Doupo Cangqiong (斗破苍穹) / Battle Through The Heavens (Novel : Thai Translation)

Fan's Translation for fans only. Do not use it for business purpose. And please support the original work. This translation will end if the right is available in my country.

จ้องมองเด็กหนุ่มที่สุขุมลงโดยพลัน  มู่เสอขมวดคิ้วมุ่นและกำดาบสั้นในมือแน่นขณะเย้ยหยัน  “ข้าไม่เชื่อว่าวันนี้  เจ้าจะมีปีกงอกออกมาและบินหนีไปไหนได้!”

 

มู่เสอสาวเท้าก้าวยาวไปเบื้องหน้า  มุ่งไปทางเซียวเอี๋ยน  เมื่อเข้าใกล้ได้ระยะพอแล้ว  สองเท้าก็พลันกระทืบลงพื้นและพุ่งร่างทะยานไปเบื้องหน้า  ดาบสั้นในมือฟันเข้าใส่เซียวเอี๋ยนอย่างแรง

 

รับรู้ถึงพลังลมแหลมคมที่พุ่งแหวกเข้ามาหา  เซียวเอี๋ยนใบหน้าเคร่งเครียดแล้ว  เต๋าซื่อผู้หนึ่งกับเต๋าเจ่อนั้น,  โดยพื้นฐานแล้วอยู่ในระดับขั้นที่แตกต่างกัน  ด้วยสถานะความแข็งแกร่งของเขาในขณะนี้ย่อมเป็นการยากที่จะสามารถรับมือมู่เสอได้สักสิบกระบวนท่า

 

อาศัยความสามารถในการหลบหลีกอันโดดเด่น  เซียวเอี๋ยนขยับตัวเล็กน้อยและสาวเท้าถอยไปด้านหลังสองสามก้าว  หลบหลีกจากการโจมตีของมู่เสอที่ตั้งใจจะประเมินความแข็งแกร่งของเซียวเอี๋ยน  สองเท้าของเซียวเอี๋ยนผสานท่วงท่าและพุ่งตรงเข้าที่ด้านซ้ายของมู่เสอ  เต๋าชี่ในร่างไหลเวียนขณะยกไม้บรรทัดยักษ์ด้วยมือขวาและฟาดเข้าใส่ศีรษะของมู่เสออย่างแรง

 

พลังรุนแรงเหนือศีรษะมู่เสอไม่ทำให้เขาตื่นกลัว  เขายกดาบสั้นในมือและตวัดฟันขึ้นเหนือศีรษะอย่างแรง

 

“แคร๊ง!”  ไม้บรรทัดยักษ์และดาบสั้นปะทะกันจนเกิดประกายไฟแวบวาบ  เสียงโลหะกระทบกันดังก้องกังวานไปทั่วหุบเหว

 

ระหว่างกระบวนท่าแรกที่เขาแลกหมัดกับเต๋าซื่อผู้หนึ่ง  เซียวเอี๋ยนได้ประสบกับขีดพลังเต๋าชี่จากเต๋าซื่ออย่างแท้จริง  พลังงานนั้นส่งถ่ายผ่านไม้บรรทัดยักษ์เข้ามาจนเขาต้องซวนเซล่าถอยไปหลายก้าว

 

เทียบกับเซียวเอี๋ยนที่เซถอยหลังไปหลายก้าว  ท่าทางของมู่เสอกลับดูสบายกว่ามาก  เพียงถอยหลังไปแค่ครึ่งก้าวก่อนที่จะทรงตัวไว้ได้ในที่สุด

 

“ท่านประมุข  ฆ่ามันเลย!  แก้แค้นให้แก่หัวหน้าสาม!”

