กๆ มากมาย

 

“ไป๋ซัน เจ้ากำลังทำอันใด?” แสงสีเงินตัดผ่านความมืดมิดในยามราตรี อย่างไรก็ตาม ชั่วขณะที่เซียวเอี๋ยนเตรียมตัวตอบโต้อย่างไม่มีพิธีรีตองใดๆ เสียงเล็กๆ กังวานหวานที่แฝงด้วยความโกรธเกรี้ยวอยู่บ้างพลันดังขึ้นทำลายความเงียบในยามค่ำคืน ติดตามด้วยเสียงที่ดังขึ้น แสงสว่างสีทองสายหนึ่งพุ่งออกมา ในที่สุดสกัดกั้นแสงสีเงินที่กลางอากาศ พลังงานสองชนิดปะทะกันโดยพลันและพายุพลังงานเข้มข้นลูกหนึ่งพัดกระหน่ำเข้าใส่เศษหินบนพื้นกระทั่งพวกมันปลิวกระจายออกไปทุกทิศทาง

 

เซียวเอี๋ยนได้แต่ส่ายศีรษะในชั่วขณะที่เสียงร้องน่ารักนั้นดังขึ้น เขาค่อยๆ คลายหมัดที่กำแน่นอยู่ออกและเงยหน้าขึ้นจ้องมองชายในชุดขาวที่ร่างกายพุ่งถอยกลับขึ้นไปยืนบนกิ่งไม้กิ่งหนึ่งหลังจากที่ถูกขัดจังหวะด้วยลำแสงสีทอง

 

เงาร่างสีเขียวอ่อนพุ่งตัวออกจากบ้านมาและปรากฏขึ้นที่ข้างกายของเซียวเอี๋ยนในเวลาต่อมา สองคิ้วของนางเลิกสูงจนแทบจะเป็นเส้นตั้งตรงแล้ว ใบหน้าก็ประจุไปด้วยร่องรอยโกรธเกรี้ยวขณะจ้องมองชายในชุดขาวบนกิ่งไม้

 

“ไม่มีอันใด ข้าก็แค่อยากจะอุ่นเครื่องกับศิษย์น้องเซียวเอี๋ยนสักเล็กน้อย” หลังได้เห็นแม่นางน้อยในชุดสีเขียวอ่อนปรากฏตัวขึ้น สายตาของชายในชุดขาวจดจ้องอยู่บนเรือนร่างของนาง เขาชำเลืองมองเซียวเอี๋ยนที่อยู่ข้างนางอย่างเย็นชาคราหนึ่งและพลันเอ่ยขึ้นพร้อมยิ้มบาง “เซวี่ยนเอ๋อ เหตุใดเจ้าจึงต้องร้อนใจปานนี้? ด้วยความสามารถของศิษย์น้องเซียวเอี๋ยน เขาจะเข้าร่วมการแข่งขันคัดเลือกเข้าสู่โรงเรียนส่วนในได้อย่างไร หากเขาไม่สามารถสกัดกั้นการโจมตีธรรมดาๆ จากข้าได้แม้สักหมัดเดียว”

 

“ศิษย์พี่ไป๋ซัน ข้าให้ความนับถือท่านก็เพียงเพราะข้าเคารพท่านในฐานะศิษย์พี่ อย่างไรก็ตาม หากท่านยังเอาแต่มาหาเรื่องอย่างไร้เหตุผลเช่นนี้ อย่าได้โทษว่าข้าไม่ไว้หน้าท่าน” เซวี่ยนเอ๋อค่อยยับยั้งความโกรธเกรี้ยวในหัวใจลงขณะเอ่ยตอบเสียงเบา

 

ใบหน้าสงบนิ่งของไป๋ซันพลันแปรเปลี่ยนเมื่อได้ยินเช่นนี้ ตั้งแต่เขาได้รู้จักเซวี่ยนเอ๋อมา ความสัมพันธ์ระหว่างกันไม่อาจนับว่าใกล้ชิดนัก ทว่าในความคิดของเขา อย่างน้อยที่สุดพวกเขาทั้งสองก็ยังสามารถนับว่าเป็นเพื่อนกัน แต่กระนั้น เมื่อเขาได้ยินเซวี่ยนเอ๋อกระทั่งใช้น้ำเสียงเช่นนี้พูดกับเขา เขาจึงไม่อาจกดข่มอารมณ์ในหัวใจลงได้ แม้ด้วยนิสัยเจ้าแผนการเช่นเขา สีหน้าของเขากลับแลดูน่าเกลียดขึ้นเป็นอันมาก