 

“ฆ่ามัน!”  เห็นเซียวเอี๋ยนเสียเปรียบตั้งแต่กระบวนท่าแรก  ทหารของสำนักคุ้มภัยหัวหมาป่าที่ล้อมรอบอยู่ต่างพากันส่งเสียงตะโกนร้อนด้วยความตื่นเต้น

 

“ช่างเป็นอาวุธที่หนักมาก!”  ด้วยสายตาตะลึงงัน  มู่เสอจ้องมองไม้บรรทัดยักษ์ในมือของเซียวเอี๋ยน  เขาถอนหายใจและส่ายศีรษะ  กล่าวเย็นชาขณะมองเซียวเอี๋ยน  “หากนี่เป็นทั้งหมดที่เจ้ามี  เจ้าก็ควรจะส่งมอบของทั้งหมดออกมาโดยเร็ว”

 

เขาสะบัดมือที่ชาอยู่  เซียวเอี๋ยนจ้องมองมู่เสอด้วยดวงตาล้ำลึกและเย็นเยือก  เขาค่อยๆ ยกไม้บรรทัดในมือขึ้นและลากหายใจออกมายาวยืด  ถัดมา  เขาหลับสองตาลงต่อหน้าทุกผู้คน

 

เห็นท่าทีประหลาดของเซียวเอี๋ยน  มู่เสอใบหน้าบึ้งตึง  ไม่แน่ใจว่าผู้ที่อยู่เบื้องหน้าตั้งใจจะทำอันใด

 

ทหารรอบด้านก็เช่นกัน  ต่างพากันนิ่งอึ้งเพราะเซียวเอี๋ยน  ครู่ต่อมา  พวกเขาเพียงแค่กอดอก,  จ้องมองด้วยแววตาเยาะหยันราวกับเห็นหนูตัวหนึ่งที่กำลังร่วงหล่นลงสู่กรงเล็บของแมวและทุกข์ทรมานกับความตายอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้  ในสายตาของพวกเขา  ไม่มีทางที่เซียวเอี๋ยนจะสามารถหลบรอดพ้นไปจากเงื้อมมือของเต๋าซื่อสองดาวผู้หนึ่งได้  ไม่ว่าเขาจะดิ้นรนพยายามเพียงใด

 

สายตาเย็นชาจ้องมองเซียวเอี๋ยนที่หลับตาอยู่  ความรู้สึกกระสับกระส่ายแผ่ซ่านขึ้นมาในหัวใจของมู่เสอ  โดยเฉพาะเมื่อสัมผัสได้ถึงระลอกพลังงานโดยรอบที่ยิ่งมายิ่งหนาแน่นขึ้น  ความกระสับกระส่ายนี้ปรากฏชัดเจนขึ้นบนใบหน้าของเขา

 

ด้วยรู้สึกกังวล,  มู่เสอกระชับดาบสั้นและก้าวเข้าหาเซียวเอี๋ยนอย่างระมัดระวัง  เพียงเพราะความแตกต่างในระดับชั้นของกันไม่ทำให้เขาเกิดความรู้สึกมั่นใจขึ้นมาแต่อย่างใด

 

เห็นใบหน้ามู่เสอเคร่งเครียด  ทหารรอบด้านก็เริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติแล้ว  พวกเขาชำเลืองมองกันและเผลอกระชับอาวุธในมือแน่น

 

“พยายามจะทำให้เรื่องราวยุ่งยากหรือ  ตายเสียเถอะ!”  มู่เสอสาวเท้าเข้าไปอีกคราหนึ่งและเข้าสู่ระยะโจมตี  ใบหน้าคุกคาม  โดยมิลังเล,  เขาถือดาบสั้นในมือและแทงเข้าใส่ลำคอของเซียวเอี๋ยน

 

“ช้าเกินไป...”  ดวงตาที่ปิดสนิทคู่หนึ่งพลันลืมขึ้นมาขณะริมฝีปากของเซียวเอี๋ยนเอื้อนเอ่ย  ไม้บรรทัดยักษ์ในมือพลันถูกยกสูงขึ้น  ความร้อนยิ่งยวดใต้การควบคุมของเซียวเอี๋ยนแผ่ซ่านขึ้นบนผิวหน้าของไม้บรรทัดยักษ์เป็นครั้งแรก

 

“คลื่นสึนามิผ่าเพลิงกัลป์!”

 

ติดตามด้วยเสียงร้องในใจของเซียวเอี๋ยน  พลังงานจากสรวงสวรรค์แลผืนโลกเหนือหุบเหวแห่งนี้กระเพื่อมไหวโดยพลัน  พลังงานที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าถูกดูดเข้าใส่ดาบซวนยักษ์ในมือเซียวเอี๋ยนอย่างบ้าคลั่งราวกับมีบางสิ่งลากดึงพวกมันเข้ามา

 

ด้วยพลังงานอันไร้ขอบเขตที่กำลังหลั่งไหลเข้ามา  คลื่นความร้อนรุนแรงแผ่ซ่านออกมาจากผิวภายนอกของไม้บรรทัดยักษ์จนยิ่งร้อนระอุขึ้น  ในเวลาเดียวกัน  เส้นลายแปลกประหลาดบนผิวไม้บรรทัดก็เริ่มสว่างจ้าส่องแสงสีแดงลุกไหม้ขึ้น

 

เมื่อสิ้นเสียงร้องในใจ  เต๋าชี่ในร่างกายของเซียวเอี๋ยนเริ่มไหลออกจากร่างกายราวกับกระแสน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น  เพียงชั่ววินาทีเดียว  ร่างที่เต็มไปด้วยพลังเต๋าชี่พลันว่างเปล่า

 

รับรู้ถึงเต๋าชี่ในร่างกายที่เหือดหายไป,  เซียวเอี๋ยนรีบกลืนเม็ดยาฟื้นฟูพลังที่เตรียมไว้ในปากลงไป

 

ด้วยเต๋าชี่ที่คืนมาจากยาฟื้นฟูพลัง,  เซียวเอี๋ยนบรรลุถึงระดับพลังงานที่ต้องการเพื่อปลดปล่อยการโจมตี  ไม้บรรทัดซวนที่กลายเป็นสีแดงเพลิงพร้อมด้วยอุณหภูมิมหาศาลถูกลากผ่านอากาศและฟาดเข้าใส่ใบหน้าของมู่เสอที่กำลังเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง

 

อากาศที่ไม้บรรทัดฟาดผ่านบิดเบือนราวกับมีบางสิ่งกำลังเดือดปุดๆ

 

เมื่อเซียวเอี๋ยนประจุเต๋าชี่ชุดสุดท้ายเข้าสู่ไม้บรรทัดซวนยักษ์  ด้ามจับของไม้บรรทัดส่องแสงสว่างวาบ  แสงไฟสีแดงรูปจันทร์เสี้ยวยาวห้าฟุตถูกปลดปล่อยออกมาราวสายฟ้าฟาด,  รวมเข้ากับความร้อนอันเหลือเชื่อ  มันผ่าเข้าใส่มู่เสออย่างรุนแรง

 

แสงสีแดงวูบเข้าใส่ดวงตาของมู่เสอ  ชั่วขณะที่แสงสีแดงนี้ถูกปลดปล่อยออกมา  สองตาของมู่เสอหรี่แคบจนเหลือขนาดแค่ราวหัวเข็มหมุดแล้ว  เต๋าชี่ควบแน่นเข้าจนเกิดเป็นรูปร่างนอกร่างกายหรือ?  นี่เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องใช้ความแข็งแกร่งระดับต้าเต๋าซื่อเลยทีเดียวจึงจะทำได้  เจ้าเด็กสารเลวที่เบื้องหน้าเขาเป็นเพียงเต๋าเจ่อผู้หนึ่ง  กลับปลดปล่อยเต๋าชี่ควบแน่นสมบูรณ์แบบเช่นนี้ออกมาโจมตีได้?

 

ความตกตะลึงในจิตใจคงอยู่ได้เพียงไม่นาน  มู่เสอไม่มีเวลาจะคิดหาคำตอบต่อคำถามเหล่านี้  เต๋าชี่ในร่างกายโคจรรวดเร็ว  พลังสีเขียวอ่อนไหลปกคลุมดาบสั้นราวกับทาบทาแผ่นพลังงานสีเขียวลงไปบนผิวดาบ

 

“ดาบลมเริงระบำ!”