 

“หากเจ้าเป็นลูกผู้ชาย ก็อย่าเอาแต่หลบอยู่ข้างหลังสตรีผู้หนึ่ง” ไป๋ซันสูดลมหายใจคำหนึ่งช้าๆ และกดข่มความโกรธเกรี้ยวในหัวใจ เขาชำเลืองมองเซียวเอี๋ยนอย่างเย็นชา ยกมุมปากขึ้นและหัวเราะเย็นชาออกมาอย่างหยามเหยียด

 

“ไป๋ซัน! ทางที่ดีท่านอย่าได้ทำเกินไป!” ใบหน้าของเซวี่ยนเอ๋อหมองคล้ำลงเงียบๆ นางสะบัดมืองดงามของตน พลังงานสีทองสายหนึ่งเริ่มรวมตัวกันขึ้นบนฝ่ามือ หลังจากที่ไป๋ซันได้ยั่วยุเซียวเอี๋ยนซ้ำแล้วซ้ำเล่ามาถึงจุดนี้ นางจึงไม่อาจอดทนต่อไปได้อีกแล้ว

 

“เด็กน้อย ถอยไปข้างหลัง ไม่เป็นไรหรอกที่ผู้ชายอย่างพวกเราจะจัดการปัญหาทำนองนี้กัน” เซียวเอี๋ยนพลันยื่นมือข้างหนึ่งออกไปคว้าเอวของเซวี่ยนเอ๋อไว้ นางหมุนตัวมามองดู เพียงเพื่อจะได้พบกับรอยยิ้มบางบนใบหน้าของเซียวเอี๋ยน ด้วยเข้าใจเซียวเอี๋ยนอย่างลึกซึ้ง นางรู้ดีว่าเมื่อเรื่องราวเลยเถิดมาถึงเพียงนี้ เขาจะถือเป็นเรื่องจริงจังยิ่ง นางพลันลังเลไปชั่วขณะและได้แต่พยักหน้าและถอยไปเบื้องหลังก้าวหนึ่ง

 

“เจ้าอยากจะสู้หรือ?” เซียวเอี๋ยนก้าวไปเบื้องหน้าก้าวหนึ่ง บิดคอ เขาชำเลืองมองไป๋ซันบนกิ่งไม้และเอ่ยถามเบาๆ พร้อมรอยยิ้ม

 

“หากเจ้าสนใจ ข้าก็ไม่ว่ากระไร” ไป๋ซันสะบัดแขนเสื้อเบาๆ ขณะเอ่ยเย็นชา เมื่อเขาเห็นเซวี่ยนเอ๋อผู้ซึ่งกำลังตั้งหลักอยู่ไม่ไกลออกไป กลับมีทีท่าเชื่อฟังและว่านอนสอนง่ายต่อเซียวเอี๋ยนยิ่ง ไฟริษยาชั่วร้ายชนิดหนึ่งก็พลันพุ่งพล่านขึ้นในหัวใจที่เคยสงบสุขุมของเขาแล้ว ด้วยรูปลักษณ์ของเขา พลังและพรสวรรค์ในการฝึกยุทธ์ มีด้านใดบ้างที่ด้อยกว่าเจ้าคนที่ชื่อเซียวเอี๋ยนผู้นี้? อย่างไรก็ตาม เหตุใด... นางจึงเอาแต่เมินเฉยเขา?

 

“ข้าสนใจ!” เสียงร้องเย็นชาหนึ่งดังขึ้นจากภายในบ้าน อาจารย์รั่วหลิงพลันพุ่งตัวออกมา สีหน้าของนางค่อนข้างบูดบึ้งขณะจ้องมองไป๋ซันก่อนที่จะกล่าวต่อไปเสียงทุ้มต่ำ “นักเรียนไป๋ซัน การกระทำอันป่าเถื่อนของเจ้านี้ขัดต่อกฎของโรงเรียน หากเจ้าอยากท้าทายเขา เจ้าก็สามารถรอดูได้ที่การแข่งขันทดสอบ การแอบมาทำตัวลับๆ ล่อๆ เช่นนี้ในยามวิกาล ไม่เพียงการกระทำของเจ้าจะขัดต่อกฎ ทั้งยังอาจจะต้องถูกติฉินว่าฉวยโอกาสต่อผู้อื่นอีกด้วย”