 

หลังผ่อนลมหายใจยาว  ดาบในมือมู่เสอพลันเริ่มเริงร่ายอย่างบ้าคลั่ง  เงาสีเขียวมากมายบนดาบปรากฏต่อเนื่องขึ้นเบื้องหน้า  ในสายตาผู้อื่น,  ราวกับมู่เสอได้ถักทอตาข่ายดาบผืนหนึ่งขึ้นมา

 

‘ดาบลมเริงระบำ’  นี้เป็นเคล็ดวิชาเต๋าระดับสูงสุดของมู่เสอ,  เคล็ดวิชาระดับซวน,  อาศัยเคล็ดวิชาเต๋าชุดนี้  เขาได้รับตำแหน่งผู้แข็งแกร่งที่สุดในเมืองชิงซัน  เมื่อเผชิญกับวิชาที่ไม่รู้จักและแปลกประหลาดเบื้องหน้า  กระทั่งมู่เสอผู้รอบคอบก็ยังใช้ชุดวิชาที่แข็งแกร่งที่สุดเข้ารับมือเพื่อความปลอดภัยไว้ก่อน

 

แสงสว่างรูปจันทร์เสี้ยวแล่นวาบมาถึงในชั่วพริบตา  ก่อนที่ทหารรอบด้านจะสังเกตเห็นว่าแสงสีแดงนี้คือสิ่งใดกันแน่,  แรงระเบิดราวเสียงฟ้าร้องพลันดังก้องขึ้นเหนือหุบเหว

 

“ตูม!”

 

เมื่อสิ้นสุดเสียงดังราวฟ้าผ่า  ดินทรายรอบบริเวณที่มู่เสอยืนอยู่ปลิวคลุ้งกระจายไปทั่ว  ครั้นแล้ว  เงาร่างสายหนึ่งพุ่งออกจากฝุ่นดินที่ฟุ้งกระจาย  สองขาของเงาร่างนั้นลากเอาดินใต้เท้าตามไปด้วยราวกับเงาตามตัว  เขาถูกผลักกระเด็นออกไปกว่าสิบเมตรก่อนที่จะกระแทกเข้ากับโคนไม้ใหญ่ต้นหนึ่งอย่างหนักหน่วง  และไม้ต้นนั้นก็พลันระเบิดออกในทันที  ชั่วขณะที่เงาร่างมนุษย์นั้นค่อยๆ หยุดเคลื่อนไหว  เมื่อทุกคนมองเห็นเงาร่างสายนั้น,  พวกเขาพากันอ้าปากค้าง  เจ้าของเงาร่างที่ปรากฏขึ้นท่ามกลางฝุ่นดินกลับเป็นเต๋าซื่อสองดาว มู่เสอ!

 

จ้องมองมู่เสอผู้มีใบหน้าซีดขาวตาไม่กระพริบ  ทุกคนกลืนน้ำลายดังเอื้อก  จากนั้น  พวกเขาพากันหันไปมองจุดที่ฝุ่นดินยังคงปลิวฟุ้งคลุ้งคละกระจายไปทั่วโดยมิตั้งใจ  เพียงเพื่อจะพบรอยดินแตกระแหงกระจายออกมาจากจุดนั้น รอยปริแยกบนพื้นที่แตกระแหงเหล่านี้ในที่สุดค่อยๆ หยุดลงหลังกระจายออกไปกว่าสิบเมตร  ผืนดินตรงจุดกึ่งกลางที่รอยร้าวเริ่มต้นขึ้นปรากฏหลุมลึกราวหนึ่งเมตรและกว้างราวครึ่งเมตรสู่สายตาพวกเขา

 

เหนือหุบเหว,  ทุกคนล้วนเงียบสนิท  ทุกคนล้วนจ้องมองหลุมที่สว่างจ้า  และมู่เสอผู้มีใบหน้าซีดขาวก่อนที่จะรู้สึกมึนงงยิ่ง

 

จะเป็นไปได้อย่างไร  คนที่น่าจะอยู่ในระดับเพียงเต๋าเจ่อแปดดาวผู้หนึ่ง  กลับสามารถทำให้เต๋าซื่อสองดาวที่ครอบครองเคล็ดวิชาระดับซวนขั้นต่ำตกเข้าสู่สถานการณ์คับขันปานนี้ได้?

 

ความเป็นจริงอันร้ายกาจทำให้ทุกผู้คนมุมปากกระตุกวูบราวกับกำลังเป็นลมแดด

 

ฝุ่นดินที่ฟุ้งกระจายอยู่ในที่สุดค่อยสงบลง  ค่อยๆ เผยให้เห็นเงาร่างเด็กหนุ่มถือไม้บรรทัดยักษ์สีดำไว้ในมือ

 

ใบหน้าเด็กหนุ่มก็ซีดเซียวเช่นกัน  สองมือกำไม้บรรทัดยักษ์สีดำแน่นขณะดวงตาเต็มไปด้วยความบ้าดีเดือดจนผู้คนต้องตัวสั่นเทา

 

แม้การใช้เคล็ดวิชาเต๋าระดับตี้ชุดนี้เกือบทำให้เซียวเอี๋ยนต้องประสบกับผลสะท้อนกลับอันรุนแรงและอันตรายยิ่งจากการขาดแคลนพลังชี่  เซียนเอี๋ยนยังคงพอใจยิ่งนักกับพลังที่ปลดปล่อยออกมา  ความแตกต่างระหว่างเต๋าเจ่อกับเต๋าซื่อถูกเติมเต็มได้อย่างง่ายดายด้วยพลังอันน่าเกรงขามของเคล็ดวิชาเต๋าระดับตี้ชุดนี้

 

หลังไอหนักอยู่สองสามครั้ง  เซียวเอี๋ยนจึงล้วงยาฟื้นฟูพลังชี่ออกมาอีกเม็ดหนึ่งและโยนมันเข้าปากอย่างรวดเร็ว  เขากวาดมองสายตาเย็นชาที่จ้องเขม็งมาจากทหารรอบด้าน  ด้วยความน่าสะพรึงกลัวที่เพิ่งแสดงผ่านไปเมื่อสักครู่  ทุกสายตาที่สบเข้ากับสายตาของเขาต่างพากันหลุบลงด้วยความหวาดหวั่น

 

“ฆ่ามัน!  ลงมือ!”

 

มู่เสอผลักทหารที่เข้ามาประคองเขาจนกระเด็นออกไป  กลางฝ่ามือปรากฏรอยไหม้และฉีกขาดจนเลือดสดๆ  เปรอะเปื้อนเสื้อผ้าเต็มไปหมด  ใบหน้าแลดูคุกคามดุร้ายคล้ายจะบ้าคลั่ง  ความแข็งแกร่งที่เซียวเอี๋ยนเพิ่งแสดงออกมาให้เห็นเป็นเหตุให้ความสะพรึงกลัวพุ่งพรวดขึ้นในจิตใจของประมุขผู้เปี่ยมประสบการณ์

 

ด้วยอายุเพียงเท่านี้,  เซียวเอี๋ยนได้แสดงให้เห็นถึงอัตราก้าวหน้าอันเหลือเชื่อ  เหนือสิ่งอื่นใด  เขายังมีเคล็ดวิชาเต๋าอันลึกลับและทรงพลังมหาศาล  ศัตรูชนิดนี้...  ช่างเป็นฝันร้ายของทุกผู้คน  หากมียาย้อนเวลากลับไปและแก้ไขสิ่งที่เขาเคยกระทำได้  มู่เสอจะไม่เข้าไปแหย่เจ้าเด็กประหลาดผู้นี้เป็นเด็ดขาด