 

เมื่อเห็นว่ากระทั่งอาจารย์รั่วหลิงก็ออกมาหลังถูกรบกวน เซียวเอี๋ยนได้แต่ส่ายศีรษะ เขารู้ดีว่าพวกเขาไม่อาจต่อสู้กันได้แล้วในค่ำคืนนี้ ทันใดนั้น เขาจึงได้แต่ลดเต๋าชี่ของตนกลับเข้าสู่ร่างกาย ดึงเซวี่ยนเอ๋อก่อนที่จะหมุนตัวและค่อยๆ เดินกลับเข้าบ้านพักไป

 

“เซียวเอี๋ยน ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่แพ้ในการแข่งขันคัดเลือก ผู้อ่อนแอไม่มีสิทธิ์จะได้อะไร เมื่อถึงเวลานั้น ข้าเองก็หวังว่าเจ้าจะไม่เอาแต่หลบอยู่หลังกระโปรงผู้หญิงนะ ชายที่เซวี่ยนเอ๋อยอมรับ คงมิได้ขี้ขลาด ใช่หรือไม่?” ไป๋ซันกล่าวเบาๆ ขณะจ้องมองแผ่นหลังของคนทั้งสองที่หันกลับไป

 

“ซู่!”

 

เสียงลมเร่งรุดพลันดังขึ้น พลังสายหนึ่งตัดผ่านความมืดในยามราตรีและตบเข้าใส่ใบหน้าของไป๋ซันอย่างแรง

 

แสงเย็นวาบสายหนึ่งพุ่งผ่านใบหน้าของไป๋ซัน ในขณะที่เขาสัมผัสได้ถึงเสียงลมเร่งรุดที่พุ่งตรงมาเบื้องหน้า เขาพลิกปลายนิ้วเบาๆ แสงสว่างสีเงินริ้วหนึ่งก็พลันระเบิดตัวออกไป ในที่สุดมันปะทะเข้ากับพลังลมเร่งรุดสายนั้นและกระแทกมันจนกลายเป็นผุยผง หากยังพอจะมองเห็นสิ่งที่พุ่งยิงออกไป ย่อมเห็นได้ว่าวัตถุที่พุ่งตัวผ่านอากาศออกไปนั้นกลับเป็นเศษหินชิ้นหนึ่ง

 

“เจ้าอย่าได้ยืดเยื้อราวกับสตรีนางหนึ่งได้หรือไม่? เจ้าชื่อไป๋ซันใช่หรือไม่? ซึ่งเป็นคนดังผู้หนึ่ง? เจ้าก็แค่นั้นแหละ เจ้าอาจจะเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ช่ำชองยิ่ง หากเกี่ยวแก่เรื่องริษยาหึงหวง ทว่าเจ้าไม่จำเป็นต้องบอกข้าด้วยคำพูดร้ายกาจไร้สาระพวกนั้นที่ออกมาจากลิ้นใบมีดโกนของเจ้าก็ได้ พวกเราจะได้เห็นกันในการแข่งขันคัดเลือก” เสียงเย็นชาดุร้ายบางเบาของเซียวเอี๋ยนค่อยๆ ดังขึ้น

 

“เจ้าจะต้องไปจากนางหากเจ้าพ่ายแพ้?” ไป๋ซันหัวเราะเย็นชา

 

“เจ้าแน่ใจหรือว่าชื่อไป๋ซัน มิได้ชื่อไป๋ชือ?” ฝีเท้าของเซียวเอี๋ยนที่กำลังจะก้าวเข้าบ้านพักไปพลันชะงักลง เขาหมุนตัวและจ้องมองไปยังใบหน้าเขียวคล้ำของไป๋ซันที่น่าเวทนา ครั้นแล้ว เขาส่ายศีรษะและดึงเซวี่ยนเอ๋อที่กำลังหัวเราะคิกคักเข้าบ้านพักไป

(ไปชือ = idiot = 白痴 = งี่เง่า คนบ้า)

 

“อา เจ้าควรจะกลับไปได้แล้ว” อาจารย์รั่วหลิงได้แต่ทอดถอนใจขณะจ้องมองใบหน้าเขียวคล้ำของไป๋ซัน คนผู้นี้ปกติมีความสุขุมยิ่ง เหตุใดจึงกลับกลายเป็นคนหุนหันพลันแล่นต่อหน้าเซียวเอี๋ยนเพียงนี้? ดูเหมือนว่าเขาคงมีความคิดจริงจังกับเซวี่ยนเอ๋อเป็นอันมาก ไม่เช่นนั้น ก็คงไม่ส่งผลให้เขาถึงกับสูญเสียจุดยืนของตนไปเช่นนี้ได้

 

ครั้นเมื่อนางเอ่ยจบ อาจารย์รั่วหลิงหมุนตัวและเดินเร่กลับเข้าบ้านพักไป ทิ้งไป๋ซันไว้ตามลำพัง สีหน้าของเขาประเดี๋ยวก็เขียวคล้ำประเดี๋ยวก็ขาวซีดสลับกันไปมาอยู่อีกพักใหญ่ขณะยืนอยู่บนกิ่งไม้ ทนทรมานต้านลมหนาวในยามค่ำคืน

 

ไป๋ซันยืนอยู่บนกิ่งไม้และสูดลมหายใจเอาอากาศเย็นเยือกเข้าปอด เขาค่อยกำหมัดแน่นเข้าและรำพึง “คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าข้าจะสูญเสียความสงบสุขุมไปได้ปานนี้เพียงเพราะนาง ดังนั้น... นางจะต้องเป็นของข้า เจ้าเซียวเอี๋ยนผู้นั้น... ข้าจะกำราบเขาในการแข่งขันคัดเลือก สตรีที่ข้า ไป๋ซัน พอใจ... นางจะหนีไปไหนพ้น? ยิ่งไปกว่านั้น นางก็โดดเด่นยิ่งนัก เจ้าเซียวเอี๋ยนผู้นั้นมีคุณสมบัติอันใดจึงคู่ควรกับนาง?”

 

เมื่อบ่นมาถึงจุดนี้ ใบหน้าของไป๋ซันจึงค่อยคืนสู่ความเป็นปกติ เขาชำเลืองมองด้วยดวงตาเรียบเฉยไปทางบ้านพักและลงจากกิ่งไม้อย่างนุ่มนวลด้วยปลายเท้า ร่างกายไถลลงไปและเพียงไม่กี่กระบวนท่าเคลื่อนไหว เขาก็หายลับเข้าสู่ความมืดมิดในยามราตรีแล้ว

 

เซียวเอี๋ยนจ้องมองเงาร่างสีขาวที่หายลับไปไกลแล้วจากข้างหน้าต่างบานหนึ่งในบ้านพัก ดวงตาของเขาหรี่แคบและประกายเย็นชาชนิดหนึ่งฉายวูบขึ้นมา เขาหมุนตัว จ้องมองเซวี่ยนเอ๋อที่อยู่ข้างหลังและได้แต่ส่ายศีรษะขึ้นมาเมื่อเอ่ย “เด็กน้อย สองปีที่ผ่านมานี้ เจ้าสบายดีหรือไม่?”

 

“อา” มืองดงามของเซวี่ยนเอ๋อกุมมือของเซียวเอี๋ยนเอาไว้ขณะที่นางพยักหน้าน้อยๆ

 

เซียวเอี๋ยนดึงมือของเซวี่ยนเอ๋อมานั่งลงข้างหน้าต่าง และจ้องมองดวงดาวบนฟ้า เขาพลันกระซิบออกไปพร้อมรอยยิ้ม “เจ้าอยากจะรู้หรือไม่ ข้าใช้ชีวิตอย่างไรบ้างในสองปีที่ผ่านมานี้?”

 

“อา” เซวี่ยนเอ๋อพยักหน้าน้อยๆ อีกคราหนึ่ง นางกุมมือของเซียวเอี๋ยนเอาไว้และรับรู้ถึงความอบอุ่นบางเบา

 

เซียวเอี๋ยนใช้มือข้างหนึ่งลูบไล้เรือนผมดำขลับนุ่มสลวยของเซวี่ยนเอ๋อที่ปล่อยละลงไปถึงเอว เขานิ่งไปครู่หนึ่ง จึงเอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่ค่อนข้างแหบพร่าเล็กน้อย เขาค่อยๆ บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ตั้งแต่ออกจากเมืองวูตันไปทีละเรื่อง แน่นอน เขาเลือกที่จะเล่าข้ามเรื่องราวบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับสาวๆ ที่ได้พานพบ เปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ และเรื่องราวบางอย่างที่จำต้องเก็บเป็นความลับ