 

แน่นอนว่ายาแบบนั้นหามีปรากฏในโลกใบนี้ไม่  ดังนั้น  ความหวาดกลัวในหัวใจของมู่เสอย่อมเป็นไปตามวิถีธรรมดาแห่งโลก,  มันแปรเปลี่ยนเป็นความกระหายที่จะกำจัดอีกฝ่ายหนึ่งทิ้งให้สิ้นซากอย่างบ้าคลั่ง  มีเพียงการฆ่าเซียวเอี๋ยนทิ้งเสียให้ได้เท่านั้น  จึงสามารถเป็นสุขได้  ในขณะนี้  มู่เสอไม่มีความใส่ใจในทรัพย์สมบัติที่เซียวเอี๋ยนครอบครองแม้แต่น้อย

 

“ฆ่ามัน!  มันใช้เรี่ยวแรงไปจนหมดแล้ว!”  มู่เสอตะโกนออกมาด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี

 

ได้ยินคำสั่งจากประมุขของตน  ทหารที่ยืนลังเลอยู่รอบด้านจึงได้แต่กระชับอาวุธในมือแน่นและโอบล้อมเซียวเอี๋ยนเข้าไป

 

“วันนี้เจ้าต้องตายอย่างแน่นอน!”  มู่เสอตะโกนร้องข่มขู่ขณะจ้องมองไปทางเด็กหนุ่มที่กำลังยืนอยู่บนขอบเหวเขม็ง

 

“ต้องขออภัยด้วย  เกรงว่าข้าจะต้องทำให้เจ้าผิดหวังแล้ว”

 

เซียวเอี๋ยนเงยหน้าขึ้นมองใบหน้ามู่เสอที่บิ้วเบียวไปด้วยความมุ่งร้าย  ใบหน้าซีดขาวของเซียวเอี๋ยนเริ่มแดงเรื่อ  ร่างกายเริ่มสั่นเทาเล็กน้อยขณะที่ปีกอินทรีย์สีดำขลับคู่หนึ่งกว้างราวครึ่งเมตรพลันดีดกางออกจากแผ่นหลังของเขา

 

เมื่อพวกมันเห็นปีกอินทรีย์บนแผ่นหลังของเซียวเอี๋ยน ทุกผู้คนล้วนได้แต่นิ่งอึ้งตะลึงตะไลอีกคราหนึ่งแล้ว

 

ปีกคู่บนแผ่นหลังของเซียวเอี๋ยนขยับกระพือและเขาพลันกระโดดลงสู่หุบเหวนั้นต่อหน้าสายตาตื่นตะลึงของทุกผู้คน  เซียวเอี๋ยนกระพือปีกอีกสองสามครั้ง  ก่อนจะบินเอียงกะเท่เร่ไปยังอีกฝั่งหนึ่งของหน้าผา

 

“ข้าจะจดจำความมาดร้ายที่จะเอาชีวิตข้าในวันนี้ไว้และจะชดใช้คืนให้อย่างสาสมแน่นอน”

 

แผ่นหลังของเด็กหนุ่มลับหายเข้าสู่หุบเหวลึก ทว่าเสียงหัวเราะนิ่มๆ  และเย็นชายังคงดังสะท้อนก้องไปในอากาศ

Comment

  • #2 pop (113.53.23.87)

    2016-04-13 00:30

    เท่มาก เซียวเอี๋ยน

  • #1 ตี๋

    2016-01-23 20:37

    ขอบคุณครับ

    วิชาของเซียวเอี๋ยนตอนต่อสู้อลังการสุดๆ ตอนอ่านการ์ตูนไม่รู้สึกว่ามันจะอลังการขนาดนี้ ตอนหลังๆ จะยิ่งกว่านี้ขนาดไหนเนี่ย

View Desktop Version

Hot Vote

กรุณา Login เข้าสู่ระบบก่อนทำการโหวตค่ะ

Report

กรุณา Login เข้าสู่ระบบก่อนทำการโหวตค่ะ