 

ออกจากเมืองวูตัน เข้าสู่เทือกเขาสัตว์เทพ เดินทางผ่านทะเลทราย สร้างความวุ่นวายในตระกูลโม่ เข้าเมืองหลวง มีชัยเหนือทุกคนด้วยทักษะของเขาในการชุมนุมใหญ่ของนักแปรธาตุ ขึ้นเขาเมฆคราม เอาชนะน่าหลันอวิ๋นหลัน ต่อสู้กับพรรคทั้งพรรคด้วยกำลังตนเอง ฆ่าเต๋าหวังแข็งแกร่งผู้หนึ่ง และหลังจากนั้น หนีรอดมาจากเงื้อมมือของเต๋าจงผู้หนึ่ง เหตุการณ์เร่าร้อนโชกเลือดเร้าใจแต่ละอย่างที่บอกเล่าออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบของเซียวเอี๋ยน แม้น้ำเสียงของเขาจะราบเรียบ ทว่าอันตรายมากมายที่บรรจุอยู่ในเรื่องราวยังคงทำให้ผู้คนต้องรู้สึกว่าหัวใจของตนเขม็งเกร็งขึ้นมาแล้ว

 

ที่ข้างหน้าต่าง แสงจันทร์บางตาทอแสงลงมา สาดส่องใส่คุณชายน้อยผู้หนึ่งและแม่นางน้อยผู้หนึ่ง ห่อหุ้มพวกเขาด้วยเส้นด้ายสีเงินบางเบาชั้นหนึ่ง

 

ครู่ใหญ่ผ่านไป เมื่อคำบอกเล่าจากเซียวเอี๋ยนจบลง เซวี่ยนเอ๋อก็นิ่งเงียบไป ศีรษะของนางพิงซบลงบนไหล่ของอีกฝ่ายอย่างนุ่มนวล แม้นางจะเคยรับรู้เรื่องราวทั้งหมดมาแล้ว นางยังคงรู้สึกถึงความกระสับกระส่ายในหัวใจตนเมื่อได้ยินเซียวเอี๋ยนเอ่ยเล่าเรื่องราวออกมาอีกคราหนึ่ง เขาเองก็ใช้ชีวิตในตลอดสองปีที่ผ่านมานี้ด้วยความขมขื่น

 

“พี่เซียวเอี๋ยน ข้าเชื่อว่าเมื่อถึงเวลาที่ท่านกลับไปยังจักรวรรดิเจียหม่า พรรคเมฆครามจะไม่สามารถหยุดยั้งท่านได้อีก” ครู่ใหญ่ผ่านไป เซวี่ยนเอ๋อยิ้มและกล่าวตอบด้วยเสียงอันอ่อนโยน

 

เซียวเอี๋ยนยิ้มบาง เขาเพียงเงยหน้าขึ้นและจ้องมองออกไปยังท้องฟ้าที่ดารดาษไปด้วยดวงดาว

 

ที่ผนังบ้านมุมหนึ่ง ไม่ไกลจากคนทั้งสองนัก อาจารย์รั่วหลิงกำลังพิงผนังห้อง ทรวงอกของนางกระเพื่อมขึ้นลงช้าๆ ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความตกตะลึง

Comment

  • #2 เฒ่าทารก

    2017-03-20 17:23

    กิกิ ตะลึงเรื่องที่หนุ่มสาวเขาซบกันสิ ... เจ๊ย............ 

  • #1 ตี๋

    2017-03-20 16:44

    ขอบคุณครับ

    เล่าข้ามเรื่องสาวๆ เหรอ ไม่เป็นไร เมียหลวงส่งนักสืบไปเฝ้าอยู่แล้ว ว่าแต่อ.รั่วหลิงเถอะ ตะลึงเรื่องที่เล่าหรือตะลึงที่หนุ่มสาวเค้าซบกัน cool

View Desktop Version

Hot Vote

กรุณา Login เข้าสู่ระบบก่อนทำการโหวตค่ะ

Report

กรุณา Login เข้าสู่ระบบก่อนทำการโหวตค่ะ